หยิบดาบขึ้นมาสู้ กลางสังเวียนโคลอสเซียมกรุงโรม ด้วยกันอีกครั้ง! กับรีวิวเดือด ๆ Gladiator II
LSA Thailand
อัพเดต 18 พ.ย. 2567 เวลา 09.55 น. • เผยแพร่ 18 พ.ย. 2567 เวลา 04.00 น. • Lifestyle Asia Thailandถึงเวลากลับเข้าสู่ยุคแห่งการเอาคนลงสนามประลองเล่นเกมไล่ล่าฆ่าฟันกันอีกครั้ง หากคุณเคยประทับใจภาพยนตร์ระดับตำนานเมื่อ 20 กว่าปีก่อน วันนี้กลับมาอีกครั้งกับ Gladiator II รับรองว่าเดือด ปล่อยแรด ปล่อยเรือ ฟันดาบ สู้กับลิง! แล้วไปลุ้นกันว่าใครจะชนะในสังเวียนชีวิตแห่งโคลอสเซียมนี้
Relate article
มัดรวม 8 ซีรีส์วายแนวแฟนตาซี โลกแห่งจินตนาการ ที่ห้ามพลาด!
Agatha All Along และซีรีส์แม่มดน่าดูในสตรีมมิ่ง
Spoiler Alert!!! บทความนี้อาจมีการสปอยล์เนื้อหาสำคัญบางส่วนจากในภาพยนตร์
Lifestyle Asia rating: 4/5
ประเภท: ภาคต่อของมหากาพย์ย้อนยุคกรุงโรม ที่จับคนเป็น ๆ มาแข่งขันฆ่าฟันกันในสนามเป็นเกมที่ดูสนุกสนานของชนชั้นนำ เจือด้วยดราม่าการเมือง สงคราม การดิ้นรนต่อสู้เพื่อชัยชนะที่จะปลดแอกตัวเองออกจากความอยุติธรรม
นักแสดงนำ:
- Paul Mescal รับบท Lucius
- Connie Nielsen รับบท Lucilla
- Pedro Pascal รับบท Marcus Acacius
- Denzel Washington รับบท Macrinus
- Joseph Quinn รับบท Emperor Geta
ผู้กำกับ: Ridley Scott
เวลา: 2 ชั่วโมง 30 นาที
ดูได้ที่ไหน: โรงภาพยนตร์
Gladiator II ฉาย เมื่อไร : 14 พฤศจิกายน 2567
เราชอบอะไรในหนังเรื่องนี้
ก็ต้องยกนิ้วให้กับเรื่องโปรดักชันใหญ่โต ที่ถึงขนาดลงทุนสร้างโคลอสเซียมขึ้นมาเองริมทะเลมอลตา เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ การแต่งหน้า โลเคชั่น การถ่ายทำสมจริง การแสดงที่เรียกว่าเพอร์เฟคแคสติ่ง คงไม่มีใครเหมาะไปกว่ากลุ่มคนเหล่านี้ที่จะทำให้เราเชื่อแบบจริง ๆ ได้แล้ว ว่าพวกเขาคือตัวละครนั้น ๆ รวมถึงฉากต่อสู้คิวบู๊ ที่โหด ดิบ ฟาดจริง ฟันจริง สมกับอยู่ในสนามประลองการต่อสู้ของกรุงโรม ที่ทำเอาคนดูลุ้นการกระเสือกกระสนเพื่อเอาตัวรอดจากด่านต่าง ๆ
เราไม่ชอบตรงไหน
