โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ระบบพลิกชะตา ตัวประกอบเฮงซวย

นิยาย Dek-D

อัพเดต 17 พ.ค. 2567 เวลา 13.00 น. • เผยแพร่ 17 พ.ค. 2567 เวลา 13.00 น. • บางระจันไปทางไหน
ยินดีต้อนรับเข้าสู่ ‘ระบบพลิกชะตา‘ ขณะนี้ระบบกำลังโอนย้ายโฮสต์ไปยังภารกิจใน …3…2…1!

ข้อมูลเบื้องต้น

ลิเจีย ทหารหน่วยรบพิเศษผู้เสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่ วิญญาณของเขาถูกถึงเข้าสู่ 'ระบบพลิกชะตา' โดยไม่ทันตั้งตัว เขาจึงต้องสะสางภารกิจต่างๆที่ได้รับเพื่อหลุดออกจากระบบนี้ให้ได้ โดยเขาจะต้องใช้ความสามารถที่มีทั้งหมด และ 'พลิกชะตา' ตัวละครที่ได้สวมบทบาทเพื่อเปลี่ยนจุดจบของ 'ตัวประกอบ' ผู้ไร้ความสามารถให้กลับมายืนได้อย่างสง่างามอีกครั้ง

เปิดระบบ

“ลงทะเบียนโฮสต์สำเร็จแล้ว เปิดใช้งานระบบโดยอัตโนมัติ”

เสียงหวานที่ฟังดูเป็นทางการของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นในหัวของ ‘ลิเจีย’ ทหารหนุ่มกองกำลังหน่วยรบพิเศษที่เพิ่งจะถูกระเบิดอัดปะทะจนเสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่ เขาจำได้ว่าภารกิจสุดท้ายของเขาคือการบุกจับการลักลอบค้าอาวุธระหว่างทหารกับกลุ่มติดอาวุธที่ใหญ่ที่สุดในโลก ก่อนที่จะโดนตลบหลังโดยศัตรูของกองกำลังกลุ่มนั้นจนโดนฆ่าตายทั้งหมด ไม่เว้นแม้แต่ตัวเขา

ลิเจียหรี่ตามองและหันไปสำรวจรอบๆ ตัวเพื่อหาที่มาของเสียงด้วยความระแวดระวัง เขาลูบคลำไปตามร่างกายและพบว่าไม่ได้มีบาดแผลฉกรรจ์จากแรงระเบิดแต่อย่างใด ทั้งๆ ที่เขาจำได้แม่นว่าเพิ่งไปทำอะไรมา ซึ่งนั่นก็ยิ่งทำให้เขาระแวงมากขึ้นเป็นเท่าตัว

“เสียงนี่มาจากไหนกัน หรือว่าจะมาจากลำโพง?” ลิเจียพึมพำกับตัวเองก่อนจะมองไปรอบๆ ห้องที่อยู่เพื่อค้นหาแหล่งที่มา รวมถึงกล้องแอบถ่ายที่อาจจะมีติดอยู่ในนี้ด้วย แต่นอกจากผนังห้องสีขาวโล่งๆ เขาก็ไม่พบอย่างอื่นอีกเลยนอกจากเตียงที่เขาเพิ่งจะลุกขึ้นมาเมื่อสักครู่

แน่นอนว่าเขาแทบจะถอดประกอบชิ้นส่วนเตียงออกมาตรวจสอบดูแล้ว แต่ก็ไม่พบอุปกรณ์ใดๆ ที่มีความใกล้เคียงกับสิ่งที่เขาตามหาเลย

“ระบบปฏิบัติการประจำตัวของโฮสต์หมายเลข 12403 โค้ดเนม C01 ติดตั้งเรียบร้อย ยินดีต้อนรับสู่ระบบพลิกชะตาค่ะ”

“ห๊ะ! ระบบอะไรนะ! แล้วตกลงว่าเสียงมันมาจากไหนกันแน่!” ลิเจียได้ยินเสียงเดิมกับตอนตื่นอีกครั้ง เขาวิตกจริตจนถึงขั้นเอาขาเตียงที่เพิ่งถอดออกมาตรวจมาถือไว้เพื่อใช้เป็นอาวุธ

“ระบบพลิกชะตาค่ะ ตอนนี้โฮสต์กำลังอยู่ในห้องปฏิบัติการส่วนตัว ไม่มีการติดตั้งเครื่องบันทึกภาพและเสียงใดๆ แน่นอนค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นถามหน่อย ใครเป็นคนพาผมมาที่นี่ ผมจำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่มีสติ ผมถูกแรงระเบิดอัดอยู่ที่โกดังร้างตอนปฏิบัติภารกิจอยู่ สติผมดับวูบไปก็จริง แต่ทำไมผมถึงไม่บาดเจ็บเลย” ลิเจียยังคงหมุนตัวไปรอบๆ เพื่อมองหาต้นตอเสียงไม่หยุดด้วยความระแวง เขาถามออกไปด้วยเสียงที่แข็งๆ ติดสั่นเล็กน้อย

“รายงาน ขณะนี้โฮสต์ถูกดึงวิญญาณเข้าสู่ระบบพลิกชะตา ร่างกายของโฮสต์เสียชีวิตและถูกตัดขาดการเชื่อมต่อแล้ว โฮสต์อยู่ในระหว่างเตรียมตัวเข้าสู่โลกถัดไป กรุณาหมุนกงล้อสกิลเพื่อสุ่มเลือกศึกษาความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านก่อนการเข้าสู่สนามจริงค่ะ”

“เดี๋ยวๆ” ลิเจียร้องขัด แม้เขาจะผ่านความเป็นความตายมาไม่น้อย แต่ให้ทำใจเรื่องที่ตัวเองตายไปแล้วจริงๆ ในเวลาไม่กี่วินาทีก็ดูจะยากเกินไป ไหนจะกงล้อขนาดใหญ่ที่จู่ๆ ก็ปรากฏมาตรงหน้าแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยอีก ในมือของเขาจู่ๆ ก็มีเหรียญสีทองตกลงมา ทุกอย่างดูรวดเร็วและเหลือเชื่อไปหมดจนเขาตั้งตัวไม่ทัน

“คุณระบบ C01 ช่วยอธิบายก่อนได้ไหมว่านี่มันคืออะไรกันแน่ ทำไมจู่ๆ ผมที่ตายไปแล้วถึงถูกดึงมาอยู่ในระบบพลิกชะตาอะไรของคุณที่นี่ แล้วผมสามารถออกจากระบบได้ไหม แล้วถ้าออกไม่ได้ งั้นผมต้องทำอะไรบ้าง” ลิเจียพยายามตั้งสติเพราะรู้ว่าตอนนี้เขาไม่สามารถควบคุมสถานการณ์อะไรได้ เขาทำได้เพียงถามหาสาเหตุที่เขามาอยู่ที่นี่เท่านั้น เผื่อว่าข้อมูลตรงนี้จะบอกได้บ้างว่าเขาควรทำอย่างไรต่อไป

“ระบบกำลังประมวลผลคำถามของโฮสต์” เสียงหญิงสาวคนเดิมพูดขึ้นอีกครั้ง “รายงาน จิตของโฮสต์ถูกเลือกจากการสุ่มโดยระบบ หากท่านต้องการออกจากระบบ ต้องใช้ 1 กุญแจทองสำหรับการดีดตัว และใช้ 10 กุญแจทอง สำหรับเครื่องไครโอเพื่อรักษาสภาพจิตให้ครบถ้วน เพื่อเข้าสู่ระบบไร้นามอีกครั้งค่ะ”

ยิ่งได้ฟังลิเจียก็ยิ่งไม่เข้าใจ กุญแจอะไร เครื่องไครโออะไร ไหนจะระบบไร้นามอีก แค่ระบบพลิกหน้าพลิกหลังนี่เขาก็ปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว สติที่รวบรวมได้อยู่น้อยนิดจึงเริ่มแตกซ่านอีกครั้ง

“แล้วผมจะได้อะไรจากการอยู่ในระบบนี้ต่อ ขออธิบายแบบละเอียดๆ เลยนะ” ลิเจียด้วยอารมณ์กึ่งโมโห การต้องตกอยู่ในสถานที่ที่ไม่รู้จัก และชุดข้อมูลใหม่ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนทำให้อารมณ์ที่มักจะมั่นคงอยู่เสมออ่อนไหวขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้

“โฮสต์ต้องการเข้าสู่บทเรียนช่วยสอนหรือไม่” เสียงระบบ C01 ถามขึ้น ลิเจียที่ไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้วจึงตกลงทันที

