โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักเศรษฐศาสตร์ แนะไทยเจรจาภาษีสหรัฐต่ำกว่า 30%

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 12 พ.ค. 2568 เวลา 17.15 น. • เผยแพร่ 12 พ.ค. 2568 เวลา 10.15 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 12 พ.ค.-นักเศรษฐศาสตร์ ม.หอการค้าไทย ระบุ จีน-สหรัฐ ลดกำแพงภาษี 115% 90 วัน ส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจโลก แนะไทยเจรจาให้ภาษีต่ำกว่า 30% หวั่นแข่งกับสินค้าจีนลำบาก

ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจดิจิทัล การลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ(DEIIT) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า การบรรลุข้อตกลงเรื่องภาษีนำเข้าของจีนและสหรัฐอเมริกา เป็น สัญญาณบวกต่อระบบการค้าโลกและเศรษฐกิจโลก ข้อตกลงในการลดภาษีระหว่างกันลง 115% เป็นเวลา 90 วันทำให้อัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐฯต่อสินค้าจีนลดลงเหลือเพียง 30% ขณะที่ภาษีนำเข้าของจีนเก็บจากสินค้าสหรัฐฯลดลงเหลือเพียง 10% ทำให้การค้าระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา เดินไปได้ตามปรกติ นับ เป็นการปรับสมดุลทางการค้าที่สหรัฐฯขาดดุลการค้ากับจีนจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม ต้องติดตาม หลังจาก 90 วัน ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก หากยังคงอัตราภาษีในระดับเดิม 10-30% ต่อไปปัญหาแรงกดดันเงินเฟ้อ ค่าครองชีพ การขาดแคลนสินค้าในสหรัฐอเมริกาจะบรรเทาลงอย่างชัดเจน ห่วงโซ่อุปทานและเครือข่ายการผลิตของบรรษัทข้ามชาติปรับตัวในทิศทางดีขึ้น จีดีพีโลกจะปรับตัวในทิศทางดีกว่าคาดการณ์เดิม ของ IMF และ ธนาคารโลก การขึ้นกำแพงภาษีนอกจากกระทบต่อการเติบโตของการค้า เศรษฐกิจโดยรวมแล้วยังกระทบต่อการจ้างงานโดยรวม กระทบต่อผลิตภาพ รวมทั้งกดทับการสร้างมูลค่าของสินค้าและบริการต่างๆ การผ่อนคลายลงของสงครามการค้าย่อมทำให้เกิดผลบวกต่อหลายภาคเศรษฐกิจ

ดร. อนุสรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่งออกและเศรษฐกิจไทยช่วงเวลาที่เหลืออยู่ของปีอาจดีกว่าคาดหากไทยสามารถเจรจาให้อัตราภาษีลดลงมาต่ำกว่า 30% หากไทยถูกเก็บภาษีในอัตรา 36% ย่อมไม่สามารถแข่งขันจากสินค้าจากจีนได้ การทำงานเชิงรุกเพื่อรับมือกับผลกระทบจากภาษีตอบโต้ทางการค้าของสหรัฐอเมริกา 36% เพื่อป้องกันไม่ให้จีดีพีของไทยขยายตัวต่ำกว่า 2% หากไม่สามารถเจรจาลดภาษีได้เลย

รัฐบาลต้องเจรจาดึงภาษีนำเข้าจากสหรัฐ 36% ลงมาให้ต่ำกว่า 30% ได้ หากลงมาอยู่ระดับ 10-15% เศรษฐกิจและภาคส่งออกไทยน่าจะยังประคับประคองไปได้ ยอมรับ ปัจจัยเสี่ยงสำคัญของไทย คือ เสถียรภาพของรัฐบาล หากมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลหรือทีมเจรจาในระหว่างการเจรจาอาจทำให้เกิดอุปสรรคได้ เสถียรภาพทางการเมือง เป็นปัจจัยเสี่ยงเฉพาะของไทย ส่วนผลกระทบภาษีนำเข้า กระทบทั่วโลก การไม่มีเสถียรภาพทางการเมือง ทำให้ ไทย เสียเปรียบในการเจรจา และไม่สามารถเริ่มการเจรจากับสหรัฐฯได้ตามกรอบเวลาเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในเอเชีย.-515 สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...