โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สรุปเงื่อนไข Easy E-Receipt 2.0 ลดหน่อยภาษีสูงสุด 50,000 บาท ซื้ออะไรได้บ้าง

TODAY

อัพเดต 06 ม.ค. 2568 เวลา 15.15 น. • เผยแพร่ 06 ม.ค. 2568 เวลา 08.15 น. • workpointTODAY

ข่าวดีของคนเสียภาษี! กับมาตราการ Easy E-Receipt 2.0 ที่กลับมาอีกครั้งในต้นปีนี้ โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม – 28 กุมภาพันธ์ 2568

สามารถนำใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ เฉพาะที่ได้รับ e-Tax Invoice หรือ e-Receipt มาลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง และสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท

สำหรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไข สรุปให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้

  • การลดหย่อนภาษี แบ่งออกเป็น 2 ส่วน

  • ไม่เกิน 30,000 บาท สำหรับซื้อสินค้าและบริการจากผู้ประกอบที่จดทะเบียน VAT และไม่ได้จดทะเบียน VAT

  • ไม่เกิน 20,000 บาท สำหรับใช้ซื้อสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) สินค้าวิสาหกิจชุมชน และส้นค้าวิสาหกิจเพื่อสังคม

ส่วนสินค้าที่ผู้ให้บริการที่ไม่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องเป็นค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการดังต่อไปนี้

  • ค่าซื้อหนังสือ หนังสือพิมพ์ นิตยสารและนิตยสารที่อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (e-Book)

  • รวมถึงสินค้า OTOP สินค้าวิสาหกิจชุมชนและสินค้าวิสาหกิจเพื่อสังคม

  • สินค้าที่ไม่เข้าร่วม

  • ค่าซื้อสุรา เบียร์ และไวน์ รวมถึงยาสูบ

  • ค่าซื้อน้ำมัน ค่าซื้อก๊าซ และค่าบริการอัดประจุไฟฟ้าสำหรับเติมยานพาหนะ

  • ค่าซื้อรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ และค่าซื้อเรือ

  • ค่าสาธารณูปโภค ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าบริการสัญญาณโทรศัพท์ และค่าบริการสัญญาณอินเทอร์เน็ต

  • ค่าเบี้ยประกันวินาศภัย

  • ค่าบริการจัดนำเที่ยวที่จ่ายให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว และค่าที่พักโรงแรม โฮมสเตย์ในไทย

  • การออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์

สำหรับ e-Tax Invoice และ e-Receipt จะต้องระบุชื่อ นามสกุล และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร (เลขประจำตัวประชาชน) ของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการอย่างถูกต้องด้วย จึงจะสามารถใช้ในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของปีภาษี 2568

ทั้งนี้ มาตรการ Easy E-Receipt 2.0 คาดว่าจะช่วยสนับสนุนการบริโภคภายในประเทศในช่วงต้นปี 2568 ซึ่งจะเป็นแรงส่งให้เศรษฐกิจในภาพรวมขยายตัวได้ตามเป้าหมาย โดยคาดว่าจะทำให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นประมาณ 70,000 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...