ทันทีที่เขายืนยันคำตอบ แว่นตาคล้ายแบบเครื่องวีอาร์ก็ปรากฏขึ้นมาตรงหน้าของลิเจียทันที เขาสวมมันโดยไม่ต้องรอให้ระบบบอก ทันทีที่เขาสวม แว่นตาก็ขยายออกจนกลายเป็นหมวกกันน็อกเต็มใบคลุมทั้งศีรษะเขา ทันใดนั้นเขาก็เหมือนได้หลุดไปอยู่ในโลกอีกใบหนึ่งโดยสิ้นเชิง

“เริ่มเข้าสู่ บทช่วยสอน ‘ระบบพลิกชะตา’”

เสียงเริ่มบทเรียนพร้อมภาพจำลองเริ่มฉายขึ้น ภาพของท้องทะเลแห่งจักรวาลอันดำมืดซึ่งเต็มไปด้วยแสงสีจุดเล็กๆ มากมายกระจายสุดเส้นขอบจักรวาลทำให้เขารู้สึกเหมือนดูหนังแอคชั่นไซไฟ ลายเส้นสีทองค่อยๆ ปรากฏเป็นรูปดวงตาเพียงข้างเดียว เขามองรูปดวงตานั้นอย่างจมดิ่ง ก่อนจะรู้สึกปวดหัวอย่างรุนแรง เมื่อจู่ๆ ชุดข้อมูลจำนวนมหาศาลก็ไหลเข้าสมองเขาทันทีโดยไม่ต้องมีการอธิบายใดๆ ในเวลาไม่เกิน 5 นาที บทช่วยสอนของ ‘ระบบพลิกชะตา’ ก็ไหลเข้าหัวเขามาโดยทั้งหมดโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาทำความเข้าใจเอง

ในที่สุดเขาก็รู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดมันคืออะไร ถ้าให้พูดง่ายๆ ระบบเหล่านี้ก็คล้ายหลักของทฤษฎีสมคบคิดที่มีอยู่บนโลก เพียงแต่ซับซ้อนกว่าและมีอยู่จริง ซึ่งในจักรวาลนี้ก็ยังมีระบบอื่นๆ อยู่อีกมาก โลกมนุษย์ที่เขาเคยใช้ชีวิตอยู่ ก็เป็นอีกหนึ่งในระบบที่ที่มีชื่อว่าระบบไร้นาม ระบบนี้จะไม่มีการมอบภารกิจหรือสั่งการควบคุม เพียงแต่จิตวิญญาณที่ถูกดึงเข้ามาอยู่ในระบบนี้ จะต้องหาทางเคลียร์มิชชั่นชีวิตให้สำเร็จได้ด้วยตัวเองเท่านั้น หลังจากที่คนเหล่านั้นทำภารกิจสำเร็จ จิตวิญญาณก็จะเป็นอิสระและสามารถเลือกที่จะเข้าสู่ระบบอื่นๆ ในจักรวาลได้

แต่หากไม่สำเร็จ เหล่าจิตวิญญาณที่อยู่ในระบบไร้นาม จะต้องเข้าสู่ ‘กระบวนการเวียนว่ายตายเกิด’ เพื่อเคลียร์มิชชั่นของตัวเอง และเคลียร์มิชชั่นเสริมที่เรียกว่า ‘กรรม’ จนกว่าจะหลุดพ้นทั้งหมด โดยกระบวนการนี้ ไม่จำกัดเวลาและจำนวนครั้ง จิตวิญญาณในระบบทุกดวงต้องทำภารกิจชีวิตให้สำเร็จ จึงจะสามารถออกจากกระบวนการได้ ส่วนเขานั้นก็ยังไม่หลุดพ้นจากระบบไร้นาม เพียงแต่ก่อนตาย เขาบังเอิญได้ทำการเคลียร์มิชชั่นชีวิตสำเร็จ นั่นก็คือตายในขณะปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศ เหลือเพียงการตามเก็บมิชชั่นเสริมเท่านั้น แต่เขาก็ถูกดึงเข้ามาในระบบพลิกชะตาเสียก่อน

ส่วนระบบพลิกชะตานี้ เป็นระบบที่ควบคุมชะตาชีวิตของเหล่า ‘ตัวละคร’ มากมายที่เกิดขึ้นในเวิร์สที่เชื่อมต่อกับระบบ โดยระบบสามารถเข้าแทรกแซงได้ตลอดเวลาโดยใช้จิตวิญญาณของ ‘โฮสต์’ เข้าไปแทนที่ใครก็ได้ในโลกใบนั้น อาณานิคมของ ‘ระบบพลิกชะตา’ ไม่ได้ใหญ่มากที่สุดในจักรวาล แต่ก็ไม่ได้เล็กเลยเมื่อเทียบกับระบบอื่นๆ ทุกครั้งที่โฮสต์ถูกส่งไปแต่ละโลก โฮสต์จะได้รับข้อมูลเรื่องราวเกิดขึ้นทั้งหมด พร้อมภารกิจหลักของการเดินทางไปอยู่ที่นั่น เมื่อสำเร็จภารกิจแล้วก็สามารถเลือกได้ว่าจะอยู่ที่นั่นต่อหรือกลับเข้าสู่ระบบเพื่อรับภารกิจต่อไป หากเขาทำภารกิจสำเร็จก็จะได้รับกุญแจทอง 1 ดอก เหรียญสุ่มสกิล 1 เหรียญ สำหรับใช้สุ่มเลือกความสามารถเฉพาะทางเพื่อนำไปปรับใช้กับการทำภารกิจในแต่ละโลก และรางวัลไอเทมอื่นๆ ตามความยากง่ายของภารกิจ หากเขาทำภารกิจไม่สำเร็จ ระบบจะดึงเขากลับสู่ห้องล็อบบี้ทันทีเพื่อรอรับภารกิจลงโทษ โดยวิธีที่เขาจะหลุดออกจากภารกิจนี้ได้ คือการสะสมกุญแจทอง 11 ดอก และกลับไปสู่ระบบไร้นามเช่นเดิม เพื่อเคลียร์มิชชั่นเสริมอื่นๆ ให้สำเร็จเพื่อให้จิตวิญญาณหลุดพ้นเป็นอิสระ และเลือกได้ว่าจะเข้าสู่ระบบอื่นต่อไปหรืออยู่อย่างเอกเทศ

“เอาล่ะ ฉันเข้าใจเรื่องทั้งหมดแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็มาสุ่มสกิลกันเถอะ จะได้เริ่มรับภารกิจแรกของฉัน” ลิเจียที่สงบใจลงได้เพราะรู้เรื่องราวทั้งหมดแล้วก็เริ่มต้นภารกิจทันที

“เนื่องจากเป็นภารกิจแรกของโฮสต์ ระบบจะมอบเหรียญสุ่มสกิลให้โฮสต์ 2 เหรียญเพื่อสุ่มสกิล 2 ครั้ง เชิญโฮสต์สุ่มได้เลยค่ะ” เหรียญสีทองที่เคยหายไปกลับมาปรากฏอีกครั้ง ลิเจียถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้กงล้อที่ขนาดใหญ่กว่าตัวเอง เขายื่นมือออกไปหยอดเหรียญที่ช่องตรงกลางกงล้อ วงล้อเริ่มหมุนทันทีที่เขาหยอดเหรียญสำเร็จ

ลิเจียมองกงล้อสกิลสีแดงที่กำลังหมุนด้วยความเร็วคงที่ด้วยความประหม่า แม้จะตั้งสติได้แล้ว แต่เขาก็ไม่สามารถบังคับตัวเองไม่ให้ตื่นเต้นได้ เมื่อวงล้อค่อยๆ หมุนช้าลงจนหยุดนิ่ง เสียงของระบบก็ประกาศขึ้นมา

“ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับสกิล ‘ทรหด’ (ระดับ B) สามารถอยู่ในสภาวะอดน้ำและอาหารได้นาน 90 วัน โดยที่ร่างกายไม่อ่อนแอลง”

ลิเจียค่อนข้างพอใจกับสกิลนี้ หากเขาได้สกิลนี้ไปใช้ที่โลกล่ะก็ เขาก็จะสามารถทำภารกิจกลางทะเลทรายหรือเกาะร้างอันห่างไกลได้สบายๆ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเสบียงอีก หลังจากชื่นชมสกิลที่ได้มาอยู่ครู่หนึ่ง ลิเจียก็เริ่มหมุนกงล้อสกิลอีกรอบ

กึงงงง!!….

“ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับสกิล ‘แพทย์’ (ระดับ A) สามารถรักษาอาการเจ็บป่วยและโรคต่างๆ ได้ทุกสปีชี่ส์ที่อยู่ในระบบ”

เป็นสกิลที่ไม่ได้แย่สำหรับเขา แม้จะจินตนาการภาพตัวเองไปยืนเป็นหมอในโรงพยาบาลไม่ออก แต่การที่มีความรู้เรื่องการรักษา นั่นก็เป็นสิ่งสำคัญอีกอย่างในการเอาตัวรอด การมีสกิลนี้อยู่จึงทำให้เขามั่นใจว่าอย่างไรก็ไม่มีทางตายก่อนได้ทำภารกิจสำเร็จ เว้นเสียแต่จะโดนลอบฆ่าก็เท่านั้น

“ภารกิจแรกคืออะไร” ลิเจียถามระบบด้วยความมั่นใจมากขึ้น ตอนนี้สติของเขาตื่นเต็มที่ ใจของเขาก็สงบลงอย่างที่เคยเป็นอีกครั้ง

“ภารกิจแรกของโฮสต์ คือการปกป้องสหพันธรัฐ ‘เรดิกัน’ ให้มั่นคง และขึ้นเป็นฮันเตอร์ 10 อันดับแรกของโลกให้ได้ค่ะ”

“ฮันเตอร์เหรอ ฮันเตอร์นี่คืออะไรกัน หมายถึงคนล่าสัตว์หรือเปล่า” ลิเจียถามอย่างสงสัย แต่ยังไม่ทันจะได้คำตอบอะไร ที่เท้าของเขาก็ปรากฏสัญลักษณ์รูปดวงตาขึ้นมา พร้อมกับร่างของเขาที่เริ่มจมลงไปทีละนิด

“ระบบจะเริ่มโอนย้ายโฮสต์ใน 3…2…1…”

“ไม่รอให้ถามหน่อยเหรอ! ไปก็ไปวะ…” ลิเจียกัดฟันบอกตัวเองเสียงขื่น เมื่อเห็นว่าระบบของตนไม่ใส่ใจจะตอบคำถามของตนแม้แต่น้อย

สวัสดีนักอ่านทุกท่านค่า วันนี้ไรท์มาขออนุญาตเปิดเรื่องใหม่ ใครที่ชอบแนวระบบเข้ามาอ่านกันเยอะๆน้า ถ้ากดหัวใจให้ด้วยก้จะขอบพระคุณมากๆ เหนือสิ่งอื่นใดคือสัญญาว่าจะตั้งใจเขียนให้ดีที่สุด และจะเขียนให้จบให้ได้ ขอบพระคุณสำหรับการอ่านและติดตาม เอนจอยรีดดิ้งค่า

นายพลฮันเตอร์ผู้กอบกู้ Part 1/8

ลิเจียลืมตาตื่นมาในห้องนอนที่ไม่ใช่สีขาวล้วนเหมือนในห้องล็อบบี้ส่วนตัวของระบบ เขาปรับสายตาเล็กน้อยเพื่อให้มองเห็นรายละเอียดสภาพแวดล้อมของตัวเองได้อย่างชัดๆ ชุดข้อมูลของโลกนี้ไหลเข้ามาในหัวเขาอย่างช้าๆ เมื่อผ่านไปครู่หนึ่ง ชุดข้อมูลทั้งหมดของโลกใบนี้ก็เข้าไปอยู่ในสมองของลิเจียทั้งหมด เขาจึงเริ่มสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรวมถึงทำความเข้าใจกับสถานภาพของตัวเองในยามนี้

ลิเจียเข้ามาอยู่ในร่างของ ‘ลันดัส มาโลเนส’ ลูกชายเพียงคนเดียวที่แสนจะไม่ได้เรื่องของนายพล ‘ลูเธอร์ มาโลเนส’ ฮันเตอร์ผู้มากฝีมือของสหพันธรัฐเรติกัน เพราะลันดัสมีพฤติกรรมและผลการเรียนที่แย่มาก นายพลลูเธอร์จึงไม่คิดฝากตระกูลไว้กับลูกชาย เขามองหาเด็กที่มีพรสวรรค์จากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ก่อนจะพาเด็กชายที่โดดเด่นคนหนึ่งที่มีชื่อว่า ‘เลย์เดีย’ มาที่บ้านและประกาศให้เป็นบุตรบุญธรรม มีสถานะเท่าเทียมกับลันดัสทุกประการ ไม่ว่าลันดัสจะได้อะไร เลย์เดียก็จะได้สิ่งนั้นด้วย โดยไม่สนว่าใครจะเป็นลูกเลี้ยงหรือลูกแท้ๆ เรื่องนี้ทำให้ลันดัสเกลียดทั้งพ่อทั้งพี่น้องบุญธรรมของตัวเอง และยิ่งทำตัวเลวร้ายมากขึ้นไปทุกวันจนยากจะกู่กลับ

ตามพื้นเรื่องเดิมแล้ว เมื่ออายุ 16 ปี ลันดัสจะถูกลักพาตัวโดยหน่วยข่าวของรัฐใกล้เคียงเพื่อเค้นข้อมูลทางทหารของประเทศ แน่นอนว่าลันดัสมอบข้อมูลทุกอย่างให้โดยไม่สนว่าความมั่นคงของประเทศจะเป็นอย่างไร หลังจากนั้นเขาก็ถูกกลุ่มหน่วยข่าวของรัฐเพื่อนบ้านฆ่าทิ้งเพราะหมดประโยชน์

ข่าวเรื่องที่ลูกชายของนายพลขายข้อมูลให้กับประเทศศัตรูนั้นเป็นเรื่องร้ายแรงมาก และยังถูกเปิดเผยในสังคมวงกว้างจนนายพลลูเธอร์อับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี ตระกูลมาโลเนสของเขาไม่รู้ว่าควรเอาหน้าไปไว้ที่ใด นึกแค้นใจที่ลูกแท้ๆ ทำตัวล้มเหลวอย่างไม่น่าให้อภัย ด้านเลย์เดียเองก็ถูกโจมตีอย่างหนัก เพราะทุกคนคิดว่าเขาคือคนที่ปล่อยข่าวทางทหารให้ศัตรู เลย์เดียแบกรับบาปของลันดัสมาโดยตลอด ในระหว่างนี้ ‘จาร์ฟา’ ฮันเตอร์หนุ่มผู้เป็นอนาคตของประเทศก็ได้จับตาดูพฤติกรรมของเลย์เดียอย่างใกล้ชิด เขายอมที่จะไม่เข้าโรงเรียนฮันเตอร์ที่ดีที่สุด และมาเข้าโรงเรียนเดียวกับเลย์เดียเพื่อสืบดูว่าเลย์เดียยังคงส่งข่าวให้กับต่างประเทศอีกหรือเปล่า และเพราะความใกล้ชิด ทำให้เขาได้รู้ว่าความจริงแล้วต้นเรื่องทั้งหมดไม่ใช่เลย์เดีย แต่เป็นลันดัสคนไม่ได้เรื่องคนนั้นต่างหาก เลย์เดียเป็นผู้บริสุทธิ์ที่แบกรับความผิดซึ่งไม่ได้ก่อเอาไว้เพราะเห็นแก่หน้าผู้มีพระคุณ ความดีนี้ของเขาทำให้จาร์ฟารู้สึกอยากปกป้องเลย์เดียมากขึ้นทุกวัน จนในที่สุดก็ก่อเกิดเป็นความรัก เมื่อเรียนจบ เลย์เดียก็ได้ไปทำงานเป็นนักสังคมสงเคราะห์ คอยดูแลเด็กกำพร้าและผู้ประสบภัยสงคราม ส่วนจาร์ฟาก็ได้เป็นทหารฮันเตอร์คอยปกป้องประเทศตามที่ฝันไว้ หลังจากนั้นทั้งคู่ก็แต่งงานกัน โดยมีประชาชนทั่วประเทศร่วมแสดงความยินดีและชื่นชมทั้งคู่จากใจจริง

ลิเจียในร่างของลันดัสยิ้มแหยออกมา ลักษณะนิสัยของเลย์เดียคนนี้ทำให้เขารู้สึกขัดใจไม่น้อย ไม่ใช่เรื่องที่ต้องใช้ความกล้าอะไรเลยในการปกป้องตัวเองว่าไม่ได้ทำในสิ่งที่ผิด แม้การกระทำของลันดัสจะแย่มาก แต่ข่าวที่ลันดัสรู้แทบจะสั่นสะเทือนความมั่นคงของสหพันธรัฐไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ไม่อย่างนั้นนายพลลูเธอร์คงจะถูกปลดตั้งแต่ข่าวถูกปล่อยออกมาแล้ว

