โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

เลือกโรงเรียนให้ลูก: 5 เทคนิคเลือกโรงเรียนให้เหมาะสมกับเจ้าตัวเล็ก

Mood of the Motherhood

อัพเดต 12 ธ.ค. 2565 เวลา 11.09 น. • เผยแพร่ 11 ธ.ค. 2565 เวลา 11.36 น. • Features

สำหรับคุณพ่อคุณแม่หลายคน การตัดสินใจเรื่องใหญ่และสำคัญในชีวิตลูก อาจเริ่มจากการ เลือกโรงเรียนให้ลูก อย่างเหมาะสมจะเห็นได้จาก การที่หลายครอบครัวยุคใหม่ให้ความสำคัญและวางแผน เลือกโรงเรียนให้ลูก พร้อมๆ กับการวางแผนตั้งครรภ์เลยทีเดียวในแต่ละปี จึงมีคุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครองที่มองหาและเลือกสรรโรงเรียนที่ดีที่สุดสำหรับลูกหลานข้อมูลจากการสมัครสอบเข้าเรียนระดับประถมศึกษา โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ฝ่ายประถม) ในเดือนมีนาคม ปี 2561 มีจำนวนนักเรียนมาสมัครสอบประมาณ 3,000 คน แต่โรงเรียนต้องการนักเรียนเพียง 100 คน หรือคิดเป็นอัตราส่วนรับเพียง 1:30 คน เท่านั้นคำถามที่เกิดคือ ทำไมคุณพ่อคุณแม่ถึงต้องการให้ลูกเข้าเรียนในโรงเรียนที่มีชื่อเสียง เพราะความเชื่อมั่นในศักยภาพของโรงเรียน หรือเลือกจากความเหมาะสมและสอดคล้องกับครอบครัวกันแน่และหากต้องการ เลือกโรงเรียนให้ลูก อย่างเหมาะสมแล้ว นอกจากชื่อเสียงของโรงเรียน คุณพ่อคุณแม่ควรนึกถึงอะไรบ้าง เรามี 5 เทคนิคดีๆ มาบอกค่ะ1. หลักสูตรของโรงเรียน

สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ผู้ปกครองควรมองหาในการเลือกโรงเรียนให้ลูก ก็คือหลักสูตรการเรียนการสอนของแต่ละโรงเรียนนั่นเองจริงอยู่ที่หลายโรงเรียนมีการใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานของกระทรวงศึกษาธิการ หรือหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง แต่แน่นอนว่าโรงเรียนที่มีคุณภาพ มักจะมีการกำหนดหลักสูตรของสถานศึกษาขึ้น เพื่อให้ตอบโจทย์ต่อความต้องการของชุมชน วิสัยทัศน์ของโรงเรียน และความเป็นเลิศของนักเรียนในอนาคต เพราะปัจจุบัน สังคมไม่ได้ต้องการแค่นักเรียนที่เรียนเก่ง แต่สังคมต้องการนักเรียนที่มีความพร้อมในการใช้ชีวิต และรู้จักดึงความสามารถของตัวเองออกมาอย่างเต็มที่ ซึ่งหลักสูตรการศึกษามีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะในการดึงศักยภาพของเด็กๆ ออกมาได้นอกจากหลักสูตรการศึกษาที่เน้นความถนัดทางวิชาการแล้ว ยังมีโรงเรียนที่มีหลักสูตรที่น่าสนใจ เช่น หลักสูตรดนตรีและนันทนาการ หลักสูตรการออกแบบเทคโนโลยี หรือหลักสูตรด้านกีฬา ให้คุณพ่อคุณแม่พิจารณาตามชอบและความถนัดของลูกน้อยได้ตามความเหมาะสม2. ความพร้อมของโรงเรียน

