โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

‘นิวยอร์ก’ ออกกฎหมายใหม่ ปรับบริษัทเชื้อเพลิงฟอสซิล 7.5 หมื่นล้านดอลล์ ชดเชยโลกร้อน

The Bangkok Insight

อัพเดต 27 ธ.ค. 2567 เวลา 04.44 น. • เผยแพร่ 27 ธ.ค. 2567 เวลา 04.44 น. • The Bangkok Insight

รัฐนิวยอร์กประกาศใช้กฎหมายใหม่ เตรียมเรียกเก็บค่าปรับจากบริษัทผู้ผลิตเชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น น้ำมัน ก๊าซ และถ่านหิน เป็นเงินรวม 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ตลอดระยะเวลา 25 ปีข้างหน้า เพื่อชดเชยความเสียหายด้านสิ่งแวดล้อม ที่ส่งผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า กฎหมายฉบับใหม่นี้ ลงนามโดยนางเคธี โฮชูล ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก เมื่อวันพฤหัสบดี (26 ธ.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีเป้าหมายที่จะผลักภาระค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟู และปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จากเดิมที่ผู้เสียภาษีต้องแบกรับ ไปสู่บริษัทผู้ผลิตเชื้อเพลิงประเภทนี้ ซึ่งกฎหมายระบุว่าเป็นผู้ที่ต้องรับผิดชอบหลักต่อปัญหาดังกล่าว

เชื้อเพลิงฟอสซิล

เงินที่เรียกเก็บได้จะถูกนำไปใช้เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น การปรับปรุงถนน ระบบขนส่งมวลชน ระบบประปาและระบบบำบัดน้ำเสีย อาคาร และโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ

บริษัทเชื้อเพลิงฟอสซิลจะถูกปรับตามปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศระหว่างปี 2543-2561 โดยจะเริ่มจ่ายเงินเข้ากองทุน "Climate Superfund" ตั้งแต่ปี 2571 เป็นต้นไป โดยกฎหมายนี้จะบังคับใช้กับทุกบริษัท ที่กรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งนิวยอร์กพิจารณาแล้วว่า มีส่วนรับผิดชอบในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศรวมกันเกิน 1 พันล้านตัน

การเคลื่อนไหวดังกล่าว ทำให้นิวยอร์ก เป็นรัฐที่สองของสหรัฐ ที่ผ่านกฎหมายในลักษณะนี้ ต่อจากรัฐเวอร์มอนต์ ที่ได้ประกาศใช้กฎหมายในทำนองเดียวกันไปเมื่อช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา โดยทั้ง 2 รัฐได้ต้นแบบมาจากกฎหมายซูเปอร์ฟันด์ของรัฐ และรัฐบาลกลาง ที่บังคับให้ผู้ก่อมลพิษต้องจ่ายค่าชดเชยในการกำจัดของเสียอันตราย

ทั้งนี้ คาดว่าบริษัทพลังงานต่าง ๆ จะยื่นฟ้องคัดค้านกฎหมายฉบับใหม่นี้ โดยอ้างว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายของรัฐบาลกลางที่ควบคุมดูแลบริษัทพลังงานและผู้ก่อมลพิษ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...