การที่เลย์เดียแบกรับความผิดแทนลันดัสนั้นก็ไม่ใช่เพื่อการตอบแทนบุญคุณ แต่เป็นเรื่องที่คิดมาแล้วอย่างดีต่างหาก ว่านี่จะทำให้เขามีตัวตนในฐานะลูกชายของตระกูลมาโลเนส ต่อให้อนาคตเขาถูกเปิดเผยว่าเป็นเพียงลูกบุญธรรม แต่ความดีที่เคยทำเอาไว้ก็จะเป็นศักดิ์ศรีที่คอยค้ำคอให้เขาสามารถอยู่ในวงสังคมชั้นสูงได้อย่างไม่ต้องรู้สึกกระดาก ทั้งที่ความจริงแล้ว เขาจะปฏิเสธความผิดตั้งแต่แรกก็ยังได้

ลิเจียหงายตัวลงไปนอนอีกครั้งเมื่อนึกถึงภารกิจ เขาเข้ามาอยู่ในร่างของลันดัสวัย 15 ปี ซึ่งกำลังจะถูกลักพาตัวในอีก 1 ปีข้างหน้า แน่นอนว่าเขาไม่กลัวการถูกลักพาตัวอยู่แล้ว อย่างไรเขาก็เคยเป็นถึงทหารหน่วยรบพิเศษ ยังไงก็น่าจะพอมีฝีมือในการเอาตัวรอดอยู่บ้าง แต่เพราะโลกแห่งนี้ไม่ได้ง่ายเหมือนโลกที่เขาเคยอยู่ ลิเจียจึงต้องวางแผนให้รอบคอบอีกครั้ง

โลกแห่งนี้มีสิ่งที่เรียกว่า ‘รอยแยกมิติ’ อยู่ ในสถานที่ที่มีรอยแยกมิติจะมีสัตว์กลายพันธุ์ต่างมิติมาอาศัย บางครั้งสัตว์เหล่านี้ก็หลุดรอดออกจากเขตรอยแยกไปทำร้ายชาวเมือง ทั้งยังเกิดรอยแยกขึ้นเรื่อยๆ จนต้องมีทหารฮันเตอร์มาคอยเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลา

แต่รอยแยกมิติก็ไม่ได้มีแต่ส่วนแย่ไปเสียทีเดียว ฮันเตอร์ที่ได้รับการปลุกพลังสามารถพบ ‘ผลึกพลัง’ และ ‘แร่ธาตุพิเศษ’ ได้ในเขตรอบแยก ผลึกพลังสามารถดูซึมเพื่อนำมาใช้เสริมพลังให้ตัวเองแข็งแกร่งได้มากขึ้น ในสัตว์กลายพันธุ์บางตัวก็มีผลึกนี้เช่นกัน อีกทั้งชิ้นส่วนบางชิ้นของพวกมันก็สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ และยังมีการขายไข่สัตว์อสูรให้สำหรับฮันเตอร์ที่มีฐานะเอาไปฝึกเป็นสัตว์เลี้ยงอีกด้วย

ลิเจียเปิดระบบเพื่อประมวลผลค่าสถานะของลันดัส เขาพบว่านอกจากความมือเติบแล้ว ลันดัสแทบไม่มีอะไรเลยแม้แต่กล้ามเนื้อ หากเขาจะต้องเป็นฮันเตอร์ที่ติดท็อป 10 ของโลก พื้นฐานร่างกายของเขาต้องแข็งแรงมากกว่านี้ รวมถึงจะต้องเข้าไปเรียนอยู่ในโรงเรียนดีๆ เพื่อปูอนาคตของตัวเองด้วย ลิเจียตัดสินใจแล้ว เขาจะเข้าไปเรียนที่วัลฮัลลา สถานศึกษาของฮันเตอร์ที่มีคุณภาพระดับโลก แม้ว่าการสอบเข้าที่นั่นจะยาก แต่เขาก็มั่นใจว่าไม่ได้ยากเกินฝีมือตัวเอง

ลันดัสยังมีปู่อยู่อีกหนึ่งคนที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกัน ปู่ของเขาคนนี้เคยเป็นนายพลฮันเตอร์ที่เก่งกาจที่สุดและยังไม่มีใครลบล้างตำนานของเขาได้ ความรุ่งเรืองเฟื่องฟูของตระกูลมาโลเนสล้วนมาจากปู่ของเขาทั้งสิ้น จนกระทั่งคุณย่าของลันดัสเสียชีวิตไปด้วยโรคประจำตัว คุณปู่ที่รักภรรยามากก็กลายเป็นโรคซึมเศร้า ต้องเข้ารับการรักษาที่สถาบันจิตเวช สุดท้ายก็ตัดสินใจออกจากตำแหน่งก่อนกำหนดเพื่อกลับมาเยียวยาอาการที่บ้าน ทุกวันนี้ปู่ของเขาอาศัยอยู่ที่บ้านเล็กหลังเดิมในเขตรั้วเดียวกัน และยกส่วนที่เป็นคฤหาสน์ให้กับลูกชายไปตั้งครอบครัวอยู่กันเอง ส่วนตัวคุณปู่ใช้ชีวิตเกษียณเพียงลำพังอย่างเรียบง่าย ปลูกต้นไม้ดอกไม้เป็นงานอดิเรกอย่างที่คุณย่าชอบทำ ฟังเพลงเก่าๆ ที่ทั้งคู่เคยฟังด้วยกัน ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องครอบครัวของลูกชายเว้นแต่จะขอความช่วยเหลือ

ในครั้งนั้นที่ลันดัสถูกลักพาตัว ก็มีเพียงคุณปู่คนนี้ที่ใส่ใจจะตามหาเขา สุดท้ายแม้จะได้มาเพียงศพ แต่คุณปู่ของเขาก็ยังเป็นเพียงคนเดียวที่เต็มใจจะจัดงานศพให้ ต่างจากพ่อแท้ๆ ของเขาที่อยากจะล้างลันดัสออกจากสมองให้หมด และจดจำว่าเลย์เดียเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของตน

ลิเจียหวังจะใช้เสี้ยวแห่งความผูกพันระหว่างคุณปู่เลนนาร์ดและลันดัสเป็นบันไดก้าวขึ้นไปเป็นฮันเตอร์ 10 อันดับแรกของโลก และฮันเตอร์ผู้ปกป้องประเทศอย่างที่อีกฝ่ายเคยทำ

ซึ่งนั่นจะทำให้ภารกิจของเขาบรรลุ และอาจทำใช้ชายชราผู้จมปลักกับความทรงจำอันแสนเศร้า ลุกขึ้นมามีไฟอีกครั้ง

“คุณปู่” ลันดัสร้องเรียกชายชราที่อายุยังไม่ทันเข้าเลข 6 ด้วยน้ำเสียงปกติในความทรงจำ ลันดัสมักจะหนีหน้าพ่อตัวเองมาที่นี่บ่อยๆ นั่งมองคุณปู่ปลูกต้นไม้ดอกไม้เงียบๆ พอเบื่อแล้วจึงจากไปหาอะไรเล่นแก้เซ็งที่อื่น เรียกได้ว่าความทรงจำที่มีกับปู่นั้นน้อยมาก แต่ก็มากกว่าลูกชายที่ไม่เคยแม้แต่จะก้าวมาที่นี่

“ว่าไงลันดัส โดนพ่อบ่นมอีกแล้วหรือ” ชายชราตอบกลับด้วยใบหน้าติดจะเรียบเฉย แต่น้ำเสียงก็เจือไปด้วยความเอื้ออาทรอยู่บ้าง

“ผม…ขอใช้โรงฝึกของคุณปู่ได้มั้ย สัญญาว่าจะรักษาของเป็นอย่างดี จะไม่ทำของของปู่พังแม้แต่ชิ้นเดียว” ลันดัสเอ่ยขอด้วยน้ำเสียงที่ติดจะไม่มั่นใจนัก และก็เป็นไปตามคาด ผู้เฒ่าเลนนาร์ดวางมือจากต้นไม้ทันทีและหันมามองหลานชายเต็มๆ ตาทันทีที่อีกฝ่ายพูดถึงโรงฝึกของตน

“คิดอะไรอยู่ถึงได้มาขอใช้ ปู่เห็นแกเอาแต่แหย่หมาเตะแมวไปวันๆ อยู่ๆ ก็อยากออกกำลังกายหรือ”

