โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

(มี E-Book) ก็แค่ซอมบี้จะกลัวอะไรนักหนา

นิยาย Dek-D

อัพเดต 24 พ.ค. 2567 เวลา 15.38 น. • เผยแพร่ 24 พ.ค. 2567 เวลา 15.38 น. • 12:12
ถูกหักหลังจากคนที่ไว้ใจแม้จะเจ็บแค่ไหนก็ยังนิ่งได้ “ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่กูรู้จักพวกมึง เป็นไปได้ถ้ามีโอกาสเจอกันข้างนอกไม่ต้องทัก ยิ่งทำเป็นไม่รู้จักกันได้ยิ่งดีกูไม่อยากปืนลั่น เข้าใจนะครับ”

ข้อมูลเบื้องต้น

ปกติไรท์เขียนนิยายแนวสวยๆ นิ่งๆ เฉือดนิ่มๆ

แต่เรื่องนี้ก็มีทุกข้อที่กล่าวมา เพิ่มเติมแค่ความเกรี้ยวกราดที่ฟาดได้เป็นฟาด ด่าเป็นด่า

เจออะไรที่ชวนรำคาญก็รำคาญมันตรงๆนั่นแหละ อืม น่าจะนัวอยู่นะเรื่องนี้

นิยายเรื่องนี้เป็นแนววันสิ้นโลก แนวซอมบี้ไล่กินคน

เป็นนิยายแต่งสด ลงทุกวัน ตอนหนึ่งมีแค่ 1000 คำนิดๆ

ถึงตอนจะสั้นแต่เพราะเขียนสองเรื่องพร้อมกันจึงลงไม่ยาวมากค่ะ

ที่เขียนเพราะไฟมันมา อยากเขียนมากจนอดไม่ได้

เอาเป็นว่าไปตามดูน้องลมเหนือของไรท์กันว่าจะเทพขนาดไหน

…….

มุมฝากนิยาย

ฝากเรื่องปลาเค็มน้อยไม่อยากสู้แล้วด้วยนะคะ น้องสายนุ่มนิ่มแต่แอบโหดตรงสัตว์อัญเชิญ แนวดันเจี้ยนครับผม (ยังไม่จบ) (อัพวันเว้นวัน)

เรื่องที่สองเป็นแนวจีนโบราณ ชื่อเรื่องแน่ใจนะว่าเจ้าเป็นเกอ (สถานะจบแล้วครับผม) นายเอกเป็นคนงามที่งามมากๆ

เรื่องที่สามเป็นแนววันสิ้นโลก อันนี้ก็จบแล้ว จริงๆมีอีกหลายเรื่องเลยอย่าลืมไปตำกันเด้อ

………

สงวนเอาไว้ตามกฎหมายทุกข้อที่จำไม่ได้ เอาเป็นว่าห้ามลอก ห้ามแอบมุบมิบ ห้ามเอาไปเป็นของตนเอง ห้ามดันแปลง ห้ามอะไรอีกไม่รู้จำไม่ได้แล้ว ยังไงไปเจอกับน้องลมเหนือกันค่ะ

01 ทีนี้รู้แล้วรึยังว่าปืนจริงหรือปืนปลอม

ตอนที่ 01 ทีนี้รู้แล้วรึยังว่าปืนจริงหรือปืนปลอม

ครั้งหนึ่งเคยคิดว่าชีวิตของตนเองนั้นเพอร์เฟค สมบูรณ์พร้อมไปเสียทุกอย่าง ไม่ว่าจะเรื่องของการงาน เพื่อนฝูง หรือแม้แต่เรื่องของความรัก ลมเหนือคือคนที่ประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้าน แม้จะมีกันแค่สองคนพี่น้องแต่พวกเขาก็รักและดูแลกันและกันอยู่เสมอ การงานของลมเหนือเป็นสายอาชีพที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ในที่สาธารณะ เป็นตัวตนที่มีภารกิจเข้ามาเมื่อไหร่ก็อาจหายไปเป็นอาทิตย์

