โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทองไทยยิ่งแพงคนยิ่งซื้อ เป็นหลุมหลบภัย YLG เตือนซื้อติดพอร์ตได้แต่ระวัง “ติดดอย”

การเงินธนาคาร

อัพเดต 09 พ.ค. 2568 เวลา 10.46 น. • เผยแพร่ 09 พ.ค. 2568 เวลา 03.46 น.

เทรนด์ทองคำไทยยังโตไม่หยุดจากสัญญาณ All Time High หลายระลอก นักลงทุนหนีความผันผวนกระดานลงทุนหันซื้อทองแท่งเป็นหลุมหลบภัย เก็งกำไรระยะสั้น-สะสมยาว รอจังหวะแอสเสทอื่นราคาขึ้น YLG แนะซื้อทองติดพอร์ต 5-10% ลดความเจ็บ “ทองติดดอย”

นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) เปิดเผยกับ การเงินธนาคาร ว่า

ทองคำเป็นสินทรัพย์ Safe Haven ซึ่งยังมีทิศทางการเติบโตได้อีก จากสัญญาณราคาทองที่ทำ All Time High หลายรอบ

สิ่งที่น่าสนใจคือในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา พฤติกรรมของคนเปลี่ยนมาจากการซื้อทองรูปพรรณมาซื้อทองคำแท่ง เพื่อเก็งกำไรระยะสั้นและซื้อสะสมระยะยาว ทำให้แนวโน้มตลาดเติบโตขึ้นจากหลายองค์ประกอบ ทั้งราคา พฤติกรรมผู้บริโภคและผู้ประกอบการที่ปรับตัว บวกกับข่าวที่เกี่ยวกับทองทุกวัน ทำให้คนลงทุนได้ง่ายขึ้น เข้าใจและจับต้องได้

“ตัวเลขของ WORLD GOLD ชี้ว่าในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ราคาทองคำมีทั้งเทรนด์ขาขึ้นและขาลง ดังนั้นสัดส่วนที่ดีของการลงทุนอยู่ที่ประมาณ 5-10% ของพอร์ตเพื่อช่วยลดความเจ็บเวลาทองติดลบ ซึ่ง “หุ้น” จะขึ้นมาแทน เราไม่อยากให้คนเข้าใจว่าซื้อทองแล้วไม่ขาดทุน เพราะในอดีตทองเคยติดดอยที่ 3 หมื่นบาทนาน 10 ปีมาแล้ว

เพราะฉะนั้น ทองมีวัฏจักรของตัวเอง ถ้าวันนี้คนที่จะเข้ามาถือทองในต้นทุน 3,000 เหรียญ ในกรณีที่แย่ที่สุดจะขาดทุน 50% คำถามคือนักลงทุนรับได้ไหม ถ้า 50% ที่ขาดทุนนี้ใส่เซฟไว้แล้วอีก 10 ปีมาเจอกันใหม่ ดังนั้นควรกระจายลงทุน”

อย่างไรก็ดี เทรนด์ทองคำในระยะ 2 ปีมานี้ค่อนข้างผิดปกติ ปี 2567 ที่ผ่านมาการเติบโตถึง 30% และปี 2568 นี้ปรับตัวขึ้นมาแล้ว 30% แต่ในอดีตจากสถิติราคาทองจะบวก-ลบเฉลี่ยราวๆ 9-10% ไม่ว่าจะเป็นทองดอลลาร์ ปอนด์ หรือบาท ทุก Currency จะเติบโตเฉลี่ยเท่ากัน

แต่ปีนี้นักวิเคราะห์ต่างประเทศให้คาดการณ์ที่ราคาทองที่ 3.7-3.9 พันดอลลาร์ และยังมีการคาดการณ์ว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยอีก 3 ครั้ง ซึ่งหากเฟดลดดอกเบี้ยจริง ราคาทองจะพุ่งขึ้นอีก

“ปีนี้ยังมีหลายปัจจัยที่หนุนให้ราคาทองยังบวก นักลงทุนยังสามารถซื้อทองได้ทั้งบาทและดอลลาร์ เพราะราคาบวก-ลบเพียง 1-2% เท่านั้น แต่ข้อดีคือสามารถซื้อตรงไม่ต้องผ่านกองทุน สำคัญคือการซื้อทองควรเป็นเงินเย็น ซึ่งบางคนมีดอลลาร์ในพอร์ตอยู่แล้วก็สามารถซื้อเป็นดอลลาร์ ส่วนคนที่ถือเงินบาทไม่จำเป็นต้องไปแลกเป็นดอลลาร์มาซื้อ