ปัญหาน่าจะเป็นการวางสัดส่วนเรื่องบทที่ทำให้เรารู้สึกว่า ไม่อินและไม่เชื่อในเรื่องราว แรงพลักดัน ความแค้น เป้าหมายที่ต้องการเอาชนะของ ลูเซียส สักเท่าไหร่ รวมถึงอาจเป็นความคาดหวังของแฟนตัวยงจากภาคแรก ที่จะรู้ดีว่าเรื่องราวมันก็ควรจบบริบูรณ์ดีอยู่แล้ว เช่น เรื่องความสัมพันธ์กับภรรยาที่ถูกยิงตาย มันไม่มีช่วงเวลาดึงอารมณ์ให้คนดู เข้าใจความรักความลึกซึ้งของตัวละครเลย มันเลยทำให้ไม่เข้าใจว่าจะนำไปสู่การล้างแค้นที่ยิ่งใหญ่ได้อย่างไร เมียตายเร็วไป เพื่อนพระเอกก็โดนลิงกัดตายซะอย่างนั้น! สรุปคือลืมเล่าในจุดที่สำคัญไปอย่างน่าเสียดาย
เนื้อเรื่องย่อ
ถ้าใครเคยดูหนัง “Gladiator” คงรู้จักเรื่องราวของแม็กซิมัส วีรบุรุษสุดเท่ที่ได้เสียชีวิตไปอย่างน่าเศร้าใช่ไหม? แต่จะบอกว่า หลังจากแม็กซิมัสจากไปหลายปี ลูเซียส ลูกชายของเขาก็โดนดึงตัวเข้าไปสู่สังเวียนโคลอสเซียมแบบไม่ทันตั้งตัว!
ลูเซียส ต้องเผชิญกับความโหดร้ายที่เขาไม่เคยคิดว่าจะต้องมาเจอ มันเหมือนกับความจริงที่กลายเป็นฝันร้าย เพราะบ้านของเขาถูกทำลายโดยจักรพรรดิเผด็จการที่ชอบใช้อำนาจอย่างสุดโหดสุดสยองเพี้ยนด้วย! แถมยังต้องมาเผชิญกับความโกรธที่อยู่ภายในใจและอนาคตของจักรวรรดิที่กำลังจะพังทลาย
แต่ว่า! ลูเซียสไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ เขาตัดสินใจที่จะไปหาความเข้มแข็งและเกียรติยศจากอดีตของเขา เพื่อฟื้นฟูความรุ่งโรจน์ของโรมให้กลับคืนมา! นี่แหละการเดินทางของเขาที่เต็มไปด้วยการผจญภัยที่ตื่นเต้นและดราม่าจนน้ำตาจะไหล ถ้าใครยังไม่ได้ดู ก็คงต้องไปหาดูให้ได้แล้วล่ะ!
ฉากต่อสู้ดี แต่…เนื้อเรื่องเบา!
หนังฟอร์มยักษ์ทุนสร้าง 310 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นหนังภาคต่อที่ทำให้ Russell Crowe โด่งดังจนได้รับออสการ์เมื่อ 24 ปีที่แล้ว แถมการกลับมาในครั้งนี้ อัดแน่นไว้ด้วยดาราคุณภาพของฮอลลีวู้ดมาเพียบทั้ง Paul Mescal, Pedro Pascal, Denzel Washington และ Joseph Quinn ใครที่จับพวกเขามารวมตัวกันได้ ถือว่าโหดมาก