และนั้นอาจจะเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ความรักที่เคยคิดว่าดี มันไม่ได้ดีอย่างที่คาดเอาไว้

ความรักที่เคยคิดว่าสวยงามและซื่อสัตย์ต่อกัน ถูกทำให้กลายเป็นเพียงเรื่องของอดีต เมื่อวินาทีที่เปิดประตูห้องของแฟนหนุ่ม รองเท้าส้นสูงที่มองยังไงก็ไม่มีทางเป็นของผู้ชายไปได้ ตามทางเดินเต็มไปด้วยเศษเสื้อผ้าของทั้งชายและหญิง นั้นคงเป็นสาเหตุที่ต่อให้ลมเหนือเคาะอีกกี่ครั้งคนในห้องก็ไม่มีทางได้ยิน

เพราะกิจกรรมที่พวกเขากำลังทำกันอยู่ มันครอบงำจิตใจและห่วงอารมณ์จนไม่คิดที่จะสนใจอะไรทั้งนั้น

หลังกลับจากการทำงานนอกสถานที่ ตัวของเขารีบกลับมาหาแฟนหนุ่มเพราะอยากที่จะทำให้อีกคนนั้นประหลาดใจ แต่ไม่คิดว่าตัวเองจะได้รับการเซอร์ไพรส์ที่ยิ่งใหญ่มากกว่า

ลมเหนือเดินช้าๆ ไปตามเสียงครางของชายหญิงคู่หนึ่ง ตรงไปยังห้องนอนที่ครั้งหนึ่งเขาเคยมาเหยียบ แม้จะไม่เกิดอะไรขึ้นเพราะตัวของลมเหนือไม่ยินยอม แต่ไม่คาดคิดว่าวันนี้จะได้มาเห็นภาพของแฟนหนุ่มกับหญิงสาวที่หน้าตาแสนคุ้นเคย เพราะเธอเป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเด็กๆ เรียนชั้นประถมด้วยกัน มัธยมก็ยังเจอกันอยู่ หรือแม้แต่มหาลัยเธอกับเขาก็สนิทกันมาก เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมาโดยตลอด แต่ผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเพื่อนสนิท กลับกำลังวาดลวดลายบนเตียงกับคนที่ขึ้นชื่อว่าแฟนหนุ่มของเพื่อน

คนรักของคนที่ตัวเองเรียกว่าเพื่อน

ปัง!

“เฮ้ย! อะไรวะ”

“สนุกไหม”

ประตูที่เคยแง้มออกเล็กน้อย ถูกฝ่าเท้าเรียวถีบออกกว้าง ลมเหนือที่พึ่งกลับจากงานนอกสถานที่ ยังคงอยู่ในเครื่องแบบหนังสีดำและรองเท้า Salomon สีเดียวกับชุด ดวงตาคู่สวยและใบหน้าเฉี่ยวคมงดงาม ที่ได้รับยีนเด่นมาจากทั้งผู้เป็นบิดาและมารดา ดูเย็นชาจนใครหลายๆ คนไม่นึกอยากเข้าใกล้

เพราะกลิ่นคาวของเลือดที่ยังติดตัวคนงาม มันไม่ใช่อะไรที่คนปกติทั่วไปเขามี

“นะ เหนือ ทำไมถึงได้มาอยู่ที่นี่”

“กะ แกกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่”

สองคำถามที่มาจากคนที่ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนและแฟน ชายหญิงที่ก่อนหน้านี้กำลังบรรเลงกิจกรรมใต้ร่มผ้ากันอย่างเมามัน รีบแยกออกจากกันราวกับต้องของร้อน ทั้งคู่ละล่ำละลักถามอีกคนที่เข้ามาในห้อง ระหว่างนั้นก็ควานหาเสื้อผ้าเพื่อที่จะนำมาสวมใส่ปกปิดร่องรอยที่พึ่งกระทำลงไปเมื่อไม่กี่วินาทีก่อน

