มหาเศรษฐีดูไบ สหายทรัมป์ เผยแผนลงทุนใหญ่ในสหรัฐ จำนวนเงินไม่มีอั้น
มหาเศรษฐีและเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ดูไบ สหายเก่าแก่ของ โดนัลด์ ทรัมป์ เผยแผนลงทุนครั้งใหญ่ในสหรัฐ ชี้เม็ดเงินไม่จำกัด พร้อมจ่ายได้ไม่อั้น ตามที่ตลาดต้องการ
วันที่ 9 มกราคม 2568 สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า นายฮุสเซน ซัจวานี มหาเศรษฐีชาวสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประธานบริษัทดามัค (Damac) ยักษ์ใหญ่อสังหาริมทรัพย์ในดูไบ กล่าวว่า บริษัทมีแผนการอันทะเยอทะยานในการลงทุนในสหรัฐ และไม่มีเพดานจำกัดสำหรับเม็ดเงินการลงทุน
นายซัจวานี เป็นสหายเก่าแก่และหุ้นส่วนทางธุรกิจกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ มาเป็นเวลายาวนาน โดยความเห็นของเขามีขึ้นเพียง 2 วัน หลังจากที่นายทรัมป์ประกาศการลงทุนจากต่างประเทศมูลค่า 2. หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐจาก Damac เพื่อพัฒนาศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ทั่วสหรัฐ ซึ่งนายซัจาวีนี ได้ให้คำมั่นว่าจะให้เงินลงทุนอย่างน้อ เท่ากับจำนวนดังกล่าวสำหรับโครงการริเริ่มนี้
“สหรัฐเป็นตลาดขนาดใหญ่ ดังนั้นการลงทุน 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐของเราจึงถือว่ามากในมุมมองของเรา อย่างไรก็ตาม จากความเข้าใจของผมแล้วนั้น ภาคส่วนศูนย์ข้อมูลกำลังดึงดูดการลงทุนจำนวนมาก โดยการประมาณการบางส่วนระบุว่าอาจสูงถึง 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ” นายซัจวานี กล่าว ในการสัมภาษณ์กับสำนักข่าวซีเอ็นบีซี
นายซัจวานี กล่าวเสริมว่า การลงทุนของบริษัทในสหรัฐนั้น ไม่มีขีดจำกัด และสามารถลงทุนเพิ่มเติมได้มากกว่านี้ ไม่ว่าตลาดจะต้องการมากเพียงใดก็ตาม โดยในขั้นแรก บริษัทสามารถใช้ทรัพยากรทางการเงินที่มีอยู่ได้ และในระยะที่สอง ก็สามารถนำการลงทุนจากบุคคลภายนอกเข้ามาได้ หากแพลตฟอร์มขยายไปสู่อีกระดับ
[caption id="attachment_149442" align="aligncenter" width="750"]
ภาพจาก Instagram @hussainsajwani[/caption]
รายงานระบุว่า นายซัจวานี ก่อตั้งบริษัท Damac Properties ขึ้นในปี 2545 โดย Damac Properties เป็นบริษัทในเครือ Damac Group ที่มีบทบาทสำคัญอย่างมากโดยมีชื่อเสียงในด้านเมกะโปรเจกต์จำนวนมาก รวมถึงตึกสูงระฟ้า โรงแรม และวิลล่าสุดหรูทั่วทั้งยุโรปและตะวันออกกลาง
Damac ได้บุกเบิกตลาดในสหรัฐเรียบร้อยแล้ว โดยในปี 2565 บริษัทชนะการประมูลซื้อที่ดินในย่าน Surfside อันหรูหราของเมืองไมอามี ด้วยมูลค่า 120 ล้านดอลลาร์ และมีแผนที่จะพัฒนาคอนโดมิเนียมริมทะเลระดับไฮเอนด์
นายซัจวานีให้มุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มสภาพแวดล้อมทางธุรกิจของสหรัฐภายใต้การนำของนายทรัมป์ และแสดงความมุ่งมั่นในการยกระดับความร่วมมือระหว่างสหรัฐและตะวันออกกลางให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น พร้อมกล่าวถึงนายทรัมป์ว่าเป็น "ผู้ที่สนับสนุนธุรกิจเป็นอย่างมาก"
“เขาสนับสนุนให้บรรดานักธุรกิจลงทุนในสหรัฐและมุ่งมั่นที่จะเปิดประเทศให้ธุรกิจและการลงทุนต่าง ๆ เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทัศนคติของเขาเป็นไปในทางบวกมาก” นายซัจวานี กล่าว
ในช่วงสิ้นปี 2567 นายซัจวานีเดินทางมายังสหรัฐ และเขาใช้เวลา 11 วัน รวมถึงวันส่งท้ายปีเก่าและวันขึ้นปีใหม่ ที่รีสอร์ทมาร์อาลาโก ร่วมกับนายทรัมป์และครอบครัว โดยระหว่างที่พำนักอยู่ นายซัจวานีได้พบปะกับบุคคลสำคัญจำนวนมากที่พันธมิตรของนายทรัมป์ รวมถึง นายอีลอน มัสก์ ซีอีโอของเทสลา (Tesla) และสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ซึ่งกำลังจะมีบทบาทในรัฐบาลชุดใหม่ของนายทรัมป์
ทั้งนี้ การประกาศของ Damac นับเป็นส่วนหนึ่งของกระแสการลงทุนจากต่างประเทศที่กว้างขวางขึ้น ภายหลังจากที่นายทรัมป์ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ รวมถึง นายมาซาโยชิ ซอน ซีอีโอของ SoftBank ที่เปิดเผยแผนการลงทุน 1 แสนล้านดอลลาร์ในสหรัฐ และสร้างงาน 100,000 ตำแหน่ง ในช่วง 4 ปี ของการดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 ของนายทรัมป์
อ้างอิง : cnbc.com