โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดแนวโน้มโรงเรียนนานาชาติในไทย ทางเลือก 3 ภาษา “จีน-อังกฤษ” คือพื้นฐาน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 26 ม.ค. 2568 เวลา 02.35 น. • เผยแพร่ 26 ม.ค. 2568 เวลา 02.09 น.

ภาษาจีนได้เข้ามามีบทบาทต่อตลาดแรงงานของไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของธุรกิจ อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว การติดต่อธุรกิจค้าขาย หรือการร่วมทุนกับนักธุรกิจชาวจีน ทั้งจากจีนแผ่นดินใหญ่ ไต้หวัน ฮ่องกง และสิงคโปร์ ซึ่งนับวันจะมีอัตราส่วนทางการค้าทางธุรกิจเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

นับว่าเป็นกุญแจสำคัญสู่โลกการสื่อสารยุคใหม่ ผู้ที่สามารถใช้ภาษาจีนในการติดต่อสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะกลายเป็นบุคคลที่มีความต้องการของตลาดแรงงานมากในอันดับต้น ๆ ณ ขณะนี้ (วรารักษ์ พูนวิวัตน์, 2557) ทำให้ประเทศไทยได้ผลักดันให้คนไทยเรียนรู้ภาษาจีนให้มากขึ้น ทั้งในสถานศึกษาและนอกสถานศึกษาของรัฐ และเอกชน เพื่อนำไปใช้ในการสื่อสาร สร้างความร่วมมือทางการค้า การแสวงหาความรู้ การประกอบอาชีพ และการดำเนินชีวิตของทุกคน

คนรุ่นใหม่เก่งหลายภาษา

ผศ.ดร.อภิรดี เจริญเสนีย์ หัวหน้าสาขาภาษาจีน คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันทักษะสองภาษาถือเป็นภาษาพื้นฐาน และเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เปิดประตูได้เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งบาน

“ภาษาจีน” ถือเป็นภาษาที่สำคัญในโลกตะวันออก ส่วน “ภาษาอังกฤษ” เป็นภาษาที่สำคัญในโลกตะวันตก เมื่อมีความรู้ควบคู่กันจะช่วยเสริมให้เด็กเยาวชนมีความรู้รอบด้าน ตลอดจนการที่เข้าใจวัฒนธรรม และวิธีคิดที่เป็นระบบ สามารถลดช่องว่างในการสื่อสารทางธุรกิจได้ตรงจุด

ดร.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงความสำคัญของการเรียนหลายภาษาในโลกยุคโลกาภิวัตน์ในปัจจุบันว่า การเน้นเรียนรู้และสื่อสารต่างภาษาถือว่าเป็นข้อดี เพื่อแก้จุดอ่อน สร้างจุดแข็งในบริบทใหม่

ขณะที่ทางเลือกสามภาษา หากได้เรียนรู้ตั้งแต่วัยเด็กจะช่วยเพิ่มพัฒนาการทางปัญญา และเตรียมนักเรียนให้พร้อมสำหรับโอกาสในอนาคต การวิจัยระบุว่าเด็กที่เรียนหลายภาษาตั้งแต่อายุยังน้อย มีแนวโน้มที่จะมีทักษะการแก้ปัญหาได้ดีมากกว่าปกติ ทั้งยังมีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น ที่สำคัญคือมีความจำที่ดีขึ้นอีกด้วย

กลยุทธ์สำคัญของกระทรวงศึกษาธิการคือ การให้การศึกษาที่มีคุณภาพแก่ทุกคน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับประเทศได้ ทั้งนี้ การพัฒนาการศึกษาของไทยยังต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงการสนับสนุนจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายด้วย ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน และผู้ปกครอง

รร.นานาชาติ ทางเลือกพรีเมี่ยม

ปัจจุบันประเทศไทยมีโรงเรียนที่เปิดหลักสูตรภาษาจีนเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกัน “โรงเรียนนานาชาติ” ก็ลงมาเล่นในตลาดนี้ด้วยเช่นกัน

ข้อมูลจาก International Schools Database เปิดเผยว่า ปัจจุบันรายชื่อโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทยที่เปิดสอนหลักสูตรสามภาษามีทั้งหมด 9 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนนานาชาติ เซนต์มาร์ค (St. Mark’s International School), โรงเรียนนานาชาติสยามสิงคโปร์ (Siam Singapore International School), โรงเรียนนานาชาติคอนคอร์เดียน (Concordian International School),

โรงเรียนนานาชาติไทย-จีน (Thai-Chinese International School), โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์ (Singapore International School Bangkok), โรงเรียนนานาชาติ มอนเตสซอรี่ อคาเดมี (Montessori Academy Bangkok International School) และโรงเรียนนานาชาติคิดส์อะคาเดมี่ (Kids Academy International School) ที่เปิดสอนภาษาอังกฤษ-ไทย-ญี่ปุ่น

ซึ่งมี 2 โรงเรียนที่เปิดสอน 2 ภาษา คืออังกฤษ-จีน ได้แก่ โรงเรียนนานาชาติแมนดาริน (Mandarin International School) และโรงเรียนนานาชาติกลอรี่สิงคโปร์ (Glory Singapore International School) อย่างไรก็ตาม การแข่งขันของโรงเรียนนานาชาติยังคงต้องการตัวเลือกที่แตกต่าง

