โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

วัดป่ะล่ะ! “HELLO BOY” แบรนด์ผู้ขอท้าชนกับผู้เล่นหน้าเก่า “เฮลซ์บลูบอย”

SMART SME

อัพเดต 19 มี.ค. 2567 เวลา 04.05 น. • เผยแพร่ 19 มี.ค. 2567 เวลา 04.05 น. • Smart SME

แน่นอนว่าแบรนด์น้ำหวานที่ครองตลาดมาอย่างยาวจนเป็นที่รู้จักของผู้บริโภคมาตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา หากให้ทุกคนตอบ เชื่ออย่างสนิทใจว่าชื่อแบรนด์อันดับต้น ๆ ที่ทุกคนตอบ คือ “เฮลซ์บลูบอย” ที่ทำการตลาดเจาะกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพจนเป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จกับการมีสินค้าที่ออกจำหน่ายเพียงอย่างเดียวนั่นคือน้ำหวานใส่ขวดแก้ว

หากมองในตลาดน้ำหวานก็พบว่าไม่ใช่มีแค่แบรนด์ “เฮลซ์บลูบอย” เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีแบรนด์อื่น ๆ อีก ไม่ว่าจะเป็น ซันนี่บอย, ฮอร์นบอย, แคนนี้บอย และอีกหนึ่งแบรนด์ล่าสุดที่ขอมาลงแข่งขันในตลาดนี้ นั่นคือ “HELLO BOY” ที่งานนี้ขอท้าชนอย่างจริงจังเลยทีเดียว

สำหรับน้ำหวานแบรนด์ “HELLO BOY” เป็นสินค้าภายใต้บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) โดยก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2534 ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับผลิตแป้งผสมหรือแป้งสำเร็จรูปสำหรับใช้ทำขนมปังและ ประกอบอาหารอื่น ๆ ซึ่งแบรนด์ที่อยู่ในเครือ ได้แก่ Uncle Barns, Best Odur, Aroi Mak และ Kob Jung ซึ่งตอนนี้สถานะของบริษัทคือเข้าไปอยู่ในตลาดหลักทรัพย์เป็นที่เรียบร้อย

ผลประกอบการบริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน)

-ปี 2563 รายได้รวม 2,882 ล้านบาท กำไร 353 ล้านบาท
-ปี 2564 รายได้รวม 3,187 ล้านบาท กำไร 519 ล้านบาท
-ปี 2565 รายได้รวม 3,391 ล้านบาท กำไร 420 ล้านบาท
-ปี 2566 รายได้รวม 4,429 ล้านบาท กำไร 649 ล้านบาท

จะเห็นได้ว่าธุรกิจของบริษัทจะอยู่ในกลุ่มของอาหาร และการแตกไลน์มาสู่ “HELLO BOY” ถือว่าเป็นเรื่องใหม่ แต่อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย ก็มีประสบการณ์ในธุรกิจวัตถุแต่งกลิ่นรส และสีผสมอาหาร ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนอันดับ 2 ของธุรกิจบริษัท การลงมาเล่นในตลาดน้ำหวานจึงเป็นโอกาสที่จะเสริมสินค้าใหม่ ๆ ให้กับธุรกิจจากเดิมที่มีอยู่

เมื่อมาดูกลยุทธ์ของ “HELLO BOY” แน่นอนว่าการตลาดที่จะทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักเร็วยิ่งขึ้น นั่นคือการใช้พรีเซนเตอร์ที่มีชื่อเสียง มีอิทธิพลในกลุ่มเป้าหมายมาโฆษณาสินค้า โดยแบรนด์เลือก 4EVE วง T-Pop ชื่อดังอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย สร้างการรับรู้ให้กับผู้บริโภคผ่านโฆษณาให้เป็นที่พูดถึงบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ตลอดจนเรื่องของราคาที่ขายถูกกว่าในปริมาณที่เท่ากันกับคู่แข่งรายอื่น ๆ ซึ่ง “HELLO BOY” มีอยู่ 2 กลิ่น ได้แก่ 1.กลิ่นสละ 2.กลิ่นครีมโซดา ใส่บรรจุภัณฑ์ขวดแก้ว 710 มล. ขายในราคา 60 บาท

มองได้ว่าการเปิดตัวของ “HELLO BOY” ทำให้แบรนด์อื่น ๆ ที่ขายสินค้าเหมือนกันไม่อาจอยู่เฉยได้ อย่างกรณีที่เห็นภาพชัดเจนคือเมื่อ “HELLO BOY” ขายในราคาที่ถูกกว่า แบรนด์ที่อยู่มาก่อนอย่าง “เฮลซ์บลูบอย” ต้องปรับกลยุทธ์การตลาดจัดโปรโมชันลดราคาเพื่อได้ราคาที่อยู่ในระดับใกล้เคียงกับคู่แข่ง

สุดท้าย ไม่ว่าธุรกิจอะไรก็ตามที่จะประสบความสำเร็จต้องมีหลายปัจจัยมารวมกัน ทั้ง ราคา, โปรโมชัน, รสชาติ, ช่องทางการขาย, การโฆษณาสร้างการรับรู้ สุดท้ายเวลาจะเป็นคนให้คำตอบว่าธุรกิจของเราจะได้ไปต่อหรือไม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...