แน่นอนว่าถ้ามีเพียงหลักสูตรที่น่าสนใจ แต่โรงเรียนยังขาดความพร้อมที่จะทำให้หลักสูตรสัมฤทธิ์ผล ก็เหมือนงานก่อสร้างที่มีแบบก่อสร้างแต่ขาดช่างและอุปกรณ์การทำงานนั่นหมายความว่า คุณพ่อคุณแม่ควรพิจารณาความพร้อมของโรงเรียนว่าสามารถสนับสนุนการพัฒนาทักษะของลูกได้เต็มที่หรือไม่จากการสำรวจนักเรียนในสังกัด สพฐ. ทั้งหมดประมาณ 5,500,000 คน มีนักเรียนที่ขาดแคลนอุปกรณ์การเรียน ประมาณ 1,454,388 คน โดยแบ่งเป็นระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ประมาณ 14,587 คน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ประมาณ 39,801 คน และระดับประถมศึกษาประมาณ 1,400,000 คนดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงควรเลือกโรงเรียนมีการจัดเตรียมอุปกรณ์ บรรยากาศแห่งการเรียนรู้ และเครื่องอำนวยความสะดวกที่คุณพ่อคุณแม่มั่นใจในความปลอดภัยได้3. ทำเลที่ตั้งของโรงเรียน

ข้อมูลจาก Baania สตาร์ตอัปด้านข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย เผยว่า คนเมืองส่วนใหญ่ใช้เวลาเดินทางไปทำงานเฉลี่ย 2 ชั่วโมงต่อวัน นั่นหมายความว่า หากทำเลที่ตั้งของโรงเรียนลูกอยู่ห่างจากบ้านหรือที่ทำงานของคุณพ่อคุณแม่ ย่อมต้องใช้เวลาในการเดินทางแต่ละวันมากขึ้นตามไปด้วยผลวิจัยจาก Sunny Joseph นักจิตวิทยาคลินิกยืนยันว่าคนที่ต้องอดทนกับสถานการณ์รถติดมักจะเกิดความเครียดสะสม และความเครียดของคุณพ่อคุณแม่ย่อมส่งผลกระทบต่อลูกได้ดังนั้น การเลือกโรงเรียนใกล้บ้านและเดินทางสะดวก จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มีเวลากับลูกมากขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อคุณภาพชีวิตของทุกคนในครอบครัวอีกด้วย4. ความต้องการของลูก

นอกจากความต้องการของคุณพ่อคุณแม่แล้ว การเลือกโรงเรียนให้ลูก ก็ต้องรับฟังความคิดเห็น และคำนึงถึงความต้องการของลูกด้วยถึงแม้คุณพ่อคุณแม่อาจไม่ได้ให้ลูกตัดสินใจเลือกโรงเรียนด้วยตัวเอง แต่ สิ่งที่ควรทำก็คือ หาความต้องการ ความชอบ และความสนใจของลูกให้เจอ และรับฟังความคิดเห็นของลูก เช่น ถามว่าลูกชอบหรือไม่ชอบอะไรในโรงเรียนบ้าง5. ข้อจำกัดเฉพาะของครอบครัว

แต่ละครอบครัวก็มีข้อจำกัดที่แตกต่างกันไป การเลือกโรงเรียนที่ดีที่สุดให้กับลูก จึงจำเป็นต้องคำนึงถึงข้อจำกัด เงื่อนไข และความเหมาะสมของโรงเรียนกับลักษณะของครอบครัวเป็นสำคัญยกตัวอย่าง ครอบครัวที่ต้องการปฏิบัติศาสนกิจระหว่างวัน การเลือกโรงเรียนที่อำนวยความสะดวกให้เด็กๆ ทุกศาสนาสามารถทำกิจวัตรตามหลักศาสนาของตัวเองได้ ย่อมดีต่อการใช้ชีวิตประจำวันของลูกมากกว่า หรือครอบครัวที่ลูกจำเป็นต้องได้รับดูแลอย่างใกล้ชิด เช่น ลูกมีปัญหาสุขภาพ หรือพัฒนาการ ก็ควรเลือกโรงเรียนที่สามารถดูแลและตอบสนองความต้องการของครอบครัวได้ทั้งหมดนี้คือ 5 สิ่งสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ควรใช้ประกอบการตัดสินใจ เมื่อต้องเลือกโรงเรียนให้ลูกน้อย เพื่อให้ลูกสามารถเรียนรู้และเติบโตอย่างมีความสุข ในสภาพแวดล้อมที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับตัวเองต่อไปอ้างอิงThai PBSUrban CreatorPrachachatBangkokbiznews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...