ช่างเป็นวิธีที่โง่เขลา

“ถ้ากูไม่กลับมาวันนี้คงถูกพวกมึงสองตัวสวมเขาไปอีกนานเลยสินะ”

“ไม่นะเหนือ เรื่องนี้มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน”

แม้จะรู้ว่าฟังไม่ขึ้น แต่อย่างไรเธอก็ยังพยายามที่จะแก้ตัว หญิงสาวเริ่มใช้มารยาบีบน้ำตาเพื่อเรียกร้องความสงสารจากเพื่อนหนุ่ม คิดจะกลับดำเป็นขาวแล้วผลักเรื่องโสมมทั้งหมดนี้ให้เป็นความผิดของแฟนหนุ่มของเพื่อนทั้งหมด

“พี่ทอยเขาวางยาเราเหนือ เราไม่ได้สมยอมเขาจริงๆ”

“อ้าวเฮ่ย! ทำไมพูดหมาๆ แบบนี้วะ เหนืออย่าไปเชื่อมัน มันให้ท่าพี่เหนือ มันอ่อยพี่ก่อนนะเหนือ เหนือเชื่อพี่เถอะ”

ชายหนุ่มละล่ำละลักแก้ตัว พยายามเดินเข้ามาหาคนรักที่ยืนเงียบมาสักพักแล้ว แต่ดูเหมือนชายหนุ่มจะรู้จักแฟนของตนเองไม่ดีพอ

ผลัวะ

“อั๊ก! เหี้ยอะไรวะ มึงถึงขนาดกล้าตบกูเลยหรอ”

แม้จะยังไม่รู้ว่าแฟนหนุ่มหน้าสวยที่ยังไม่ทันได้มีโอกาสรวบหัวรวบหางใช้อะไรฟาดเจ้าตัว แต่ความเลือดร้อนที่มีต่อคนงามที่ตัวเองเคยมองว่าหัวอ่อน ดูหลอกง่ายและรวยมากพอ ไม่คิดว่าจะสามารถยกวัตถุสีดำที่ขึ้นลำแล้วขึ้นมาชี้หน้าสองหนุ่มสาวได้อย่างหน้าตาเฉย

” กรี๊ด… ปืน อย่ายิงฉันนะ”

จากที่กำลังแสดงละคร พอมาเจอของจริงน้ำตาที่แกล้งบีบก็ดูจะไหลได้โดยที่ไม่ต้องสั่ง หญิงสาวที่มีเพียงผ้าห่มผืนเดียวปกปิดร่างกาย รีบใช้ร่างของคู่นอนเป็นเกราะกำบังทันที

ช่างเป็นสัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่ดีจริงๆ

“นะ เหนือคงไม่ใช่ปืนจริงใช่ไหม พี่ว่าเราอย่ามาล้อเล่นด้วยวิธีแบบนี้เลย ถ้าคนอื่นรู้เข้าเหนืออาจถูกจับได้เลยนะ พี่ว่าเหนือวางปืนลงก่อนดีกว่า”

ถึงแม้จะถูกด้ามปืนตบจนหัวแตก แต่ชายหนุ่มผู้มีนามว่าทอยก็ยังทำใจดีสู้เสือ หลอกตัวเองว่าปืนที่แฟนหนุ่มถือนั้นเป็นของปลอม ค่อยๆ ขยับเข้าไปหาลมเหนือที่ควรอ่อนหวานและน่าทะนุถนอม

ลมเหนือที่เขารู้จักควรน่ารัก พูดเพราะและใจดี เด็กนั่นหัวอ่อนถูกชักจูงได้ง่ายจะตาย แม้จะเล่นตัวแต่เพราะหุ่นและเงินที่มันให้มา ทอยถึงยังอดทนไม่คิดรวบหัวรวบหางแล้วหันมากินข้างนอกอย่างที่เคยทำมาโดยตลอด แม้จะขึ้นชื่อว่าพึ่งตกลงคบหาดูใจกันได้ยังไม่ถึงเดือนดีก็ตาม

คิดได้ดังนั้นก็ค่อยๆ เดินเข้าไปหาคนงามที่หน้านิ่งตรงหน้าอย่างช้าๆ แต่แล้ว…

ปัง!

