ถอดรหัส YouTrip โตพุ่ง พ้นโควิด...คนไทยเที่ยวล้างแค้น
สถานการณ์การท่องเที่ยวทั่วโลกฟื้นตัวขึ้นเป็นลำดับ หลังจากการระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้บัตร “Travel Card” ที่ซบเซาไปในช่วงดังกล่าว กลับมาคึกคักอีกครั้ง แต่การฟื้นตัวจะกลับมาเหมือนก่อนโควิดแล้วหรือไม่ รวมถึงมองไปข้างหน้าจะเป็นอย่างไร “จุฑาศรี คูวินิชกุล” ผู้ร่วมก่อตั้ง YouTrip ประเทศไทย ธุรกิจที่ให้บริการดิจิทัลวอลเลตรองรับการชำระเงินในสกุลเงินกว่า 150 สกุลเงินทั่วโลก ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงทิศทางธุรกิจไว้ดังต่อไปนี้
คนไทยเที่ยวล้างแค้น
“จุฑาศรี” กล่าวว่า หลังจากเปิดตัวที่ประเทศสิงคโปร์เมื่อปี 2561 ถัดมาอีกปี YouTrip เปิดตัวให้บริการในประเทศไทย เมื่อเดือน พ.ย. 2562 โดยร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจอย่างธนาคารกสิกรไทย ซึ่งได้รับผลตอบรับค่อนข้างดี มีผู้ใช้งานหลายล้านคนทั่วภูมิภาค
อย่างไรก็ดี หลังเปิดตัวในไทยไม่นาน ก็เกิดการระบาดของโควิด ทำให้ YouTrip ต้องปรับแผนธุรกิจหันไปเจาะกลุ่มธุรกรรมซื้อขายออนไลน์ (e-Commerce) แทน ซึ่งได้ผลค่อนข้างดีมีลูกค้าใช้บริการ และมีการเติบโตแข็งแกร่ง
“เมื่อเปิดประเทศ ทุกอย่างกลับมาปกติ ทั้งการเดินทาง เที่ยวบิน การจองห้องพัก จนเกิดปรากฏการณ์ ‘เที่ยวล้างแค้น’ ของคนไทยที่อัดอั้นมาจากช่วงโควิด ส่งผลให้ ‘YouTrip’ เติบโตค่อนข้างสูง โดยระดับภูมิภาค ในปี 2566 รายได้เติบโตสูงถึง 180% จากปีก่อนหน้า
และ ล่าสุด ณ เดือน ก.ย. 2567 มีผู้ใช้เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า มียอดธุรกรรมใช้จ่ายผ่านบัตร (Spending) สูงถึง 5 เท่าจากปี 2565”
ทั้งนี้ แม้ว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2567 ภาพการเติบโตค่อนข้างช้า คาดว่าอัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) จะขยายตัวได้กว่า 2% การลงทุนชะลอตัว แต่ในแง่ธุรกิจของ YouTrip ยังสามารถเติบโตสวนกระแสได้
“ปี 2566 เรามีการระดมทุนเพิ่มราว 50 ล้านดอลลาร์ และเพิ่มคนอีกราว 50 คน เพื่อรองรับการทำธุรกิจ เนื่องจากเห็นโอกาสเติบโต โดยเฉพาะแนวโน้มคนไทยที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ”
ความนิยมเที่ยวญี่ปุ่นยังสูง-จีนพุ่ง
สำหรับประเทศที่คนไทย นิยมเดินทางท่องเที่ยว ยังคงเป็นญี่ปุ่น ซึ่งรายงานของ JNTO ระบุว่า ในเดือน ก.ย. 2567 มีคนไทยเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นจำนวน 4.5 หมื่นคน และพบว่า 1 ใน 3 ของนักท่องเที่ยว หรือราว 1.5 หมื่นคน ประมาณ 30% เลือกใช้ YouTrip ในการใช้จ่ายหรือชำระเงินหลักเพื่อเดินทาง
ซึ่งจากการสำรวจพฤติกรรมการชำระเงินผ่าน YouTrip พบว่า สัดส่วนราว 76% ใช้ YouTrip เพื่อช็อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนม เช่น Louis Vuitton, Dior และ Gucci และช็อปในห้างสรรพสินค้าหรู เช่น Takashimaya และ Matsuya เป็นอันดับ 1 แล้วก็ใช้จ่ายในร้านอาหาร-สวนสนุก 10% ที่พัก-โรงแรมอีกราว 4% นอกจากนี้ ยังนิยมใช้จ่ายในร้านสะดวกซื้อเป็นร้านค้าหลัก เช่น 7-Eleven, Lowson, FamilyMart เป็นต้น
“ในช่วงสงกรานต์ เราเห็นกระแสของ Popmart ที่ Harajuku และ Shibuya เป็นปลายทางยอดนิยมสำหรับคนไทย และยังพบว่าคนไทยไปเที่ยวจีนมากขึ้น ภายหลังจาก YouTrip ได้มีการผูกบัตรไว้กับอาลีเพย์ ทำให้ลูกค้าสะดวกในการใช้จ่าย ซึ่งเพียงไตรมาสเดียวเห็นการเติบโตเพิ่มขึ้น 6 เท่า ถือเป็นสกุลเงินที่มีการใช้จ่ายมาแรงอีกด้วย”
แห่แลกเงินเยนเก็บพุ่ง 10 เท่า