นานมาสักพักแล้วนะ ที่เราไม่มีหนังคุณภาพดี ๆ ผ่านมาให้เราดูในโรงหนัง แต่สำหรับ Gladiator II มีทุกอย่างที่เราค้นหา ทั้งนักแสดงคุณภาพ งานภาพอลังการใหญ่โต ดราม่าจัดเต็ม การต่อสู่แอคชั่นเลือดสาดลุ้นระทึก เสื้อผ้าหน้าผม ออกแบบมาปราณีตสมจริง สถานที่ถ่ายทำดึงดูดให้เราเหมือนย้อนเข้าไปสู่กรุงโรมจริง ๆ ทำให้รู้สึกคุ้มค่าเงินทุกบาทที่ซื้อตั๋วเข้าไปดู แนะนำต้องจัดเต็มที่โรง IMAX รับรองว่าโปรดักชันงานสร้างขนาดนี้ จะสามารถถ่ายทอดประสบการณ์การรับชมภาพยนตร์ออกมาได้หมดทั้งภาพและเสียง
จากตัวอย่างก็แบกความคาดหวังมาซะใหญ่ยิ่ง ซึ่งทำให้เราแอบหวั่น ๆ ก่อนเข้าโรงอยู่เหมือนกันนะว่าจะรอดไหมนะ? ซึ่งก็เกิดขึ้นจริง ๆ ปัญหาใหญ่ของเรื่องทั้งหมดคือ การเล่าเรื่องที่มีแต่ความจืดชืด โดยลืมจุดสำคัญ ๆ มิติของตัวละคร ลูเซียส ที่ไม่ทำให้เราเอาใจช่วย ตามลุ้น ตามเชียร์ ให้เอาชนะ ทั้งเรื่องจะวนอยู่กับบทสนทนาระหว่างเขาและ Macrinus (Denzel Washington) ซึ่งเป็นคนซื้อ ลูเซียส มาเป็นทาสเพื่อเป็นนักสู้ในสนาม ส่วนใหญ่เป็นการตัดสลับไปมาระหว่าง ฉากที่ทั้งสองคุยกัน และฉากการต่อสู้ในสนามประลอง
ลืมเล่าในจุดที่ควรจะเล่า เราจึงไม่รู้ที่มาที่ไปว่าทำไมประชาชน หรือเพื่อนนักสู้ด้วยกันถึงชื่นชม ชื่นชอบ ยกย่องในตัว ลูเซียส มากขนาดนั้น ประมาณว่าอยู่ดี ๆ ก็กลายเป็นคนดัง โดยที่ไม่รู้ที่มาที่ไปภูมิหลังพื้นเพอะไรเลย กลายเป็นป๊อปสตาร์แห่งโคลอสเซียมซะอย่างนั้น (หรือเพราะบทเขียนมาแบบนั้นนะ!) และที่สำคัญอีกอย่างคนดูอย่างเราไม่รู้จัก Gladiator คนอื่น ๆ เลย ว่าเป็นลูกใคร บ้านอยู่ไหน มีดราม่าชีวิตอย่างไร ทำให้กลายเป็นบทชาวบ้านตัวประกอบที่ส่งให้พระเอกโดดเด่นเพียงเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่ใน Gladiator II เป็นรูปแบบการแข่งแบบทีม ไม่ใช่วัดกันให้ตายแบบเดี่ยว ๆ เพื่อหาผู้อยู่รอดเพียงหนึ่งเดียว กลายเป็นว่าสิ่งที่ขาดคือความสัมพันธ์ของตัวละคร ที่ไม่เชื่อมโยงอย่างลึกซึ่งกับใครเลย แล้วจะมาคาดหวังให้คนดูรับรู้รับทราบเองคงไม่ใช่
อย่างฉากที่พระเอกพูดปลุกใจประชาชนทั้งสนาม มันจึงไม่อิมแพคและอินไปกับโมเมนต์ตรงนั้นแม้แต่น้อย ทั้งหมดทั้งมวลจึงทำให้เราไม่ขอซื้อ เพราะไม่มีความเร้าอารมณ์ ความมีเหตุมีผลใด ๆ ที่ทำให้เข้าใจตัวละครเลย (ถึงแม้ว่าพลังนักแสดงจะดีมาก ๆ ก็ตาม) แถมตอนจบยังแอบรู้สึกเอ๊ะ แกลมคอมเมดี้มาหน่อย ๆ ด้วย จบแบบนี้ก็ได้หรอ
ความฝันของโรม?
