โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

8 เมืองประเทศญี่ปุ่น ที่ถึงแม้จะเล็กแต่เสน่ห์ล้นเกินต้าน !

LSA Thailand

อัพเดต 29 พ.ย. 2567 เวลา 10.57 น. • เผยแพร่ 02 ธ.ค. 2567 เวลา 04.00 น. • Lifestyle Asia Thailand
เมืองประเทศญี่ปุ่น

สำหรับใครที่ยังคงติดอกติดใจ มูฟออนจากการเที่ยวประเทศญี่ปุ่นไม่ได้ แต่ก็ไปโตเกียวและโอซาก้าบ่อยแล้ว อยากไปเปิดประสบการณ์และสัมผัสบรรยากาศความสวยงามในเมืองอื่น ๆ บ้าง ซึ่งในบรรดา เมืองต่าง ๆ ในญี่ปุ่น ยังมี เมืองเล็ก ๆ ในประเทศญี่ปุ่นที่น่าเที่ยว อยู่อีกมากมาย โดยวันนี้ Lifestyle Asia มีพิกัด 8 เมืองประเทศญี่ปุ่น ที่ถึงแม้จะเล็กแต่มีเสน่ห์ล้นเกินต้านมาฝากทุกคนกันค่ะ

Relate article

เที่ยวญี่ปุ่นเดือนไหน จังหวัดอะไร ถึงจะเจอหิมะฟู ๆ เต็มทุกพื้นที่

เที่ยว Okayama ย่านเมืองเก่าญี่ปุ่น สวนสวย ต้นกำเนิดตำนานโมโมทาโร่

1 /8

โอตารุ (Otaru)

Image credit : JNTO official website

เมืองเล็ก ๆ ในภูมิภาคฮอกไกโดกับบรรยากาศสุดโรแมนติก ที่เราจะได้เดินเล่นเลียบ ‘คลองโอตารุ’ (Otaru Canal) ท่ามกลางแสงไฟสีส้มอบอุ่นในยามค่ำคืน ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดก็จะมี ‘พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีโอตารุ’ (Otaru Music Box Museum) ซึ่งมีกล่องดนตรีสุดแสนน่ารักหลากหลายรูปแบบเป็นสินค้าที่ระลึกประจำจังหวัดโอตารุ ที่น่าซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านไปเป็นของฝากให้กับคนพิเศษ ตบท้ายด้วยร้านขนมหวานในตำนานอย่าง ‘อามะโตะ โอตารุ’ (Amato Otaru) ร้านขนมเค้กและเบเกอรี่ที่เก่าแก่กว่า 90 ปี และเป็นที่นิยมมากที่สุดในฮอกไกโด โดยขนม Best seller ของทางร้านจะเป็น ‘Marron Coron’ ขนมหาทานยากคล้ายคุกกี้กรุบกรอบ ที่มีเลเยอร์ 3 ชั้น โดยมี 4 รสชาติให้เลือกคือ อัลมอนด์ ชีส โกโก้ และวอลนัท

2 /8

ฮาโกดาเตะ (Hakodate)

Image credit : Hakodate International Tourism and Convention Association official facebook

เมืองท่าริมทะเลสุดชิลล์แห่งนี้ เป็นเมืองเก่าแก่ที่สุดในภูมิภาคฮอกไกโด ที่มาพร้อมกับจุดชมวิวบนยอดเขาที่สวยจนแทบไม่เชื่อสายตาอย่าง ‘ภูเขาฮาโกดาเตะ’ (Mount Hakodate) จุดชมวิวเมืองติดอันดับท็อป 1 ใน 3 วิวยามค่ำคืนที่สวยที่สุดในโลก และที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ ‘ป้อมโกเรียวกาคุ’ (Fort Goryokaku) หรือ ‘ป้อมดาว 5 แฉก’ ซึ่งเป็นป้อมโบราณในสมัยเอโดะ ซึ่งมีความสวยงามแปลกตา และมีเสน่ห์ที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละฤดู ก่อนกลับก็อย่าลืมแวะไปเดินเล่นถ่ายรูปช็อปปิ้งกันที่แลนด์มาร์คของฮาโกดาเตะ ‘โกดังอิฐแดงคาเนโมริ’ (Kanemori Red Brick Warehouse) แหล่งช้อปปิ้งสไตล์ตะวันตกริมทะเล ที่มีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร ลานเบียร์ และร้านขายของที่ระลึกมากมาย

3 /8

นิกโกะ (Nikko)

