“พาวเวล” เมินทรัมป์ ยันยังไม่เร่งลดดอกเบี้ย รอจับตาเงินเฟ้อจากภาษี
“พาวเวล" ย้ำชัดยังไม่รีบร้อนลดดอกเบี้ย แม้ทรัมป์กดดันหนัก เหตุเงินเฟ้อมีแนวโน้มพุ่งจากภาษีนำเข้า คาดเห็นชัดเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม
วันที่ 25 มิถุนายน 2568 เวลา 02.38 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวต่อสมาชิกรัฐสภาสหรัฐ เมื่อวันอังคารว่า ภาษีนำเข้าที่สูงขึ้นอาจเริ่มส่งผลให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูร้อนนี้ ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เฟดจะพิจารณาเรื่องการปรับลดอัตราดอกเบี้ย
พาวเวลถูกสมาชิกพรรครีพับลิกันในคณะกรรมาธิการบริการการเงินของสภาผู้แทนราษฎร กดดันว่าทำไมเฟดถึงยังไม่ลดดอกเบี้ยตามที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้อง
พาวเวลตอบว่า ตัวเขาและเจ้าหน้าที่หลายคนในเฟดคาดว่าเงินเฟ้อจะเริ่มปรับตัวสูงขึ้นในเร็วๆ นี้ และในระหว่างนี้ธนาคารกลางยังไม่เร่งรีบที่จะลดต้นทุนการกู้ยืม
พาวเวลย้ำชัดว่าเขาจะไม่ส่งสัญญาณว่ามีแนวโน้มลดดอกเบี้ยในการประชุมเฟดเดือนกรกฎาคม ตามที่เจ้าหน้าที่อีก 2 คนเพิ่งพูดถึง หรือแม้แต่ในการประชุมครั้งอื่นๆ ในช่วงนี้
“ผมไม่ต้องการชี้ไปที่การประชุมใดการประชุมหนึ่ง ผมคิดว่าเราไม่จำเป็นต้องรีบร้อน” พาวเวลกล่าว พร้อมชี้ถึงตลาดแรงงานที่ยังแข็งแกร่ง และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับผลกระทบของประเด็นภาษีที่ยังไม่ได้ข้อสรุป
ขณะที่ประเด็นราคาสินค้าที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากภาษีที่สูงขึ้น พาวเวลกล่าวว่า “เราน่าจะเริ่มเห็นผลกระทบนี้ในตัวเลขเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม… ถ้าไม่เกิดขึ้นจริง เราก็พร้อมเปิดรับแนวคิดว่า การส่งผ่านต้นทุน (pass-through) ไปยังผู้บริโภคอาจน้อยกว่าที่เราคิดไว้ และหากเป็นเช่นนั้น มันก็จะมีนัยต่อทิศทางนโยบายของเรา”
“ถ้าปรากฏว่าแรงกดดันเงินเฟ้อยังคงถูกควบคุมไว้ได้ เราก็อาจไปสู่จุดที่ต้องลดดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คิด” พาวเวลกล่าว
ขณะที่เฟดยังคงรอดูผลการเจรจาด้านภาษีของรัฐบาลทรัมป์ พาวเวลถูกตั้งคำถามซ้ำๆ ว่าทำไมเฟดจึงดูหมกมุ่นกับประเด็นภาษี และไม่ลดดอกเบี้ย ทั้งที่เงินเฟ้อในตอนนี้ยังอยู่ในระดับต่ำ
พาวเวลชี้แจงว่านโยบายของเฟดไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนหรือวิจารณ์แนวทางด้านการค้าของรัฐบาล แต่เป็นหน้าที่ของเฟดในการรับมือกับผลกระทบด้านเงินเฟ้อ ซึ่งทั้งเฟดและนักวิเคราะห์ทั่วไปคาดว่าจะเร่งตัวขึ้นในช่วงที่เหลือของปีนี้
“เราไม่ได้ให้ความเห็นเรื่องภาษี หน้าที่ของเราคือควบคุมเงินเฟ้อ และเมื่อมีนโยบายใดที่มีผลกระทบเชิงนัยในระยะสั้นและกลาง เงินเฟ้อก็กลายเป็นหน้าที่ของเรา” พาวเวลกล่าว
“นักพยากรณ์มืออาชีพทุกคนที่ผมรู้จัก… ต่างคาดว่าเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยในปีนี้” พาวเวลกล่าว พร้อมอธิบายถึงเหตุผลที่เฟดยังไม่ลดดอกเบี้ย ในขณะที่นโยบายการค้าของทรัมป์ยังไม่ชัดเจน
ในการแถลงการณ์เตรียมไว้สำหรับการให้การต่อสภาผู้แทนราษฎร พาวเวลระบุว่า ผลกระทบจากภาษีอาจเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวในรูปแบบของการปรับระดับราคาครั้งเดียว แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่ผลกระทบด้านเงินเฟ้อจะยืดเยื้อยาวนานขึ้น
“ในช่วงเวลานี้ เราอยู่ในจุดที่สามารถรอดูทิศทางเศรษฐกิจเพิ่มเติมได้ก่อนจะพิจารณาการปรับเปลี่ยนนโยบาย”
หลังจากถ้อยแถลงของพาวเวล นักลงทุนลดการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกรกฎาคม และหันไปคาดหวังว่าการลดดอกเบี้ยน่าจะเกิดขึ้นในเดือนกันยายนแทน และอาจมีการลดเพิ่มเติมในช่วงปลายปีนี้
ถ้อยแถลงของพาวเวลล์ส่วนใหญ่สอดคล้องกับแถลงการณ์นโยบายของเฟดที่เพิ่งประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยเจ้าหน้าที่เฟดมีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในกรอบ 4.25% ถึง 4.5% และไม่มีสัญญาณว่าการลดดอกเบี้ยจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้
ขณะเดียวกัน การคาดการณ์เศรษฐกิจที่เผยแพร่ในช่วงเวลาเดียวกัน ชี้ว่าเจ้าหน้าที่เฟดส่วนใหญ่คาดว่าจะลดดอกเบี้ย 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาดในปัจจุบัน
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ผู้ว่าการเฟด 2 คน ซึ่งเป็นผู้ได้รับการแต่งตั้งจากทรัมป์ กล่าวว่าสหรัฐอาจลดดอกเบี้ยได้เร็วที่สุดในการประชุมเดือนกรกฎาคม เนื่องจากเงินเฟ้อยังไม่ปรับขึ้นตามภาษีที่บังคับใช้แล้ว ขณะที่ประธานเฟดสาขา 3 คนยังคงกังวลว่าเงินเฟ้อจะเร่งตัวขึ้นในช่วงที่เหลือของปีนี้
ทรัมป์ ซึ่งเป็นผู้แต่งตั้งพาวเวลล์ให้ดำรงตำแหน่งประธานเฟดในสมัยแรก แต่มีแนวโน้มจะเปลี่ยนตัวเขาเมื่อครบวาระในฤดูใบไม้ผลิปีหน้า ได้เรียกร้องให้ลดดอกเบี้ยอย่างรุนแรงซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“เราควรลดดอกเบี้ยลงอย่างน้อย 2-3%” ทรัมป์โพสต์ในโซเชียลมีเดีย ก่อนการไต่สวน พร้อมระบุถึงพาวเวลล์ว่า เขาหวังว่า “รัฐสภาจะเล่นงานคนหัวแข็ง ดื้อด้าน และโง่มากคนนี้ให้หนักๆ หน่อย”
อ้างอิง : reuters.com