หุ้น Tesla พุ่ง 22% แตะระดับสูงสุดในรอบ 11 ปี หลังรายงานรายได้ไตรมาส 3 ดีเกินคาด
หุ้น Tesla พุ่ง 22% แตะระดับสูงสุดในรอบ 11 ปี หลังจากรายงานผลประกอบการ ไตรมาส 3 ดีเกินความคาดหมาย ด้าน อีลอน มัสก์ คาดการส่งมอบรถ Tesla โตพุ่ง 30% ในปี 2568
วันที่ 25 ตุลาคม 2567 สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า หุ้นเทสลา (Tesla) พุ่งขึ้น 22% ปิดที่ระดับ 260.48 ดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการพุ่งขึ้นสูงที่สุด นับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2556 หลังจากที่รายงานผลประกอบการดีเกินความคาดหมาย
Tesla ประกาศเมื่อวันพุธ (23 ต.ค.) ว่า รายได้ไตรมาสที่ 3 อยู่ที่ 25,180 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบเป็นรายปี แต่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 25,370 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนกำไรต่อหุ้นที่ปรับแล้ว อยู่ที่ 72 เซนต์ ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้โดยเฉลี่ยที่ 58 เซนต์
นักวิเคราะห์ของ JPMorgan ตั้งข้อสังเกตว่า ผลประกอบการที่สูงเกินความคาดหมายนี้น่าจะผลักดันให้เกิดปฏิกิริยาที่แข็งแกร่งต่อการลงทุนในหุ้นของ Tesla โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อจาก Tesla มักรายงานผลประกอบการต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้
ด้านกำไรไตรมาสที่ 3 ของ Tesla ยังได้รับแรงหนุนเพิ่มจากรายได้ 739 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเครดิตกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งนักวิเคราะห์ของ JPMorgan ชี้ว่าอาจไม่ใช่แหล่งรายได้และกระแสเงินสดที่ยั่งยืนในระยะยาว
รายได้ของ Tesla ยังได้รับแรงหนุนจากระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติเต็มรูปแบบ (FSD) อีกด้วย โดย นายไวภาพ ทาเนจา CFO ของ Tesla เปิดเผยระหว่างการรายงานผลประกอบการ ว่า FSD มีรายได้เพิ่มขึ้น 326 ล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสนี้ หลังจากที่มีการนำระบบนี้ไปใช้งานใน Cybertruck และเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ได้แก่ "Actually Smart Summon"
ด้าน นายอีลอน มัสก์ ซีอีโอของ Tesla กล่าวว่า แนวโน้มการคาดการณ์ว่าการเติบโตของการส่งมอบรถยนต์อาจเพิ่มขึ้น 20% ถึง 30% ในปีหน้า โดยได้รับแรงหนุนจากยานยนต์ต้นทุนต่ำ และความก้าวหน้าในระบบขับขี่อัตโนมัติแบบไร้คนขับ ซึ่งการคาดการณ์นี้สูงกว่าที่นักวิเคราะห์ในโพลสำรวจของ FactSet คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 15% ในปี 2568
แม้แต่บรรดานักวิเคราะห์จากดอยซ์แบงก์ (Deutsche Bank) ที่มีมุมมองในเชิงบวกก็ยังแสดงความกังขาต่อการคาดการณ์ของนายมัสก์ โดยในบันทึกของนักวิเคราะห์ที่เผยแพร่หลังการรายงานผลประกอบการของ Tesla ระบุว่า มุมมองยังค่อนข้างปานกลางที่ระดับ 10% ถึง 15% โดยอิงจากสมมติฐานที่ว่า Tesla สามารถเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น Model Y รุ่นที่ราคาถูกกว่า ในราคาต่ำกว่า 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ หลังจากหักเงินอุดหนุนแล้ว รวมถึงรถ SUV ขนาดเล็กรุ่นอื่น ๆ
ขณะที่นักวิเคราะห์จาก Morgan Stanley ซึ่งแนะนำให้ซื้อหุ้น Tesla ได้อ้างถึงการคาดการณ์การเติบโตของการส่งมอบรถยนต์ในปี 2568 ของนายมัสก์ว่าเป็นอาจเป็นไปได้ และตั้งการประมาณการไว้ที่ 14% โดยข้อสังเกตว่าการเติบโตนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถของบริษัทในการปรับปรุงความสามารถในการซื้อ ผ่านการเปิดตัวรถรุ่นถัดไปที่มีราคาถูกกว่า รวมถึงข้อเสนอทางการเงิน และคุณสมบัติที่ได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น
อ้างอิง : cnbc.com