ขอเบรกไว้หน่อย ถอยหลังมานิด ถ้าดูจากธีมหนังแล้วมันควรจะเป็น การที่กษัตริย์ปกครองบ้านเมืองแบบทรราช ตามอำเภอใจ ไม่เห็นหัวประชาชน ฉ้อโกง ชาวเมืองถูกกดขี่ โดนเหยียบย้ำ ถูกเกณฑ์เข้ามาเป็นทาส เพื่อฝึกฝนการเป็นนักสู้ Gladiator อันเป็นทางเดียวในการชนะระบบที่ไม่ยุติธรรมนี้! ใช่เลยหนังมันก็ควรจะมีเรื่องราวพวกนี้อยู่บ้างสิ แต่ป่าวเลยเรากลับไม่เห็นการเล่าเรื่องราวเหล่านี้! สำหรับใครที่ไม่ได้เป็นแฟนหนัง ก็คงจะเพลิดเพลินแบบจอย ๆ ไปได้จนจบเรื่อง กับฉากแอคชั่นที่เดือด ๆ ต่อสู้กันจริงจัง แต่สำหรับเราก็แอบผิดหวังในประเด็นด้านเนื้อหา เรื่องราว และเส้นเรื่อง
บ่นมาเยอะแล้วขอชมบ้างแล้วกัน สิ่งที่โกยคะแนนไปจากเราเลยคือการแสดงของ Denzel Washington ในบท Macrinus ถึงจะไม่ใช่ตัวเด่น แต่ทุกซีนที่เฮียปรากฎตัว เรียกได้ว่ามีอะไรให้ลุ้นให้น่าติดตามสงสัยได้อยู่ตลอดเวลา เดาทางยากว่าจะตัดสินใจไปทางไหน วางแผนได้แยบยล คล้ายมือข้างนึงถือมีดพร้อมแทงข้างหลังทุกคนเพื่อให้ตัวเองได้ประโยชน์ กลายเป็นตัวละครที่ดูมีมิติมาก
ขอจบไว้ด้วยการวิเคราะห์ key message ที่เรารู้สึกว่าปู่ ริดลีย์ สก็อต คล้ายจะพยายามสอดแทรกปรัชญาเหมือนกับหนังเรื่องอื่น ๆ ก่อนหน้าอย่าง Alien, Prometheus, Napoleon หรือ The Martian
เรื่องนี้เรามักจะได้ยินบ่อยครั้งอย่างคำพูดที่ว่า “ความฝันของโรม” ความหมายคืออะไรนั้นน่าจะคาดเดาได้ว่า คือการเปลี่ยนโรมันกลับไปเป็นระบอบสาธารณรัฐ ตามเจตจำนงของมาร์คัส ออเรเลียส ที่เคยพูดกับแมกซิมัสไว้ตั้งแต่ภาคแรกนั่นเอง ส่วนตัวเราชอบในประเด็นนี้มากเพราะมันสื่อถึง ความฝัน ความหวัง อนาคต ของคน ๆ หนึ่ง ที่อยากเอาชนะหรือพาตัวเองไปสู่จุดที่ดีกว่านี้ได้ แต่แนวคิดนี้ก็อาจถูกกลืนกินโดยอำนาจ ความมักใหญ่ใฝ่สูง ความโลภ เฉกเช่นเดียวกับตัวละคร Macrinus
ใครที่เพิ่งดู Gladiator II จบ เชื่อว่าหลายคนคงจะรู้สึกสนุกกับภาพรวมที่หนังมอบให้ โดยสรุปแล้วก็เป็นหนังฟอร์มยักษ์ที่ดูเอามันได้ดีเลย ใครคิดเห็นอย่างไรก็แชร์มาแลกเปลี่ยนกันได้นะ
อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟสไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia
Hero Images Credit: by Aidan Monaghan/Aidan Monaghan – © 2024 PARAMOUNT PICTURES. ALL RIGHTS RESERVED. via IMDb
Featured Images Credit: by Aidan Monaghan/Aidan Monaghan – © 2024 PARAMOUNT PICTURES. ALL RIGHTS RESERVED. via IMDb
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.