Image credit : Freepik.com by jcomp

เป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม และธรรมชาติที่สวยงาม ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโตเกียว ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในเมืองมรดกโลก โดยมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอย่าง ‘ศาลเจ้านิกโกะโทโชกุ’ (Nikko Toshogu Shrine) ศาลเจ้าเก่าแก่อายุ 400 ปี ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก และ ‘สะพานชินเคียว’ (Shinkyo Bridge) สะพานสีแดงซึ่งเป็นจุดแลนด์มาร์คของเมืองนิกโกะ ที่ตั้งตระหง่านโดดเด่นท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงามของภูเขาและแม่น้ำ จนเกิดเป็นวิวทิวทัศน์ที่งดงามอย่างยิ่ง นอกจากนี้ยังมี ‘น้ำตกเคะงน’ (Kegon no taki) 1 ใน 3 น้ำตกที่สวยที่สุดในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย

4 /8

คาวาโกเอะ (Kawagoe)

Image credit : Koedo Kawagoe Tourist Association official facebook

สำหรับใครที่ชอบเดินเล่นท่ามกลางบรรยากาศย้อนยุค ห้ามพลาดมาเช็กอิน ใส่ยูกาตะ แล้วถ่ายรูปเล่นกันที่เมืองคาวาโกเอะนี้เลย โดยที่นี่เป็นเมืองเก่าที่ได้รับฉายาว่า ‘ลิตเติ้ล เอโดะ’ (Little Edo) เพราะบ้านเก่าทุกหลังและอาคารเก่าทุกอาคารยังคงถูกอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี จึงเป็นเมืองเก่าแก่ที่ทั้งสวยและคลาสสิก เหมือนย้อนไปอยู่ในยุคเอโดะกันเลยทีเดียว โดยสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของเมืองนี้ก็จะมี ‘วัดคิตาอิน’ (Kitain Temple) วัดเก่าแก่ที่ยังมีปราสาทเอโดะหลงเหลืออยู่ ตรอกลูกอม (Kashiya Yokocho) ย่านขายขนมท้องถิ่น และลูกอมต่าง ๆ ที่น่าซื้อกลับไปเป็นของฝากที่ระลึก และสำหรับใครที่อยากสมหวังในความรัก ก็สามารถไปขอพรกันได้ที่ ‘ศาลเจ้าฮิคาวะ’ (Hikawa Shrine) ซึ่งเป็นศาลเจ้าแห่งความรักอันโด่งดังประจำเมืองคาวาโกเอะนี้

5 /8

มะสึโมโตะ (Matsumoto)

Image credit : Go! Nagano, Japan official facebook

อีกหนึ่งเมืองที่มีความโดดเด่นในเรื่องของธรรมชาติที่สวยงาม โดยมีสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวในฝันของหลายๆ คนอย่าง ‘คามิโคจิ’ (Kamikochi) หนึ่งในจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่งดงามที่สุดในญี่ปุ่น โดยเป็นที่ราบสูงที่ทอดตัวยาวไปตามแม่น้ำอาซุสะเป็นระยะทาง 15 กิโลเมตร ล้อมรอบด้วยภูเขาสูงและต้นไม้นานาชนิด จนเกิดเป็นทัศนียภาพที่สวยงามอลังการ ตรึงตาตรึงใจเป็นที่สุด นอกจากนี้มะสึโมโตะยังเป็นที่รู้จักในชื่อ ‘เมืองแห่งปราสาทอีกาดำ’ เพราะมี ‘ปราสาทมะสึโมโตะ’ (Matsumoto castle) ปราสาทที่ทั้งกำแพงและหลังคาเป็นสีดำดูน่าเกรงขาม ซึ่งเป็นหนึ่งในห้าปราสาทของประเทศญี่ปุ่น ที่ถูกกำหนดให้เป็นสมบัติประจำชาติ แถมยังเป็นปราสาทไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย

6 /8

ชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go)