ล่าสุด “โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ ซิตี้แคมปัส” (Shrewsbury International School Bangkok City Campus) ของตระกูล “โสภณพนิช” ได้ประกาศเปิดตัวโปรแกรมใหม่ “ฮั่นชิง” เส้นทางการเรียนรู้สองภาษา จีนกลางและอังกฤษ (Hanqing Bilingual Pathway)

ชูแนวคิด 1 แคมปัส 2 เส้นทางการเรียนรู้ (One Campus, Two Pathways) โดยโปรแกรมฮั่นชิง เส้นทางการเรียนรู้สองภาษานี้จะเริ่มเปิดสอนให้กับนักเรียนตั้งแต่ชั้น Early Years 1-2 หรืออายุ 3-4 ขวบ เป็นต้นไป มีวัตถุประสงค์เพื่อปูพื้นฐานด้านภาษาจีนกลางและอังกฤษให้เด็กตั้งแต่เล็ก

ภายใต้เป้าหมายเพื่อการส่งเสริมความเข้าใจในวัฒนธรรมที่หลากหลาย เป็นการเพิ่มโอกาสในการสื่อสารของโลกยุคใหม่ และเป็นการเตรียมความพร้อมสู่ความสำเร็จด้านวิชาการและทักษะด้านภาษาที่จำเป็นสำหรับการเป็นพลเมืองโลกที่มีศักยภาพสูง

นับเป็นทางเลือกใหม่ของการเรียนสองภาษาระดับพรีเมี่ยม โดยโรงเรียนนานาชาติหลักสูตรอังกฤษ ที่ออกแบบมา เพื่อตอบโจทย์อนาคต ด้วยการให้ความสำคัญของการเรียนรู้ภาษาที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ผ่านการผสมผสานระหว่างภาษาจีนกลาง ซึ่งถือเป็นภาษาที่มีผู้ใช้มากที่สุดในโลก และภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นภาษาสากลและเป็นภาษาหลักในการดำเนินธุรกิจตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

การศึกษาขั้นพื้นฐาน ต้องพัฒนา

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า ประเทศไทยยังคงมีช่องว่างเรื่องการศึกษาอยู่มาก การพัฒนาด้านการศึกษาระดับพื้นฐานจึงต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและให้รวดเร็วทันต่อสถานการณ์โลก

ขณะที่หลักสูตรนานาชาติมีการพัฒนาด้านการศึกษาอย่างไม่สิ้นสุด ทำให้ชนชั้นกลางซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ เริ่มมีความต้องการและเสาะแสวงหาโรงเรียนคุณภาพให้กับบุตรหลานตัวเองมากยิ่งขึ้นเช่นกัน ขณะที่ข้อจำกัดของการเรียนภาษาในประเทศไทยอย่างที่ทราบกัน คือการเรียนแบบท่องจำ ทำให้เยาวชนคนไทยเรียนภาษาได้แต่ไม่สำเร็จเท่าที่ควร

รวมถึงการศึกษาที่มีคุณภาพในประเทศไทยมักมีราคาแพง ส่งผลให้มีกลุ่มครอบครัวจำนวนหนึ่งเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงการศึกษาดังกล่าวได้ ด้วยเหตุนี้ กลุ่มบริษัทจื้อ-เล่อ จึงมีเป้าหมายที่จะส่งเสริมให้นักเรียนรุ่นเยาว์ในประเทศไทยได้มีโอกาสเข้าถึง “หลักสูตรสามภาษา” คือภาษาไทย อังกฤษ และจีน ในระดับคุณภาพสูง แต่ราคาเอื้อมถึงได้

ภายใต้หลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ หรือ ศธ. จึงมีการพัฒนาหลักสูตร Interactive เน้นการใช้จริง เป็นการเรียนการสอนแบบให้เด็กได้ฟังได้พูดทุกวัน เหมือนการเริ่มต้นเรียนภาษาแม่

การเปิดตัว “โรงเรียนสามภาษา จื้อ-เล่อ ศิริเพ็ญ พัฒนา” ดำเนินการสอนด้วยหลักสูตรภาษาไทย เสริมภาษาจีน และภาษาอังกฤษแบบเข้มข้น (ICEP) สำหรับเด็กอายุ 2-11 ขวบ

โดยมีการเรียนภาษาไทย 49% ภาษาอังกฤษ 27% และภาษาจีน 24% ทั้งนี้ จะเปลี่ยนเป็นภาษาไทย 40% ภาษาอังกฤษ 30% และภาษาจีน 30% ค่าเล่าเรียนเริ่มต้นที่ประมาณ 100,000 บาทต่อปี หรือประมาณ 50,000 บาทต่อภาคการศึกษา ไม่มีค่าแรกเข้า ไม่มีค่าลงทะเบียนเรียน หรือค่าธรรมเนียมพิเศษใด ๆ

ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของการศึกษา ซึ่งจะช่วยให้เด็ก ๆ สามารถเข้าถึงและมีโอกาสทางการศึกษา รวมถึงโอกาสในด้านอื่น ๆ ได้เพิ่มมากขึ้น เพราะการสร้างโอกาสทางการศึกษาที่หลากหลาย เท่ากับเป็นการเปิดประตูสู่เส้นทางอาชีพ ทั้งเปิดโอกาสในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาพรวมและสร้างเม็ดเงินมหาศาลที่จะมาพร้อมกับประชากรคุณภาพในอนาคต

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดแนวโน้มโรงเรียนนานาชาติในไทย ทางเลือก 3 ภาษา “จีน-อังกฤษ” คือพื้นฐาน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...