“ผมวางแผนจะเข้าเรียนที่วัลฮัลลา ที่ผ่านมาผมไปแอบฝึกที่ยิมของโรงเรียน แต่คุณปู่ก็รู้ว่าที่นั่นไม่ได้มีอุปกรณ์ครบครันที่จะเตรียมร่างกายเพื่อสอบเข้าวัลฮัลลาได้ อีกอย่างคุณปู่ก็เป็นอดีตนายพล ผมอยากให้คุณปู่ช่วยสอนให้ด้วย ผมสัญญาว่าจะมีวินัยและฝึกทุกวัน จะไม่ทำให้คุณปู่ผิดหวังแน่นอน” ลันดัสบอกเหตุผลยืดยาว ลิเจียใส่ความรู้สึกกระอักกระอ่วนเข้าไปเล็กน้อย เพราะอย่างไรสองคนนี้ก็แทบจะไม่เคยสนทนากันเลย จู่ๆ จะให้เขาไปขอความช่วยเหลืออย่างไหลลื่นได้อย่างไร

“ลันดัส แกรู้ไหมว่าที่นั่นสำคัญกับปู่อย่างไร” ผู้เฒ่าเลนนาร์ดพูดด้วยเสียงที่เข้มขึ้น “โรงฝึกข้างล่างนั่น ย่าแกสร้างให้ปู่ เพราะปู่อยากจะสมัครเข้ากองทัพฮันเตอร์ ปู่ฝึกอยู่สามปีก็ยังสอบไม่ติด แต่ย่าก็ไม่ยอมแพ้ เคี่ยวเข็ญปู่ให้ไปฝึกอยู่อีก 2 ปี ในที่สุดความตั้งใจของเราทั้งคู่ก็ไม่สูญเปล่า และนั่นก็เป็นที่มาของตำแหน่งนายพลสูงสุดของปู่และตระกูลมาโลเนส ที่นั่นเปี่ยมไปด้วยคุณค่าและความทรงจำที่ดีของปู่ แกรู้ใช่มั้ยว่าปู่ไม่มีทางอนุญาตให้แกใช้มันได้ง่ายๆ”

เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ ลันดัสแอบเห็นว่านัยย์ตาของผู้เฒ่าเลนนาร์ดมีน้ำตาคลอขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจจะจางหายไปอย่างรวดเร็วราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ใบหน้าที่เข้มงวดของอีกฝ่ายมองเขาอย่างตรงๆ เพื่อหวังจะกดดันให้เขาล้มเลิกความคิด

“คุณปู่ทดสอบผมก่อนเถอะนะครับ” ลันดัสไม่ละความพยายาม เขาร้องขอผู้เป็นปู่ด้วยความหวังอันริบหรี่ “ผมเข้าใจว่าคุณปู่ต้องการสื่ออะไร การเตรียมตัวอย่างจริงจังแค่ปีเดียวไม่สามารถทำให้เข้าวัลฮัลลาได้ แต่ผมก็อยากจะลองดูสักครั้ง ที่ผ่านมาผมไม่มีความดีอะไร แต่ความตั้งใจที่จะเข้าวัลฮัลลานั้นมีมานานมากแล้ว อย่างน้อยถ้าคุณปู่จะปฏิเสธ ก็ขอให้ผมได้แสดงความพยายามที่เพียรฝึกมาด้วยตัวเองให้คุณปู่ได้เห็นก่อนได้ไหมครับ”

ผู้เฒ่าเลนนาร์ดมองหลานชายที่กำลังร้องขออย่างสิ้นหวัง แม้จะไม่ได้เข้าไปก้าวก่ายเรื่องในครอบครัวของลูกชาย แต่เขาก็พอจะรู้มาบ้างว่าลูกชายของตนปฏิบัติกับหลานชายคนนี้อย่างไร ลูเธอร์นั้นเติบโตมาในตอนที่เขาและภรรยาผ่านความยากลำบากมาได้แล้ว เด็กคนนี้จึงเกิดมาในกองเงินกองทองพร้อมกับคนที่เข้ามาเอาใจมากมายจนกลายเป็นความหลงระเริงและหยิ่งในศักดิ์ศรี ด้วยเหตุนี้แม่แท้ๆ ของลันดัสจึงหย่ากับเขาและไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ทิ้งให้เด็กชายอยู่กับพ่อผู้รักความเพอร์เฟคในทุกๆ ด้าน

ด้วยนิสัยของลูเธอร์ เขาคงจะรับไม่ได้ที่ลูกชายแท้ๆ ของตนไร้ความสามารถ ถึงมีความสามารถก็ไม่อยู่ในเกณฑ์ที่เขาตั้งใจเอาไว้ เขาจึงเลือกที่จะเฟ้นหาเด็กที่มีพรสวรรค์และรับเข้ามาเลี้ยง ด้วยหวังว่าจะปั้นเด็กคนนั้นให้เก่งกาจในทุกๆ ด้านและเชิดหน้าชูตาให้กับตนเอง

ด้วยเหตุนี้ ลันดัสจึงเป็นลูกชายแท้ๆ จึงถูกปฏิบัติแย่กว่าลูกเลี้ยง ผู้เป็นปู่อย่างเขาที่ตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะไม่เข้าไปยุ่งเรื่องครอบครัวของลูกชายจึงทำได้แค่ดูอยู่ห่างๆ อย่างไรเสียลูเธอร์ก็เติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ไม่มีผู้ใหญ่คนไหนอยากจะให้พ่อแม่ของตัวเองเข้าไปบงการทุกเรื่องในชีวิต

“ก็ได้” ผู้เฒ่าเลนนาร์ดใจอ่อนเพราะสงสารหลานชาย ลันดัสเติบโตมาอย่างโดดเดี่ยว คงไม่ง่ายเลยที่จะรวบรวมความกล้ามาขอร้องเขา “ในเมื่อวางแผนจะเข้าวัลฮัลลา แกก็คงจะรู้ใช่ไหมว่าการทดสอบแรกเข้าคือการต่อสู้แบบตัวต่อตัวกับคนที่เข้ามาสมัครในรอบเดียวกัน หลังจากนั้นก็ทดสอบการเอาตัวรอดในป่ารอยแยก สุดท้าย คือการวัดระดับพลังเพื่อแยกห้องเรียน” ผู้เฒ่าเลนนาร์ดอธิบายขั้นตอนการคัดเลือกนักเรียนของวัลฮัลลาอย่างละเอียด แน่นอนว่าที่เขารู้ก็เป็นเพราะเป็นหนึ่งในนักเรียนที่จบจากที่นั่น

“ทราบครับ”

“ถ้าอย่างนั้น ปู่ก็จะทดสอบแกด้วยการต่อสู้ในสนามจำลองระดับพื้นฐาน ทดสอบสองครั้งด้วยอาวุธคนละชนิด เพราะตอนที่ต้องแข่งเอาตัวรอด ทุกคนจะถูกสุ่มอาวุธทั้งหมด ไม่สามารถเลือกอาวุธที่ถนัดได้ แต่การทดสอบครั้งนี้ ปู่จะให้แกเลือกเอง” ผู้เฒ่าเลนนาร์ดพูดอย่างเอาจริง แววความเข้มงวดเมื่อสมัยครั้งดำรงตำแหน่งนายพลสูงสุดเริ่มปรากฏออกมาให้เห็น ลิเจียมั่นใจว่าการทดสอบครั้งนี้ ปู่ของลันดัสจะต้องเอาจริงและใช้เกณฑ์การให้คะแนนที่คล้ายกับการสอบจริงมากที่สุดอย่างแน่นอน

แต่นั่นก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะนั่นหมายความว่าหากเขาทำสำเร็จ ปู่ของเขาจะเป็นผู้สนับสนุนที่เหนียวแน่นและพาเขาไปยืนอยู่ในจุดที่เขาต้องการได้อย่างแน่นอน

“เข้าใจแล้วครับ ผมจะพยายามให้ดีที่สุด” ลันดัสรับปากด้วยความดีใจ ใบหน้าของเขาดูสดชื่นมากที่เห็นว่าคุณปู่ยอมให้โอกาสเขาได้แสดงฝีมือ ท่าทางกระตือรือร้นของเขาทำให้ผู้เฒ่าเลนนาร์ดพอใจไม่น้อย เขาพยักหน้าและเดินนำลันดัสเข้าไปในบ้าน

“แบบนั้นก็ดี ไปเถอะ ไปห้องซ้อมของปู่กัน”