“กรี๊ด เสียงปืนดังมาจากห้องข้างๆ รีบแจ้งตำรวจเร็วเข้า”

“ทีนี้รู้แล้วรึยังว่าปืนจริงหรือปืนปลอม”

แม้จะมีเสียงกรีดร้องของเพื่อนบ้านที่อยู่ห้องข้างๆ แต่ลมเหนือก็หาได้สนใจไม่ คนงามที่โกรธจนเลือดขึ้นหน้า ยังคงหันปืนไปทางสองหนุ่มสาวที่ตนมองว่าสำคัญ ถึงแม้จะคบกับแฟนหนุ่มมาได้แค่เดือนเดียว แต่เวลาที่รู้จักกันจริงๆ มันเกือบปี

มันคือเวลาคนคุยที่ลมเหนือคุยแค่กับคนแค่คนเดียว เขาเคยคิดว่าหากเราซื่อสัตย์และจริงใจมากพอ เราก็จะได้สิ่งเหล่านั้นกลับมาเช่นเดียวกัน

แต่ดูเหมือนว่าเขาจะคิดผิด คิดผิดมากเลยละ

คนมันจะซื่อสัตย์หรือไม่ซื่อสัตย์ มันอยู่ที่สันดานของตัวมันเองไม่ใช่ความจริงใจที่เรามอบให้

“เหนือฟังดาวก่อนนะ ดาวโดนยาจริงๆ”

“คิดว่ากูมายืนฟังพวกมึงนานแค่ไหน มันนานพอที่จะทำให้กูแน่ใจว่าอะไรเป็นอะไร”

เพราะขี้เกียจที่จะฟังคำตอแหล ลมเหนือจึงพูดตัดบทที่ทำให้คนฟังต้องสะอึก ใบหน้าสวยและประกายตาวาววับ มันเย็นชาจนคนมองต้องหวาดกลัว

ลมเหนือที่พวกเขาเคยรู้จัก ไม่ควรมีท่าทีและคำพูดแบบนี้

“มึงเป็นใครกันแน่ แฟนกูไม่ใช่คนแบบนี้”

…..

TALK.

เปิดมาก็เจอแจ๊ตพอร์ต แนวซอมบี้นะจ๊ะแต่พี่บี้ยังไม่ถึงเวลาออกโรง เป็นนิยายที่เขียนสำรองแค่ตอนเดียวอะนะ ลงมันทุกวันตอนไม่ยาวมาก แต่พอนำสองตอนมารวมกันก็ 2500 คำ อยู่เด้อ เท่ากับเรื่องปัจจุบันที่ไรท์เขียนนั้นแหละ

คิดถึงแนวซอมบี้เลยกลับมาเขียนน้องอีก รู้เลยว่าไม่ต้องคิดอะไรเยอะ คงเป็นแนวที่ไรท์ชอบมากจริงๆ เขียนแป๊บๆก็ได้เป็นตอนแล้วเนี่ย ว่าแล้วก็ไปปั่นน้องคารัมของไรท์ต่อก่อน ปกเรื่องนี้เป็นแบบ ai นะ ใครรับไม่ได้ไม่ว่ากันจ้า

02 ขอบใจที่ช่วยเอาผู้ชายเฮงซวยออกไปจากชีวิตให้

ตอนที่ 02 ขอบใจที่ช่วยเอาผู้ชายเฮงซวยออกไปจากชีวิตให้

“มึงเป็นใครกันแน่ แฟนกูไม่ใช่คนแบบนี้”