Image credit : Freepik by wirestock

หลายคนน่าจะคุ้นตากันเป็นอย่างดีกับ ภาพของหมู่บ้านมรดกโลก ที่ตั้งอยู่กลางหุบเขาในจังหวัดกิฟุอย่างชิราคาวาโกะ ซึ่งเป็นหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ใคร ๆ ต่างก็อยากมาเยือนสักครั้งในชีวิต โดยหมู่บ้านโบราณแห่งนี้มีอายุเก่าแก่กว่า 250 ปี ที่รูปทรงบ้านแต่ละหลังเป็นสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า ‘กัสโชสึคุริ’ (Gassho-zukuri) ซึ่งมีหลังคาทรงแหลมลาดลงด้านข้างทั้ง 2 ด้าน ทำมุม 60 องศา เพื่อให้หิมะและน้ำฝนที่ตกลงมาไหลลงสู่พื้นด้านล่าง โดยช่วงไฮไลท์ของการเที่ยวหมู่บ้านชิราคาวาโกะจะเป็นช่วงฤดูหนาว ที่ทั่วทั้งหมู่บ้านและภูเขาโดยรอบถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวโพลน เกิดเป็นทัศนียภาพที่สวยงามเป็นอย่างมาก โดยจุดเช็คอินที่ห้ามพลาดเลยก็คือ ‘บ้านโบราณสามหลัง’ แสนน่ารักเรียงติดกัน ที่น่าไปถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก และ ‘จุดชมวิวเท็นชุคาคุ’ ที่เราเคยเห็นภาพถ่ายมุมกว้างสวย ๆ ของหมู่บ้านกันอยู่บ่อย ๆ ในโลกออนไลน์นั่นเอง

7 /8

คางาวะ (Kagawa)

Image credit : Visit-KAGAWA official facebook

จังหวัดที่มีขนาดเล็กที่สุดในประเทศญี่ปุ่น แต่บอกได้เลยว่าเสน่ห์ของที่นี่กลับไม่เล็กเลย เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวเด็ด ๆ ที่น่าไปมากมายหลายที่อย่าง ‘สวนริทสึริน’ (Ritsurin Garden) 1 ใน 3 ของสวนที่มีภูมิทัศน์สวยงามและมีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น ซึ่งมีต้นสนโบราณเก่าแก่จำนวนกว่า 1,000 ต้น ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของสวนริทสึรินแห่งนี้ นอกจากนี้ยังมี ‘ทุ่งดอกไม้อุระชิมะ’ (Flower Park Urashima) สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ที่มีดอกไม้ตามฤดูกาลหลากหลายสายพันธุ์หมุนเวียนมาให้เราได้ชมตลอดปี เช่น ดอกดาวเรืองและดอกมากาเร็ตในช่วงเดือนเมษายน ดอกป๊อปปี้ในช่วงเดือนพฤษภาคม เป็นต้น และสำหรับใครที่ชอบกินอุด้งล่ะก็ คุณมาถูกที่แล้ว เพราะที่จังหวัดคางาวะ เป็นจังหวัดที่ขึ้นชื่อเรื่องเส้นอุด้งซะนุกิ (Sanuki Udon) ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ของอุด้งที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของประเทศญี่ปุ่น ที่หากได้ลองชิมแล้วจะติดใจ ต้องวนกลับมากินซ้ำอีกอย่างแน่นอน

8 /8

โอกินาวา (Okinawa)

Image credit : Visit Okinawa th official facebook

ส่งท้ายด้วยเกาะกลางทะเลสวย ๆ อย่างโอกินาวา สถานที่พักผ่อนตากอากาศทางทะเลติดอันดับท็อปของโลก ที่มีทีเด็ดอย่าง ‘พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชูราอูมิ’ (Churaumi Aquarium) พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น กับไฮไลท์ตู้ปลายักษ์ ที่มีการจัดแสดงปลาฉลามวาฬและสัตว์ทะเลอื่น ๆ อีกมากมาย แล้วก็ยังมี ‘ปราสาทชูริ’ (Shurijo Castle) ปราสาทเก่าแก่สีแดงสด สัญลักษณ์ของอาณาจักรริวกิวในสมัยโบราณ ที่มีความโดดเด่นของสถาปัตยกรรมระหว่างวัฒนธรรมจีนและญี่ปุ่นผสมผสานกัน นอกจากนี้มาทะเลทั้งทีก็อย่าลืมแวะไปเที่ยวที่เกาะมิยาโกะ (Miyako Island) ซึ่งเป็นเกาะที่ขึ้นชื่อเรื่องหาดทรายสีขาวและน้ำทะเลที่ใสราวกับคริสตัล เหมาะสำหรับกิจกรรมดำน้ำชมปะการัง และนั่งพักผ่อนริมหาดทรายในบรรยากาศสุดชิล ที่รับรองว่าฮีลใจจนไม่อยากจะกลับไทยเลยล่ะ

Hero & featured Image credit : Freepik by tawatchai07 อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟสไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...