สถิติใหม่! นักท่องเที่ยวทะลักญี่ปุ่น ครึ่งปีแรก สูงกว่าก่อนเกิดโควิด
แหล่งข่าวในรัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าญี่ปุ่นมากเป็นประวัติการณ์ 17.78 ล้านคนในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ โดยเงินเยนที่อ่อนค่า ช่วยหนุนให้การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวระหว่างเดือนเม.ย.-มิ.ย. สูงเป็นประวัติการณ์สำหรับรายไตรมาส ที่ประมาณ 2.1 ล้านล้านเยนด้วยเช่นกัน
จำนวนนักท่องเที่ยวสำหรับช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ นับว่าสูงกว่าตัวเลขที่ทำสถิติไว้มากเป็นประวัติการณ์ที่ 16.63 ล้านคนเมื่อปี 2562 ก่อนเกิดการระบาดของโควิดซึ่งทำให้ทั่วโลกต้องปิดพรมแดน สำหรับจำนวนนักท่องเที่ยวในเดือนมิ.ย.อยู่ที่ 3.14 ล้านคน ซึ่งก็มากเป็นประวัติการณ์สำหรับเดือนเดียว ทั้งยังเป็นตัวเลขที่สูงกว่าระดับ 3 ล้านติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4
หากแนวโน้มยังดำเนินไปเช่นนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวสำหรับทั้งปี 2567 คาดว่าจะสูงกว่าสถิติเมื่อปี 2562 ที่มากเป็นประวัติการณ์ที่ 31.88 ล้านคน
นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไปยังญี่ปุ่นมากที่สุดเมื่อเดือนมิ.ย. คือเกาหลีใต้ ด้วยจำนวนประมาณ 700,000 คน ตามด้วยจีน 660,000 คน ไต้หวัน 570,000 คน สหรัฐ 300,000 คน และฮ่องกง 250,000 คน
นายกรัฐมนตรีฟูมิโอะ คิชิดะของญี่ปุ่น คาดว่าการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจะขึ้นถึง 8 ล้านล้านเยนในปีนี้ ทั้งนี้ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวกำลังจะกลายเป็นภาคส่งออกที่มีขนาดใหญ่อันดับ 2 ของญี่ปุ่น รองจากยานยนต์ และแซงหน้าชิ้นส่วนอิเลกทรอนิก
ผู้บริหารบริษัทท่องเที่ยวไฮเอนด์ Luxurique ระบุว่า ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการอ่อนค่าของเงินเยนช่วยให้ญี่ปุ่นมีความดึงดูดใจมากขึ้น และทำให้คนไม่ลังเลที่จะเดินทาง นอกจากนั้น บริษัทยังเห็นความหลากหลายมากขึ้นของผู้ที่เดินทางไปญี่ปุ่น แตกต่างจากปี 2562 ซึ่งประมาณ 30% เป็นนักท่องเที่ยวจากจีน
กระนั้น การหลั่งไหลเข้าไปของนักท่องเที่ยว ก็ก่อให้เกิดการท้าทายหลายประการสำหรับญี่ปุ่น รวมถึงการทำอย่างไรจึงจะดึงดูดนักท่องเที่ยวไปยังภูมิภาคที่ยังไม่ค่อยมีคนรู้จัก และการบรรเทาผลกระทบอย่างในด้านการจราจรที่แออัด รวมถึงความไม่คุ้นเคยกับธรรมเนียมปฏิบัติแบบญี่ปุ่น