และนักลงทุนสามารถซื้อได้ทั้งทอง 99% และทอง 96.5% เพราะผลตอบแทนเท่าๆ กัน ขึ้นอยู่กับเงินต้นที่อยากซื้อเท่าไหร่ แต่หากต้องการความคุ้มค่า ทอง 99% ควรซื้อไซส์ 1 กก. ราคาประมาณ 3.6 ล้านบาท เพราะทอง 99% น้ำหนักยิ่งน้อยหรือ 100 กรัมมีค่าพรีเมียมประมาณ 8 เท่าจากไซส์ใหญ่เนื่องจากผลิตยาก แต่ข้อดีคือสามารถขายที่ไหนก็ได้ในโลกได้ในราคาตลาด แต่ทองไทย 96.5% ส่วนมากซื้อร้านไหนขายร้านนั้น และนำไปขายต่างประเทศไม่ได้

YLG เองนำเข้าทอง 99% มาหลอมเป็นทอง 96.5% แล้วขายออกไป เมื่อรับซื้อทอง 96.5% คืนจากผู้ซื้อรายย่อยต้องนำมาหลอมเป็นทอง 99% เช่นกัน”

[caption id="attachment_171390" align="aligncenter" width="1000"]

ทองคำ YLG

นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)[/caption]

ผู้บริหารกล่าวต่อไปว่า ในภาวะดีมานด์สูง ผู้ประกอบการต้องปรับตัวอย่างมากขึ้น เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคหันมาซื้อทองออนไลน์เยอะขึ้น เข้าร้านทองน้อยลง ขณะที่ทางเลือกในการซื้อก็มีมากขึ้น ดังนั้นร้านทองต้องปรับตัวให้เข้าถึงลูกค้ามากขึ้น ทำให้สะดวกในการซื้อขาย การจ่ายเงิน และรับของ

ในส่วนของ“YLG” ยังเติบโตตามตลาดและกระแสของทองได้ดี พร้อมกับการขยายพันธมิตรในการซื้อขายและส่งมอบทองคำ กรุงไทย Dime แม้แต่การทำโปรโมชั่นส่งเสริมการขายกับไทยพาณิชย์ ขณะที่ทองคำแท่งยังคงต้องโฟกัส เพราะปัจจุบันธุรกิจร้านทองทุกร้านต้องหาสินค้าเพิ่ม ทุกแพลตฟอร์มต้องเติมของ

“ทองของ YLG ในช่องทางออนไลน์เป็นสินค้าประเภททองแท่งและการ์ดทองเป็นหลัก ลูกค้าหลักเป็นนักลงทุนไซส์ใหญ่ แต่ระยะหลัง YLG เปิดแพลตฟอร์ม GET GOLD By YLG เจาะกลุ่มนักลงทุนรายย่อยลงมา เพราะตอนนี้ทองน้ำหนัก 1 บาทราคาไปไกลมากแล้ว เราจึงทำไซส์ย่อยลงมาขั้นต่ำ 1 กรัมเพื่อให้คนเข้าถึงมากขึ้น ลูกค้าสามารถเลือกมารับที่สำนักงานหรือส่งไปรษณีย์ผ่านระบบประกันได้ แต่ถ้าน้ำหนักทอง 5 บาทขึ้นไปต้องมารับเอง

ข้อดีคือสำหรับคนที่มีงบน้อยสามารถซื้อในปริมาณน้อยและขายได้เลยไม่ต้องรอสะสม และเป็นโมเดลที่เรากำลังจะเปิดกับ Dime ในช่วงปลายปี เพราะตอนนี้พฤติกรรมคนเปลี่ยน ไม่ใช่แค่ซื้อทองผ่านออนไลน์แล้วส่งไปรษณีย์เท่านั้น แต่ซื้อของที่ราคาแพงหลักล้านบาทผ่านอีคอมเมิร์ซเป็นเรื่องปกติ เพราะคนมีความอดทนน้อยลง รอไม่ได้ เน้นสะดวก YLG เองพยายามมองหาโอกาสเข้าไปในเซกเมนต์ที่ลูกค้าอยากได้ เร็วๆ นี้เราจะออกเวอร์ชัน USD ให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อเป็นบาทหรือ USD ได้ทั้ง 96.5% หรือ 99% ด้วย”

อ่านข่าว การเงิน-อัตราแลกเปลี่ยน-ราคาทอง ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...