นายพลฮันเตอร์ผู้กอบกู้ Part 2/8

ลันดัสมองไปที่สนามจำลองการต่อสู้อย่างสนอกสนใจ นี่เป็นสนามรบจำลองที่มีขนาดเท่าสนามบาสและมีการออกแบบให้มีเนินสูงต่ำเพื่อจำลองการต่อสู้ในพื้นที่ต่างๆ พื้นของมันทำมาจากวัสดุพิเศษที่คล้ายกับคริสตัลเหลวกับลิกไนต์เพื่อจับความเคลื่อนไหวของผู้ทดสอบและสร้างหุ่นจำลอง รอบๆ ฐานของสนามมีการฝังก้อนแร่พิเศษที่หาได้จากรอยแยกมิติเพื่อใช้เป็นพลังงาน กำแพงด้านข้างก็เต็มไปด้วยอาวุธสำหรับการใช้ฝึกกับหุ่นจำลองแขวนอยู่เรียงราย เมื่อไปจับดูก็พบว่าพวกมันมีน้ำหนักเบากว่าอาวุธปกติ

ผู้เฒ่าเลนนาร์ดเห็นหลานชายให้ความสนใจกับสนามฝึกและอาวุธก็รู้ว่านี่เป็นครั้งแรกที่เด็กชายได้เห็นสนามรบจำลองอย่างแน่นอน ดังนั้นหลานชายของเขาต้องไม่เคยฝึกการต่อสู้แบบที่ตนจะทดสอบเป็นแน่ แต่ยิ่งไม่รู้จักก็ยิ่งดี เพราะนั่นจะทำให้เขาเห็นว่าลันดัสมีศักยภาพและสัญชาตญาณนักสู้มากพอหรือไม่

สนามรบจำลองนี้เป็นสิ่งประดิษฐ์ครอบครัวทหารหรือบ้านของฮันเตอร์เก่งกาจมักจะมี เนื่องจากพวกเขาต้องต่อสู้ทุกวันและฝึกร่างกายให้เตรียมพร้อมต่อสถานการณ์อยู่เสมอ ตอนนั้นภรรยาเอาเงินเก็บทั้งหมดที่มีมาซื้อและจ้างคนติดตั้งให้ เลนนาร์ดผู้เป็นสามีจึงใช้อย่างระวังมาก เพื่อให้สนามรบจำลองของเขาเสียหายน้อยที่สุด ทุกวันนี้แม้มันจะตกรุ่นไปแล้ว ไม่ได้มีฟังก์ชันตัวช่วยที่ล้ำสมัยเหมือนรุ่นใหม่ๆ ที่ผลิตมา แต่ระบบสนามรบจำลองนี้ เขาได้ออกแบบการต่อสู้ของหุ่นจำลองแต่ละตัวด้วยตัวเอง ดังนั้นการฝึกกับสนามรบจำลองนี้ของเขา ก็เปรียบเสมือนได้ฝึกการสู้กับตัวเขาเอง และเขาก็มั่นใจว่าการต่อสู้ของตัวเองนั้น เข้มข้นกว่าซอฟต์แวร์ที่ทางโรงงานใส่มาให้หลายร้อยเท่า

ดังนั้นหากวันนี้ลันดัสทำคะแนนผ่านเกณฑ์ได้ ก็เป็นเกณฑ์มาตรฐานของเขา ซึ่งมั่นใจได้ว่าสูงกว่ามาตรฐานของคนทั่วไปอย่างแน่นอน ซึ่งถ้าหลานชายของเขาทำได้จริงๆ เขาก็ไม่ปฏิเสธที่จะช่วยดันหลังหลานชายให้สอบเข้าวัลฮัลลาให้สำเร็จ

“เอาล่ะ หยิบอาวุธชิ้นแรกที่จะทดสอบมา เลือกอันที่มั่นใจที่สุด ปู่อยากเห็นศักยภาพเต็มที่ของแก”

“ผมเลือกดาบยาวครับคุณปู่ แล้วผมต้องทำยังไงต่อ”

“ไปยืนเตรียมตัวอยู่ตรงมุมไหนของสนามก็ได้ จำเอาไว้ว่าหุ่นจำลองพวกนี้สร้างความเสียหายได้จริง แม้ว่าจะน้อยกว่าสู้กับคนด้วยกันเอง แต่มันก็เจ็บไม่น้อยถ้าโดนตรงๆ ส่วนเกณฑ์ของปู่มีแค่ข้อเดียว คือแกต้องได้คะแนนการทดสอบระดับพื้นฐานเกินกว่าครึ่งเท่านั้น ไม่อย่างนั้นก็กลับไปได้เลย”

“ผมเข้าใจแล้วครับปู่” ลันดัสสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เขากำดาบในมือแน่นขึ้นเล็กน้อยเพื่อเตรียมตัวสู้ แสงเลเซอร์สีน้ำเงินเข้มยิงทอดออกมาจากดาบทดลองเมื่อผู้เฒ่าเลนนาร์ดกดเปิดสนาม ทันใดนั้นบริเวณรอบๆ สนามจำลอง ก็ค่อยๆ มีบาเรียสีใสก่อขึ้นครอบเป็นกำแพง เพื่อไม่ให้คนที่อยู่นอกสนามได้รับบาดเจ็บ

“เริ่ม!”

ทันทีที่ผู้เฒ่าเลนนาร์ดให้สัญญาณ พื้นของสนามจำลองปรากฏร่างของคนเสมือนจริงจำนวนหนึ่งขึ้นมา แต่ละคนถืออาวุธต่างชนิดพุ่งเข้ามาที่เขาด้วยความเร็วเหมือนมนุษย์จริงๆ ลันดัสบิดข้อมือเล็กน้อยและจัดการวาดดาบเลเซอร์ของตนออกไปสู้กับหุ่นจำลองเหล่านั้นอย่างเอาจริง

แต่น้ำหนักของดาบเลเซอร์ที่เบากว่าดาบจริงจึงทำให้เขากะน้ำหนักพลาดเล็กน้อย อาวุธของเขาเกือบหลุดมือตอนปะทะกับหุ่นจำลอง แต่ไม่นานนักเขาก็ปรับตัวได้ ลันดัสเริ่มเครื่องติดและสู้กับหุ่นมนุษย์เหล่านั้นด้วยความคล่องแคล่วลื่นไหล ท่วงท่าการต่อสู้ของเขาเฉียบคมและเรียบง่าย ซึ่งเกิดมาจากการฝึกฝนและใช้งานจริงของตัวลิเจียในโลกที่แล้ว เลนนาร์ดเห็นดังนั้นก็พอใจมาก เขายืนมองหลานชายที่ไม่เคยแสดงความสามารถด้านการต่อสู้มาก่อนฆ่าศัตรูจำลองตัวสุดท้ายอย่างชื่นชม ถ้าเขาไม่ใช่ปู่แท้ๆ ของลันดัส เขาก็คงคิดไปแล้วว่าเด็กคนนี้ต้องผ่านสนามรบมากอย่างโชกโชนอย่างแน่นอน เมื่อครั้งสมัยที่ยังดำรงตำแหน่งนายพลสูงสุด เขาพบว่าฮันเตอร์หน้าใหม่มักจะใช้ท่าทางที่ยุ่งยากมากเรื่อง การขยับตัวและการออกแรงที่มากเกินจำเป็นชวนให้เขาหงุดหงิดใจไม่น้อย สำหรับเขาแล้วการต่อสู้ด้วยอาวุธพวกนี้ ต้องอาศัยความชำนาญจากการฝึกฝน เหมือนพ่อค้าเขียงหมูที่สามารถตัดแบ่งชิ้นส่วนได้อย่างคล่องแคล่ว ซึ่งมาจากการเรียนรู้การทำงานของมีดในมือและชิ้นส่วนของหมู ประกอบกันเป็นความชำนาญในอาชีพ นักสู้เองก็เช่นกัน พวกเขาต้องเรียนรู้ธรรมชาติของอาวุธ ต้องฝึกสู้ให้มากจึงจะรู้ว่าส่วนไหนคือจุดโจมตี จะได้พัฒนาตัวเองให้ไปข้างหน้าอยู่เสมอและไม่ตกอยู่ในหล่มของความลำพอง

ลักษณะการต่อสู้ของลันดัสถือได้ว่าเป็นการต่อสู้ที่ตรงกับมาตรฐานของผู้เฒ่าเลนนาร์ดโดยแท้ เรียบง่าย ว่องไว ไม่ประหม่า ที่สำคัญคือมีจิตใจที่มั่นคงและสติที่สมบูรณ์พร้อมตลอดเวลา ต่อให้วันนี้ลันดัสไม่ผ่านเกณฑ์ที่จะเข้าสอบวัลฮัลลา ผู้เฒ่าเลนนาร์ดก็ยินดีจะสอนหลานชายอยู่ดี