“จุฑาศรี” กล่าวด้วยว่า ในช่วงที่ค่าเงินบาทไทยแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ปริมาณธุรกรรมและการแปลงสกุลเงินในแอปพลิเคชั่น “YouTrip” เพิ่มขึ้นอย่างมาก หรือในช่วงค่าเงินเยนอ่อนค่าลง เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งค่าเงินเยนอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินบาทไทย เรตอยู่ที่ 100 บาท เท่ากับ 448 เยน
พบว่า ลูกค้ามีการแปลงสกุลเงินในกระเป๋าเงินในแอป YouTrip เพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า จากค่าเฉลี่ยรายวัน เป็นส่วนหนึ่งของ Pent up Demand ความต้องการเที่ยวที่สะท้อนไปยังตัวเลขคนไทยที่เดินทางไปในประเทศญี่ปุ่น
และในช่วงจังหวะที่อัตราแลกเปลี่ยนปรับเปลี่ยน ก็เห็นสัญญาณที่ลูกค้ามองหาช่วงเวลาที่เหมาะสมในการแปลงสกุลเงินล่วงหน้า เพื่อล็อกอัตราแลกเปลี่ยนที่ดีที่สุดเมื่อมีโอกาส ซึ่งปัจจุบัน YouTrip สามารถแลกเปลี่ยน 10 สกุลเงินล่วงหน้าด้วยอัตราเรตพิเศษ
ได้แก่ THB, JPY, HKD, SGD, AUD, EUR, GBP, CHF, USD, CAD และในเร็ว ๆ นี้ จะเพิ่มอีก 3 สกุลเงิน ได้แก่ CNY, KRW และ TWD ตามความต้องการของผู้ใช้ที่มีมากขึ้น
“เดือน ก.ย.ที่ผ่านมา เราพบว่ามีผู้ใช้งานจำนวนมากที่ใช้ประโยชน์จากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนโดยการแปลงสกุลเงินล่วงหน้าเพื่อเดินทาง และใช้โปรโมชั่นจาก OTA (Online Travel Agency) เพื่อจองเที่ยวบิน โดยเฉพาะในช่วงฤดูซากุระปี 2568 เราจึงเชื่อมั่นว่าในระยะยาว ความกระตือรือร้นในการเดินทางของคนไทยจะไม่ลดลง”
เดินหน้ายกระดับแอป YouTrip
สำหรับเป้าหมายธุรกิจของ YouTrip ในอนาคตนั้น “จุฑาศรี” กล่าวว่า จากแนวโน้มการเข้าสู่สังคม Digital และคนไทยมีความรู้ทางการเงินมากขึ้น ทำให้คนหันมาเลือกใช้การชำระเงินในรูปแบบดิจิทัลแทนการชำระเงินแบบดั้งเดิม
เช่น เงินสด การแลกเงินผ่านร้านซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Money Changer) หรือบัตรเครดิต-บัตรเดบิต ที่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม และมีอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่ยืดหยุ่นในการใช้ ปัจจัยเหล่านี้ ทำให้คนหันมาใช้กระเป๋าเงินดิจิทัลแบบหลายสกุลเงิน และทิศทางในระยะข้างหน้าตลาดนี้มีแนวโน้มเติบโตได้อีก
“ในระยะข้างหน้า YouTrip มีเป้าหมายเร่งขยายฐานผู้ใช้ในไทยผ่านแคมเปญการตลาด เช่น ล่าสุด ยกเว้นค่าธรรมเนียมการถอนเงินสดจากเครื่องเอทีเอ็ม รวมถึงแคมเปญเงินคืน (Cash Back) ร่วมกับพันธมิตรร้านค้า เป็นต้น”
นอกจากนี้ YouTrip จะเปิดให้บริการในมาเลเซียภายในปีนี้ และจะขยายตลาดอื่น ๆ ทั่วเอเชีย-แปซิฟิก รวมถึงจะขยายรูปแบบการชำระเงินเป็น Digital Solution Payment อาทิ การชำระเงินแบบไร้การสัมผัส (Contactless)
และเพิ่มบริการเสริมต่าง ๆ เช่น ประกันภัยการเดินทาง ตั๋วเครื่องบิน ที่พัก และกิจกรรม เพื่อตอบสนองความต้องการด้านการเดินทางและการชำระเงินของผู้ใช้
จับตาการมาของ Virtual Bank
“เรามีคู่แข่งใกล้เคียงกัน คือ บัตร Travel Card และร้านแลกเงิน แต่จะเห็นว่า Target คนละกลุ่ม เพราะคนใช้บัตรเป็นกลุ่มลูกค้า Wealth แต่จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป การใช้งาน Digital Wallet แพร่หลายมากขึ้น
สะท้อนจากตัวเลข ธปท.ธุรกรรม 94% เปลี่ยนจากชำระด้วยบัตรเครดิตมาสู่ Travel Card ทำให้เรามีจำนวนผู้ใช้ใหม่เพิ่มขึ้น มีการทำธุรกรรมบนแพลตฟอร์มเป็นจำนวนมาก แต่การเข้ามาของธนาคารไร้สาขา หรือ Virtual Bank อาจทำให้การแข่งขันภายในพื้นที่ Digital Wallet เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และต้องติดตามดู”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ถอดรหัส YouTrip โตพุ่ง พ้นโควิด…คนไทยเที่ยวล้างแค้น
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net