โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

รู้ก่อนใคร ! 5เทรนด์การท่องเที่ยวปี 66

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 06 ธ.ค. 2565 เวลา 11.09 น. • เผยแพร่ 06 ธ.ค. 2565 เวลา 10.37 น.

คณะการท่องเที่ยวฯ มธบ.จัดสัมมนา “โอกาสและความท้าทายของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพไทย” ททท.เผย 5 เทรนด์การท่องเที่ยวปี 2023 Wellnessและอาหารมาแรง

หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ส่งผลให้คนทั่วโลกให้ความสำคัญในด้านการดูแลสุขภาพมากขึ้น รวมถึงมีการเดินทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเพิ่มขึ้นเช่นกัน

คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) จัดสัมมนาวิชาการ “โอกาสและความท้าทายของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของประเทศไทย”

ผศ.ดร.มณฑกานติ ชุบชูวงศ์ คณบดีคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) เปิดเผยว่า ทั้งนี้ ทางคณะฯ ได้ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว จึงได้จัดเวทีสัมมนาวิชาการขึ้น

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อฉลองการครบรอบ 55 ปีของการก่อตั้งมธบ. และเพื่อให้ความรู้แก่นักศึกษาและอาจารย์ของมหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยในเครือข่าย ให้ได้รับความรู้อย่างกว้างขวางและเท่าทันสถาณการณ์ปัจจุบัน เพื่อเตรียมความพร้อมในผลิตบุคคลากรให้ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

"ธุรกิจ Wellness" โตก้าวกระโดด W9 แนะลงทุนเทรนด์ที่น่าสนใจยุคโควิด

คาดปี 2567 "ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ" โตก้าวกระโดด 1 ล้านล้านเหรียญ

กินดี-สุขภาพดี มาแรงหลังโควิด ดันไทยสู่เป้า "การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ"

"Wellness tourism" ฟื้นหลังโควิด คาดปี 67 มูลค่า 1 ล้านล้านเหรียญ

การเดินทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพโตขึ้นทันที

ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและการกีฬา กล่าวว่า ขณะนี้ประชากรโลกมีจำนวน 8 พันล้านคน และเป็นครั้งแรกที่คนเหล่านี้ตื่นตัว และเห็นความสำคัญของเรื่องสุขภาพพร้อมกัน ความสนใจเรื่องสุขภาพของคนทั้งโลก ทำให้ประเด็นเรื่องการทำงานด้านสุขภาพ รวมถึงการเดินทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพโตขึ้นทันที

ปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น คือ ก่อนการแพร่ระบาดโควิด-19 นักท่องเที่ยวทั่วโลกเดินทางมาเที่ยวไทยกว่า 40 ล้านคนต่อปี ขณะนี้เมื่อสถานการณ์คลี่คลายแล้วแต่ตัวเลขเดิมยังไม่กลับมา เพราะคนยังกลัวโรคภัยไข้เจ็บ ทำให้ตั้งการ์ดสูงเป็นพิเศษส่งผลให้การเดินทางหลายๆที่ยังไม่เปิดเต็มที่

ขณะเดียวกันปัจจัยจากการเกิดสงคราม ส่งผลให้ สินค้าด้านพลังงานและอาหารทั่วโลกสูงขึ้น กระทบถึงค่าเดินทางระหว่างประเทศด้วย ในขณะที่จีนยังไม่เปิดประเทศ ทำให้ตัวเลขของนักเที่ยวจีนที่มีสัดส่วนที่สูงที่สุดหายไปเช่นกัน

ดร.วีระศักดิ์ กล่าวอีกว่า ภาพรวมของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของทั่วโลกและไทย มี Segment ต่างๆให้เข้าไปเติมเต็มได้ เช่น การจัดโปรแกรมทัวร์ แบบไม่ Fixed Cost โดยการพานักท่องเที่ยวไปทำกิจกรรมที่สร้างคุณค่าเพิ่ม อย่าง การนั่งสมาธิ ออกกำลังกาย ทานอาหารคลีน เป็นต้น

นอกจากนี้ อยากให้มองกลุ่มนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุและผู้พิการ เพราะว่าเมื่อไหร่ที่เราสามารถสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกรับกลุ่มคนเหล่านี้ได้ก็สามารถรับได้ทุกกลุ่ม ในส่วนของผู้ประกอบการท่องเที่ยวอาจเจออุปสรรคในเรื่องของการขาดแคลนบุคลากร เนื่องจากสถานการณ์การโควิด-19 ที่ผ่านมา

5 เทรนด์การท่องเที่ยวในปี 2023

ดังนั้น จึงต้องการเปิดรับสมัครคนที่มีประสบการณ์มาทำงาน โดยเน้นคนที่มีความสามารถในการใช้ Digital มี Knowledge และ Skill เชื่อว่าเป็นโอกาสอันดีของนักศึกษาหากมีคุณสมบัติตามที่ตลาดต้องการ รวมถึงมีความรู้ที่หลากหลายในองคาพยพ สามารถเชื่อมโยงกันได้ระหว่างสิ่งที่จับต้องได้กับสิ่งที่จับต้องไม่ได้ รับรองไปได้รุ่งแน่นอน

