วิจัยใหม่ย้ำ ปกป้องป่าไม้ช่วยลดน้ำท่วมได้จริง วอนผู้มีอำนาจตระหนักข้อดีนี้
แค่ปกป้องพื้นที่แหล่งน้ำตามธรรมชาติก็สามารถป้องกันเมืองและคนอีกหลายล้านคนจากน้ำท่วมได้ งานวิจัยใหม่จากแคนาดาได้แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอีกครั้ง พร้อมกับส่งสัญญาณเน้นย้ำถึงผู้มีอำนาจให้ตระหนักถึงความสำคัญของเรื่องดังกล่าว
ปัจจุบันพื้นที่ป่าและแหล่งน้ำตามธรรมชาติทั่วโลกกำลังลดลงเรื่อย ๆ จากการตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งนอกจากจะทำให้ความหลากหลายทางชีวภาพลดลงแล้ว แต่ยังส่งผลกระทบอีกหนึ่งปัญหาที่ชาวเมืองต้องพบกับความเสี่ยงมากขึ้นนั่นคือ ปัญหาน้ำท่วม
นักวิทยาศาสตร์ทราบเป็นอย่างดีมาสักพักแล้วว่าป่าไม้นั้นช่วยบรรเทาปัญหาดังกล่าวได้มาก และงานวิจัยใหม่ที่ทำในประเทศแคนาดาก็ได้เน้นย้ำให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การอนุรักษ์พื้นที่ป่า พื้นที่ชุ่มน้ำ หรือทุ่งหญ้ากว้างใหญ่เป็นกุญแจสำคัญที่ผู้มีอำนาจต้องตระหนักถึง
“นี่เป็นการศึกษาระดับชาติครั้งแรกที่ได้ประเมินบทบาทของระบบนิเวศในแคนาดาในการป้องกันน้ำท่วม และระบุจุดที่การอนุรักษ์สามารถให้ประโยชน์สูงสุดได้” ดร. Matthew Mitchell ผู้ช่วยศาสตราจารย์คณะป่าไม้และคณะระบบที่ดินและอาหาร จากมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย กล่าว
ดร. Mitchell และเพื่อนร่วมงานได้วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปเช่นประเภทป่าไม้ ดิน พื้นที่ชุ่มน้ำ และเขตริมแม่น้ำทั่วโลก ว่าพวกมันมีการดูดซับน้ำและลดปริมาณน้ำไหลบ่าได้อย่างไรบ้าง โดยเฉพาะในประเทศแคนาดาที่มีพื้นที่ต้นน้ำใกล้เมืองใหญ่อย่างแวนคูเวอร์และโตรอนโต
พวกเขาพบว่าระบบธรรมชาติเหล่านี้ป้องกันน้ำท่วมบริเวณพื้นที่ท้ายน้ำได้อย่างมาก ไม่เพียงเท่านั้นยังช่วยปรับปรุงคุณภาพน้ำ และรองรับสัตว์ป่าที่มีความหลากหลายได้อีกด้วย ขณะเดียวก็ลดการพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานที่ราคาแพงเช่น เขื่อน
“วิธีแก้ปัญหาแบบธรรมชาตินี้มีประสิทธิภาพสูงมากในการจัดการความเสี่ยงจากน้ำท่วม และการศึกษาครั้งนี้ก็แสดงให้เห็นอยางชัดเจนว่าการอนุรักษ์สามารถสร้างผลกระทบสูงสุดได้ที่จุดใดบ้าง” ดร. Mitchell กล่าว
ตัวอย่างเช่น ระบบนิเวศแบบอัลไพน์ในแถบเทือกเขาโคสต์และโคลัมเบียจะช่วยควบคุมการไหลของน้ำ ชะลอน้ำ และป้องกันน้ำท่วมบริเวณท้ายน้ำ ขณะเดียวกันพื้นที่ชุ่มน้ำในสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเฟรเซอร์ก็ช่วยดูดซับน้ำไม่ให้ไหลท่วมพื้นที่ตอนล่างของแผ่นดินใหญ่
นอกจากนี้พื้นที่ป่าไม้และพื้นที่ชุ่มน้ำในหุบเขาอย่างโอคานากันและซิมิลคามีน ก็ช่วยปกป้องพื้นที่เกษตรกรรมที่อยู่ถัดไปได้ ระบบธรรมชาติเหล่านี้ดักจับน้ำฝน และดูดซับเข้าไปใต้ดินแทนที่จะให้น้ำไหลอย่างรวดเร็วบนพื้น และลดน้ำท่วมฉับพลันพร้อมกับปรับปรุงคุณภาพน้ำได้อย่างยอดเยี่ยม
“ฉันคิดว่านี่เป็นการเตือนสติให้กับคนที่มองว่าการปกป้องสิ่งแวดล้อมเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา” Joanna Eyquem จากมหาวิทยาลัยวอเตอร์ลู กล่าว
นักวิจัยเรียกร้องให้มีนโยบายการอนุรักษ์ที่เข้มงวดยิ่งขึ้นและจัดสรรเงินทุนเพื่อให้ความสำคัญกับพื้นที่ที่ส่งผลกระทบสูงเหล่านี้
“การวิจัยนี้ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการอนุรักษ์ธรรมชาติไม่ได้เกี่ยวข้องแค่ความหลากหลายทางชีวภาพเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวกับการปกป้องชุมชนและทำให้เมืองมีความสามารถในการต้านทานการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศเพิ่มขึ้นด้วย” ดร. Mitchell กล่าว
ที่มา
https://www.sciencedirect.com/…/pii/S2212041624000779…
https://phys.org/news/2024-11-nature-safeguard-cities.html
https://www.technologynetworks.com/…/protecting-5-of…
Photo: UNICEF/Rindra Ramasomanana