ทันทีที่ลันดัสตัดคอหุ่นจำลองตัวสุดท้าย บาเรียรอบสนามก็หายไป หน้าจอปฏิบัติการปรากฏให้เห็นคะแนนการทดสอบของลันดัสว่าเขาได้ 995/1000 คะแนน ตัวเลขที่ขาดหายไปเล็กน้อยนี้ทำให้ลันดัสหงุดหงิดไม่น้อย เขายืนนิ่งและทบทวนตัวเองว่าคะแนนส่วนนั้นหายไปด้วยเหตุใด ซึ่งอาจจะช่วงแรกของการทดสอบที่เขากะน้ำหนักของดาบพลาดจนอาวุธเกือบหลุดมือ เขาจิกจำความผิดพลาดนั้นเอาไว้ในใจและตั้งใจว่าหากมีอีกครั้ง ตนจะไม่ยอมพลาดที่จุดเดิมแน่

“นี่ฝึกเองจริงเหรอ ได้คะแนนแบบทดสอบพื้นฐานเกือบเต็มแบบนี้นี่ไม่ธรรมดาแล้วนะ ถ้าเทียบกับหลักสูตรของฮันเตอร์ขั้นพื้นฐานก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ยอดเยี่ยม แต่สำหรับปู่แล้วมันยังไม่พอ ไปหยิบอาวุธอีกชิ้นมาซะ เราจะได้เริ่มทดสอบกันต่อเลย” ผู้เฒ่าเลนนาร์ดไม่อยากให้หลานชายหลงระเริงในคำชมมากนัก จึงรีบตัดบทให้ลันดัสไปเลือกอาวุธ เด็กหนุ่มในวัยอย่างลันดัส หากชื่นชมมากไปจะเป็นผลร้ายมากกว่าผลดี

“ผมเลือกธนูครับคุณปู่ ทดสอบผมต่อได้เลย” ลันดัสเดินไปคว้าธนูที่อยู่ใกล้มือที่สุดมาทันที ก่อนจะขอให้ปู่ของเขาเริ่มการทดสอบครั้งที่สองได้ ด้วยท่าทางกระฉับกระเฉงและตื่นตัวของเขาทำให้ผู้เฒ่าเลนนาร์ดพอใจมาก เขาพยักหน้าให้หลานชายและส่งสัญญาณเริ่มทดสอบทันที

สนามรบจำลองเริ่มก่อบาเรียอีกครั้ง ลันดัสสังเกตอาวุธในมือพลางพิจารณาอยู่ในใจ ธนูที่เขาหยิบมามีลักษณะคล้ายกับธนูสำหรับนักกีฬาในโลกที่แล้ว แต่ว่ามีน้ำหนักเบากว่าและแข็งแรงกว่ามาก อาจเป็นเพราะรอบที่แล้วเขาทำผลงานเอาไว้ได้ดีเกินไป เลนนาร์ดผู้เป็นปู่จึงกดเริ่มการทดสอบทันทีโดยไม่ทิ้งจังหวะให้เขาได้เตรียมใจก่อน การต่อสู้ครั้งนี้จึงมาจากสัญชาตญาณของเขาล้วนๆ ลันดัสแทบจะกระโดดไปทั่วสนามรบเพราะรูปแบบการต่อสู้ที่ต้องปรับให้เข้ากับอาวุธที่ใช้ เขาปีนป่ายขึ้นเนินสูงชันด้วยความคล่องแคล่ว ผู้เฒ่าเลนนาร์ดยิ่งมองก็ยิ่งทึ่งกับความสามารถของหลานชาย เนื่องจากการต่อสู้ด้วยธนูนั้นต้องอาศัยสมาธิที่สูงมาก และยังเป็นอาวุธที่เสียเปรียบในการสู้แบบประชิดตัว แต่ลันดัสกลับทำได้ดีมากราวกับเป็นทหารที่ผ่านการฝึกฝนและลงสนามจริงมาหลายครั้ง เขาสามารถใช้ทุกส่วนของธนูเป็นอาวุธได้ไม่ใช่แค่เล็งยิงเพียงอย่างเดียว ในจังหวะสุดท้ายที่ลูกธนูหมด ลันดัสก็ใช้ส่วนหัวของธนูงัดหน้าหุ่นจำลองอย่างแรงจนมันแตกสลาย เลนนาร์ดที่รู้ดีว่าหุ่นจำลองเหล่านี้มีความแข็งแกร่งทางกายภาพเท่ากับมนุษย์ หากโจมตีจนถึงจุดตายมันจะแตกสลายไปเอง แต่หากไม่ หุ่นจำลองก็จะแค่นอนหมอบลงไปกับพื้นไม่ขึ้นมาสู้ต่อแล้วเท่านั้น

เลนนาร์ดมองเศษหุ่นจำลองที่แตกสลายเป็นชิ้นๆ ที่กองเกลื่อนพื้นสนามรบจำลองด้วยความอึ้ง เท่ากับว่าลันดัสโจมตีหุ่นจำลองพวกนี้ถึงจุดตายทั้งหมด ไม่มีตัวไหนรอดแม้แต่ตัวเดียว

เลนนาร์ดคิดถึงพฤติกรรมที่ผ่านมาของลันดัสแล้วก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ด้วยอายุเพียง 15 ปี แต่กลับมีทักษะราวกับนักฆ่ามืออาชีพ แสดงว่าที่ผ่านมาเด็กคนนี้เก็บคมไว้ในฝักตลอดเวลา อดทนฝึกซ้อมด้วยตัวเองอย่างหนักโดยไม่ให้ใครรู้ วันนี้มาบอกเขาเรื่องแผนที่จะเข้าวัลฮัลลา ก็แสดงว่าอยากจะได้รับการสนับสนุนจากเขา แทนที่จะเป็นพ่อของตัวเองสินะ

เมื่อคิดถึงตรงนี้เลนนาร์ดก็อดไม่ได้ที่จะหงุดหงิดใจ พ่อของหลานชายเป็นพวกชอบความสมบูรณ์แบบแต่กลับไม่มีความอดทนพยายาม เมื่อเห็นว่าลูกชายของตัวเองไม่มีพรสวรรค์ที่โดดเด่นก็ถอดใจไปคว้าเด็กที่ไหนก็ไม่รู้มาปลุกปั้นเป็นลูกบุญธรรม หวังจะใช้เด็กคนนี้เป็นบันไดไปสู่ความรุ่งโรจน์ในอนาคต โดยไม่รู้เลยว่าตัวเองมีเพชรแท้อยู่ในมือตั้งนานแล้ว รอแค่วันจะได้เจียระไนและทอประกายก็เท่านั้น

เลนนาร์ดรู้ว่าทักษะการต่อสู้ของหลานชายทั้งหมดนี้ไม่ได้มาจากพรสวรรค์อย่างแน่นอน แต่เป็นพรแสวงและความพยายามอย่างถึงที่สุดต่างหาก เขาเองก็เคยพยายามมาก่อนเหมือนกัน ทำไมจะไม่รู้ว่าคนที่พยายามกับคนที่ไม่เคยพยายามเป็นอย่างไร

“ผลการทดสอบการต่อสู้ด้วยธนูออกมา 980/1000 รู้ไหมว่าค่าการทดสอบสูงสุดของการต่อสู้ด้วยธนูอยู่ที่เท่าไหร่ สูงสุดที่เคยบันทึกมามีแค่ 720 คะแนนเท่านั้น เท่ากับว่าหลานมีทักษะการใช้ธนูที่เหนือกว่าคนอื่นอยู่มากเลยรู้ไหม” เพราะความสามารถของเด็กชายเกินเกณฑ์ที่เขาตั้งเอาไว้มากจริงๆ ผู้เฒ่าเลนนาร์ดจึงเผลอลืมเรื่องที่จะไม่ชมหลานชายเพื่อป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายเหลิง แต่การทดสอบเมื่อครู่ทำให้เขาพอใจมาก การต่อสู้ด้วยธนูมีน้อยคนมากที่จะทำคะแนนได้ดีขนาดนี้ แล้วยิ่งนี่เป็นการรบจำลองด้วยการเอาทักษะการต่อสู้ของผู้เฒ่าเลนนาร์ดไปใส่ นั่นก็เท่ากับว่าหลานชายฆ่าผู้เฒ่าเลนนาร์ดจำลองไปได้หลายต่อหลายครั้ง

