โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“วังนารายณ์” สมัยสมเด็จพระนารายณ์ กลายเป็น “วัด” จริงหรือ?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 03 ม.ค. 2568 เวลา 05.42 น. • เผยแพร่ 02 ม.ค. 2568 เวลา 06.42 น.
วังนารายณ์ หรือพระนารายณ์ราชนิเวศน์ จังหวัดลพบุรี ในปัจจุบัน (ภาพถ่ายจากโดรนมติชนทีวี เมือเดือนพฤศจิกายน 2566)

“วังนารายณ์” จังหวัดลพบุรี หรือ “พระนารายณ์ราชนิเวศน์” ที่รัชกาลที่ 4 พระราชทานนามให้ใหม่ ด้วยทรงต้องการถวายพระเกียรติ และแสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชในช่วงปลายพระชนมชีพ ที่มีพระราชหฤทัยอุตสาหะในการช่วยชีวิตเหล่าขุนนางผู้จงรักภักดี อันเป็นเหตุให้ “วัง” กลายเป็น “วัด”

กระแส “วัง” กลายเป็น “วัด” มาจากไหน

เป็นที่น่าสังเกตว่า ชนชั้นนำสมัยต้นรัตนโกสินทร์รังเกียจราชวงศ์บ้านพลูหลวง ซึ่งเป็นราชวงศ์สุดท้ายของกรุงศรีอยุธยาว่า ไม่มีความชอบธรรมในการขึ้นสู่อำนาจแต่แรก จนทำให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง จนท้ายที่สุดกรุงศรีอยุธยาต้องเสียแก่พม่า

ขณะเดียวกันก็เห็นอกเห็นใจสมเด็จพระนารายณ์ที่ถูกยึดอำนาจ และค่อนข้างยกย่องรัชสมัยของพระองค์ว่า เป็นยุคที่เจริญรุ่งเรืองมากที่สุดของราชอาณาจักรอยุธยา

ส่วนกระแสที่ว่า “วัง” กลายเป็น “วัด” มาจากไหน ต้องบอกว่าจุดเริ่มต้นของเรื่องเล่านี้มาจาก “พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับสมเด็จพระพนรัตน์”

ต่อมาหมอบรัดเลย์นำมาตีพิมพ์เป็นครั้งแรก มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับหมอบรัดเล” เมื่อมีชาวต่างประเทศนำเอาต้นฉบับไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์กรุงลอนดอนแล้วมีผู้นำมาตีพิมพ์ จึงเกิดอีกฉบับที่เรียกว่า “พระราชพงศาวดารกรุงสยาม จากต้นฉบับของบริติชมิวเซียม กรุงลอนดอน”

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฉบับหลังนั้นยังเป็น “ฉบับสมเด็จพระพนรัตน์”

พระราชพงศาวดาร ฉบับสมเด็จพระพนรัตน์ เล่าถึงการเปลี่ยนสถานะจาก “วัด” เป็น “วัง” ปลายรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์ดังความตอนหนึ่งว่า

“…ซึ่งท่านทั้งหลายจะอยู่ฆราวาสนั้นเห็นว่า ไอ้กบฏสองคนพ่อลูก [พระเพทราชากับหลวงสรศักดิ์] มันจะฆ่าเสียสิ้น…จงบวชในบวรศาสนา เอาธงชัยพระอรหันต์เป็นที่พึ่งเถิดจะได้พ้นภัย…

…พระราชาคณะทั้งหลายถวายพระพรว่า ซึ่งอาตมาทั้งปวงจะนำเอาอุบาสกเหล่านี้ ออกไปอุปสมบท ณ พระอารามนั้น เห็นว่าผู้ซึ่งประจำรักษาประตูพระราชวังนั้น จะห้ามมิให้ออกไป

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตรัสได้ทรงฟังดังนั้น ก็ทรงพระพิโรธแล้วโทมนัสในพระทัยเป็นกำลัง…

…พระสงฆ์ราชาคณะทั้งหลายถวายพระพรว่า ถ้าแลพระราชสมภารเจ้าทรงพระราชอุทิศพระมหาปราสาทถวายเป็นพระวิสุงคามเสมาแก่พระสงฆ์แล้ว อาตมาภาพพระสงฆ์ทั้งปวงควรจะให้อุปสมบทกันได้

จึงทรงพระกรุณาโปรดอนุญาตพระราชอุทิศถวายพระมหาปราสาททั้งสอง แลจังหวัดพระราชวังทั้งปวง เป็นวิสุงคามสีมาแก่สงฆ์…” (จัดย่อหน้าใหม่โดยผู้เขียน)

นั่นทำให้ “วังนารายณ์” มีอีกชื่อว่า “วัดมหาปราสาทกำแพงเมืองลพบุรี” ตามที่รัชกาลที่ 4 ทรงเรียกขาน

รัชกาลที่ 4 ทรงนิยมเสด็จประพาสเมืองลพบุรีตั้งแต่เมื่อครั้งยังเป็นพระวชิรญาณภิกขุในสมัยรัชกาลที่ 3 เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์แล้วก็ทรงให้บูรณปฏิสังขรณ์วังและวัดในลพบุรี ถึง 2 ครั้ง (พ.ศ. 2400 และ พ.ศ. 2405)

เรื่องจริงหรือข่าวลือ

ข้อมูลหลักฐานต่างๆ สรุปได้ตรงกันว่า ปลายแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ พระองค์ประชวรหนัก วังนารายณ์ถูกควบคุมเบ็ดเสร็จไว้โดยฝ่ายกบฏ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะทรงเรียกพระสงฆ์ชั้นราชาคณะเข้าเฝ้าแล้วจัดการพิธีอุปสมบทหมู่แก่เหล่าขุนนาง

เวลานั้นฝ่ายพระเพทราชาได้ควบคุมพื้นที่พระราชวังไว้แน่นหนา การจะมีพระสงฆ์ชั้นราชาคณะเข้าไปบวชเหล่าขุนนาง จึงย่อมเป็นไปไม่ได้ที่พระเพทราชากับหลวงสรศักดิ์ผู้ควบคุมพระราชฐานอยู่จะไม่รู้ไม่เห็น

ที่สำคัญคือ คณะสงฆ์ “สนับสนุนพระเพทราชา”

นอกจากนี้ หลังจากสมเด็จพระนารายณ์สวรรคต ไม่ปรากฏว่าคณะสงฆ์ใช้ประโยชน์ตามสิทธิที่มีแต่อย่างใดเลย ส่วนเหตุที่พระราชวังที่จังหวัดลพบุรีมีสภาพปรักหักพังนั้นเกิดจากการรื้ออิฐและศิลาแลงไปสร้างเจดีย์ภูเขาทอง วัดสระเกศ กรุงเทพฯ ในสมัยรัชกาลที่ 3

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

กำพล จำปาพันธ์. “สมเด็จพระนารายณ์ทรงยกวังลพบุรีให้เป็นวิสุงคามสีมาจริงหรือ? หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องว่าอย่างไร?” ใน, ศิลปวัฒนธรรม กุมภาพันธ์ 2567.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 2 มกราคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “วังนารายณ์” สมัยสมเด็จพระนารายณ์ กลายเป็น “วัด” จริงหรือ?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...