น.ส.ภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ ผู้อำนวยการภูมิภาค ภาคเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ศูนย์วิจัยด้านการตลาดท่องเที่ยว ททท. เผยเทรนด์การท่องเที่ยวในปี 2023 มี 5 เทรนด์ คือ

  • การท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Brighter Future of Culinary Tourism)
  • การท่องเที่ยวแบบยั่งยืน (Sustain to Regain)
  • การท่องเที่ยวพร้อมการทำงาน(Work from Anywhere & Digital Nomad)
  • การท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ (Wellness a Gift from Pandemic)
  • นวัตกรรมใหม่ๆที่ทำให้โลกน่าอยู่ขึ้น (Innovation for a Betterment)

เทรนด์ดังกล่าวทำให้ไทยมีข้อได้เปรียบในเรื่องของอาหารและWellness เนื่องจากพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาไทยต่างให้ความสนใจในเรื่องของการทานอาหารและการทำสปา เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเหล่านี้ ตรงกับเทรนด์การท่องเที่ยวในอนาคต มีความสอดคล้องและเป็นโอกาสทำให้ประเทศไทยสามารถก้าวเข้าไปสู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพได้

ผลักดันไทยเป็น Wellness Destination

น.ส.ภัทรอนงค์ กล่าวอีกว่าททท.พยายามผลักดันให้ประเทศไทยเป็น Wellness Destination หรือMedical Tourism โดยดำเนินการทางด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้ก่อนการเดินทางมาท่องเที่ยว เนื่องจากการเดินทางเพื่อท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวเป็นสิ่งสำคัญ

ททท.จึงพยายามสร้าง Image on Top of Mind ให้แก่นักท่องเที่ยว ซึ่งไทยมีความพร้อมทั้งเรื่องของบุคลากรทางด้านการแพทย์และเรื่องของอาหารไทย ในการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพยังต้องมองถึง Supply Chain เพื่อให้ทุกคนได้มีส่วนร่วม ทำให้เกิดการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนในระบบทั้งหมด ดังนั้น ททท.จึงเข้ามาช่วยทำการตลาดและประชาสัมพันธ์ สร้างภาพลักษณ์ดีพร้อมปิดอุปสรรค ทำความท้าทายเหล่านั้นให้ยั่งยืนได้

ปักหมุดการแพทย์ไทยแนวป้องกันที่ดีสุดอันดับต้นๆ

ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ เวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และอาจารย์ประจำหลักสูตรวิทยาการชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ วิทยาลัยการแพทย์บูรณาการ มธบ. กล่าวว่า โควิด-19 เป็นตัวช่วยที่ทำให้คนใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น ทำให้โอกาสการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพนี้มาถึงไทย แต่จะมีวิธีสื่อสารอย่างไรให้คนทั่วโลกมาประเทศไทยเพื่อเป็น Destination

ดังนั้น หลายหน่วยงานจึงได้รวมตัวกันเพื่อทำให้ไทยเป็น Destination ทางด้านสุขภาพ เพราะมองว่าถ้าเราเปลี่ยนประเทศไทยให้เป็น Destination of Medical Spa ให้เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวที่มาทำสปาพร้อมมีบริการทางการแพทย์และเรื่องสุขภาพเป็น Backup จะสร้างรายได้มหาศาล

“ไทยเป็นหมุดหมายที่มีการแพทย์ในแนวป้องกันที่ดีสุดอันดับต้นๆของโลก แน่นอนถ้าวิทยาการทางการแพทย์เข้ามาหลอมรวมอยู่ในการดูแลสปา จะสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวได้ แต่จะทำอย่างไรให้ภาพลักษณ์นี้ออกไปสู่สายตาชาวโลกได้ ดังนั้น จึงต้องพึ่ง Soft Power ด้วยการสร้างภาพประทับใจไม่ว่าเรื่องอะไรที่ดีงามในประเทศไทยที่เราได้รู้ได้เห็น ให้อัพโหลดลงโซเชียลมีเดียไปเรื่อยๆ ท้ายที่สุดจะเป็นไวรัลให้นักท่องเที่ยวเห็นและเกิดความประทับใจที่ได้เห็นสิ่งดีๆของประเทศไทย”ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย

อย่างไรก็ตาม อยากฝากถึงนักศึกษาว่า ท่านเป็นกลุ่มคนที่จะช่วยประเทศไทยในอนาคตเพื่อให้มีการเจริญเติบโตที่ยั่งยืน หากเราจะดำรงหน้าที่ตรงนั้นในวงการท่องเที่ยว เราต้องรู้เหตุผลหลักการรวมทั้งข้อมูลเสียก่อน เพื่อนำมาสื่อสารและพัฒนาSkillในด้านต่างๆให้ตรงตามสายงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...