69ศูนย์ฯ สาธารณสุข กทม. ร่วมเจอแจกจบ เพิ่มทางเลือกผู้ติดเชื้อโควิดสีเขียว
69ศูนย์ฯ สาธารณสุข กทม. ร่วมเจอแจกจบ เพิ่มทางเลือกผู้ติดเชื้อโควิดสีเขียว
วันนี้ (14 มีนาคม 2565) นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. มีความห่วงใยในการให้บริการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 แบบผู้ป่วยนอก “เจอ แจก จบ” ณ ศูนย์บริการสาธารณสุข ทั้ง 69 แห่ง โดยกำชับให้สำนักอนามัยติดตามการให้บริการของศูนย์ฯ อย่างใกล้ชิด หากพบปัญหาก็พร้อมจะปรับปรุงแก้ไขในทันที เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่ดียิ่งขึ้น
“ในวันนี้ พญ.ป่านฤดี มโนมัยพิบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กทม.ได้ตรวจเยี่ยมการให้บริการเจอ แจก จบ สำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 กลุ่มสีเขียว พร้อมให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ในการปฏิบัติงาน โดยมี พญ.พรรณทิพย์ วงศ์ธีระสุต ผู้อำนวยการศูนย์บริการสาธารณสุข 31 ร่วมตรวจเยี่ยม ณ ศูนย์บริการสาธารณสุข 31 เอิบ-จิตร ทังสุบุตร เขตบางพลัด” นายขจิต กล่าว
ปลัด กทม.กล่าวว่า ตามที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้มีแผนและมาตรการรองรับการเปลี่ยนผ่านการระบาดของโรคโควิด-19 สู่โรคประจำถิ่น โดยปรับแนวทางการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 เป็นแบบผู้ป่วยนอก (Outpatient with Self Isolation : OPSI) หรือ เจอ แจก จบ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2565 เป็นทางเลือกเพิ่มเติมสำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 โดยเฉพาะผู้ป่วยโควิด-19 ที่ไม่มีอาการ อาการไม่รุนแรง หรือที่เรียกว่า กลุ่มสีเขียว สามารถเข้ารับการรักษาฟรีในโรงพยาบาล (รพ.) ตามสิทธิ หรือวอล์ก อิน (Walk in) ไปที่ศูนย์บริการสาธารณสุข ทั้ง 69 แห่ง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเปิดจุดให้บริการเจอ แจก จบ สำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ตั้งแต่เวลา 08.00–16.00 น. เพียงยื่นบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมแสดงผลตรวจ ATK ที่เป็นบวก สามารถรับการรักษาได้ที่จุดบริการ โดยพยาบาลจะสอบถามข้อมูลเพื่อคัดกรองอาการและความเสี่ยงเบื้องต้น และแพทย์ให้การรักษา จัดยา พร้อมให้คำแนะนำ เมื่อครบ 48 ชั่วโมง จะมีเจ้าหน้าที่สอบถามอาการ หากมีอาการเปลี่ยนแปลงจะส่งต่อเข้ารับการรักษาตามขั้นตอนต่อไป
“สำหรับศูนย์ฯ 31 เป็นหนึ่งในศูนย์บริการสาธารณสุข ทั้ง 69 แห่งสังกัดสำนักอนามัย กทม. ซึ่งแต่ละวันมีผู้เข้ารับบริการเจอ แจก จบ 50-60 คน โดยส่วนใหญ่เป็นประชาชนจากชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียงที่มารับบริการ ถือเป็นอีกทางเลือกในการเข้ารับการรักษาสำหรับผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว นอกเหนือจากการรักษาแบบผู้ป่วยนอก (OPD) ที่ รพ.ตามสิทธิ หรือการรักษาผ่านระบบกักตัวที่บ้าน HI หรือศูนย์พักคอย (CI)” นายขจิต กล่าว
คำแนะนำสำหรับประชาชนทั่วไป ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนที่มีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ขอให้ประชาชนยึดมาตรการ DMHTTA และเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงที่จะติดเชื้อ ทั้งนี้ แม้จะเข้าสู่โรคประจำถิ่นแล้วยังต้องปฏิบัติตนตามมาตรการป้องกันโรคส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด ด้วยการใส่หน้ากากตลอดเวลา เว้นระยะห่าง ล้างมือ หลีกเลี่ยงสถานที่เสี่ยง ตรวจคัดกรองด้วย ATK เมื่อมีความเสี่ยง และฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 โดยเฉพาะการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน ลดความรุนแรงของโรค และลดอัตราการเสียชีวิต