ด้วยความสามารถระดับนี้ หากอดทนฝึกฝนด้วยตารางการฝึกที่แสนจะเข้มงวดของเขา อย่าว่าแต่เข้าวัลฮัลลาเลย ลันดัสสามารถเข้าได้แม้กระทั่งกองรบฮันเตอร์ด้วยซ้ำ

“คราวนี้…ผมผ่านการทดสอบของคุณปู่แล้วหรือยังครับ คุณปู่จะอนุญาตให้ผมมาฝึกที่นี่ทุกวันได้มั้ย” ลันดัสถามอย่างลุ้นๆ เขาแสดงฝีมือออกมาอย่างเต็มที่ขนาดนี้ก็ด้วยหวังว่าผู้เฒ่าเลนนาร์ดจะยอมใจอ่อน ซึ่งนั่นก็เป็นไปตามที่เขาคาดหวังเอาไว้

“แน่นอน หลังจากนี้แกจะต้องมาฝึกกับปู่ทุกเย็น แล้วจะต้องทำตามตารางการฝึกอย่างเคร่งครัดด้วย อันที่จริงแกจะย้ายมาอยู่กับปู่ที่นี่ก็ได้ จะได้ไม่ต้องวิ่งไปวิ่งมาให้เสียเวลาฝึก หรือแกอยากให้ปู่ไปช่วยพูดกับพ่อแก” ผู้เฒ่าเลนนาร์ดที่เห็นถึงศักยภาพของหลานชายก็สนับสนุนเต็มที่ ยามนี้จิตใจของเขาราวกับถูกปลุกด้วยกองศึกหลังจากที่หลับใหลไปกับเพลงแจ๊ซมาเป็นระยะเวลานาน ชายวัยห้าสิบกว่าๆ รู้สึกกระชุ่มกระชวยอย่างบอกไม่ถูก ลันดัสที่เห็นท่าทางอันสดชื่นของปู่ก็พลอยรู้สึกดีไปด้วย

“ไม่ต้องหรอกครับคุณปู่ เรื่องนี้ผมจัดการเอง” ลันดัสปฏิเสธเรื่องการคุยกับพ่อเรื่องย้ายบ้าน แต่ก็ใช่ว่าเขาไม่อยากให้ผู้เฒ่าเลนนาร์ดไปคุณกับนายพลลูเธอร์ผู้เป็นพ่อ “แต่ผมขอร้องคุณปู่เพิ่มอีกข้อได้ไหมครับ ผมไม่อยากให้พ่อรู้เรื่องการฝึกนี้ ไม่อยากให้เขารู้ว่าผมทำอะไรได้บ้าง หลังจากนี้สิทธิ์ผู้ปกครองของผม เป็นคุณปู่แต่เพียงผู้เดียวได้ไหมครับ”

เมื่อพูดถึงสิทธิ์การปกครอง ผู้เฒ่าเลนนาร์ดก็ชะงักไปครู่หนึ่ง เขาเกือบลืมไปแล้วว่าหลานชายอายุเพียง 15 ปีเท่านั้น แต่ก็อดไม่ได้ที่จะแปลกใจที่เห็นว่าเด็กอายุเท่านี้คิดถึงเรื่องพวกนี้แล้ว ลันดัสดูเหมือนอยากหลุดพ้นจากลูเธอร์มาก ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสาเหตุของเรื่องนี้มาจาก ลูเธอร์ ผู้เป็นพ่อที่ไม่ได้เรื่องของลันดัส

“ทำไมล่ะ หรือเพราะพ่อแกมันลำเอียงรักแต่ลูกนอกไส้ใช่ไหม แบบนี้ก็ยิ่งต้องบอก พ่อแกมันจะได้ละอายบ้างว่าที่ผ่านมามันละเลยแกถึงขนาดนี้ แต่แกก็ยังใฝ่ดีและมีความสามารถขึ้นมาได้ถึงโดยไม่ต้องอาศัยพรสวรรค์อะไรนั่น กลับกัน ลูกนอกไส้ที่มันเชิดชูนักหนาว่าดีอย่างนั้นอย่างนี้ มีความสามารถได้สักครึ่งของแกหรือเปล่า” ผู้เฒ่าเลนนาร์ดเข้าข้างหลานชายตัวเองเล็กน้อย อย่างไรเสียลันดัสก็เป็นหลานชายแท้ๆ ของเขา ใบหน้าของอีกฝ่ายมีเค้าโครงของผู้เป็นย่าอยู่เลือนราง ซึ่งเพียงเท่านั้นก็ทำให้ผู้เฒ่าเลนนาร์ดเอ็นดูแล้ว ยังไม่รวมกับเรื่องความสามารถของลันดัสอีก ไม่ต้องให้เทพพยากรณ์ที่ไหนมาทำนายเขาก็รู้ว่าตระกูลมาโลเนสในอนาคตจะต้องเจริญรุ่งเรืองเพราะลันดัสเป็นแน่

แล้วแบบนี้เจ้าลูกชายโง่เง่านั่นจะยังทิ้งขว้างสายเลือดแท้ๆ ของตัวเองอีกหรือ

“ผมเลิกแย่งความรักจากพ่อตั้งนานแล้วครับ ทุกวันนี้ก็ไม่ได้รู้สึกต้องการอะไรขนาดนั้น ที่ผ่านมาแม้ว่าผมจะทำตัวเกเร แต่ก็ยังมีคุณปู่ที่เห็นผมเป็นหลาน ให้โอกาสผมได้พิสูจน์ตัวเองและยินดีที่จะฝึกฝนผม ผมแค่รู้สึกว่า ในเมื่อเขาไม่อยากจะรับรู้เรื่องของผม ผมก็ไม่อยากให้เขารับรู้เช่นกัน ผมไม่อยากเดินเส้นทางเดียวกับเขาเลยด้วยซ้ำ” ลันดัสพูดออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย เขาไม่มีอารมณ์โกรธหรือน้อยใจอยู่ในน้ำเสียงด้วยซ้ำ ราวกับว่ายามนี้เขาปลงกับเรื่องทั้งหมดไปเสียแล้ว

ผู้เฒ่าเลนนาร์ดที่เห็นว่าหลานชายไม่ได้ต้องการเรียกร้องความสนใจจากผู้เป็นพ่อจริงๆ เขาจึงยอมพยักหน้ารับคำขอของหลานชาย ดีเสียอีก อย่างน้อยเขาก็มั่นใจได้ว่าหากลันดัสมาอยู่กับเขา เด็กชายจะไม่ทำตัวลอยชายเหมือนเมื่อก่อนได้อีก

“ในเมื่อนั่นเป็นคำขอร้องจากแก ปู่ก็จะจัดการให้ แต่บอกไว้ก่อนว่าปู่ไม่ได้ใจดี ปู่เป็นทหารโดยสายเลือด ในเมื่อคิดจะอบรมแกแล้ว ปู่ก็จะอบรมแกด้วยวิธีของทหาร ต่อไปนี้แกจะลอยชายเที่ยวเล่นนู่นนี่ไม่ได้แล้ว เข้าใจไหม” ผู้เฒ่าเลนนาร์ดถามย้ำหลานชายเพื่อความมั่นใจ ซึ่งลันดัสก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เขาเพียงยิ้มและพยักหน้าอย่างมุ่งมั่น ซึ่งนั่นก็เพียงพอที่จะทำให้เขายกโทรศัพท์ติดต่อหาทนายเพื่อให้จัดการเรื่องเอกสารแล้ว

เรื่องนี้ไม่ได้มีเพียงลันดัสที่ได้ประโยชน์ ผู้เฒ่าเลนนาร์ดเองก็เหมือนจะได้ประโยชน์ไม่น้อย ชายวัยเกษียณที่จมจ่อมอยู่กับอดีตมาหลายปี วันนี้เขาได้กลับไปรู้สึกเหมือนอยู่ในช่วงที่รุ่งโรจน์ของตัวเองอีกครั้ง เป้าหมายชีวิตของเขาโผล่ขึ้นมาเป็นหลานชายที่ใฝ่ดีมากกว่าพ่อ ผู้เฒ่าเลนนาร์ดเป็นคนมุ่งมั่นมาก ในเมื่อเขารับปากแล้วว่าจะทำให้หลานชายสอบเข้าวัลฮัลลาให้ได้ แน่นอนว่าเขาก็ต้องทำให้ได้ และในอนาคตหลังจากนี้ ดูเหมือนว่าเขาเองจะยังมีเรื่องให้ต้องทำอีกมาก และคงไม่มีเวลาไปเปิดเพลงรักปลูกต้นไม้คนเดียวอีกแล้ว

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...