ชายหนุ่มหลุดถามออกไปอย่างที่ภายในใจเกิดความสับสน ถึงแม้ตอนเป็นคนคุยจะไม่ค่อยได้เจอกัน อีกทั้งเจ้าตัวก็ไม่ได้คุยแค่กับลมเหนือแค่คนเดียว แต่ทอยแน่ใจว่าแฟนหนุ่มที่ตนเองรู้จักไม่ได้มีท่าทีแบบนี้

มันดูแตกต่างกันมากจนเกินไป

“แฟนที่กูรู้จักก็ไม่ได้หน้าตัวเมียเหมือนมึงเหมือนกัน”

แม้จะโกรธมาก แต่เหนือรู้ดีว่าตัวเขาเองก็มีส่วนผิดเหมือนกัน ผิดที่ไม่เคยระแวง ผิดที่แสดงออกในอุปนิสัยที่ไม่ใช่ตนเองทั้งหมด นิสัยที่เขาใช้กับเพื่อนคือคนอ่อนโยนที่ยิ้มง่าย เป็นคนที่ให้ใจใครก็ให้จริง ไม่เคยนึกระแวงสงสัยจนสุดท้ายก็ถูกหักหลังด้วยมีดที่คนถือมีทั้งเพื่อนทั้งแฟน

เป็นคนสำคัญที่ลมเหนือให้ใจทั้งคู่

“ไม่จริง เหนือที่ดาวรู้จักต้องฟังดาวสิ ต้องเข้าข้างดาว”

หญิงสาวยกมือกุมหัวพร้อมสะบัดหน้าไม่ยินยอมกับภาพที่เห็น เธอรู้สึกว่ามันไม่ใช่ คนอย่างลมเหนือต้องไม่มองเธอด้วยสายตาแบบนี้

ลมเหนือที่เธอรู้จักต้องเป็นคนที่เธอบอกอะไรก็ต้องเชื่อ เป็นหมากที่เธอขยับไปทางไหนก็ง่ายดายไปหมด ต้องไม่ใช่ตัวตนที่สามารถควบคุมความเป็นความตายของเธอได้

ตัวปลอม หมอนี่มันต้องเป็นตัวปลอมแน่ๆ

“นี่กูคงเป็นไอ้โง่ให้มึงหลอกมาโดนตลอดเลยสินะดาว”

สุดท้ายเหนือก็ลดปืนลงเมื่อไทยมุงจากเพื่อนบ้านสามห้องของชั้นบนสุดเริ่มเข้ามาออกันอยู่ที่หน้าประตูแล้ว หนึ่งในนั้นยังมีชายหนุ่มสวมสูทผูกไทที่เข้าพักบนชั้นนี้ชั่วคราว ที่มีบอดิการ์ดที่ได้ยินเสียงปืนขึ้นมาประกบซ้ายขวาไม่ต่ำกว่าสิบคน จากที่คิดว่าจะเดินผ่านไปไม่คิดสนใจ กลับถูกน้ำเสียงอ่อนหวานแต่เยียบเย็นฉุดรั้งขาแกร่งของเจ้าตัวให้หยุดอยู่กับที่

หยุดมองแผ่นหลังองอาจแต่แฝงเอาไว้ซึ่งความเศร้าโศกเสียใจ

“ดาว ตัวตนที่ยืนอยู่ตรงหน้ามึงก็คือเหนือที่มึงไม่เคยรู้จัก มันคือตัวตนที่กูไม่อยากแสดงให้เพื่อน” พูดถึงตรงนี้ดวงตาคู่สวยก็เหลือบมองแฟนหนุ่มที่ในไม่ช้าก็เป็นได้แค่เพียงอดีต ก่อนจะกล่าวต่อ “ให้แฟนได้เห็น เพราะอะไรรู้ไหม มันก็เพราะกูไม่อยากให้ใครต้องมากลัว แต่วันนี้กูกลับพึ่งมารู้ว่ากูคิดผิดมาโดยตลอด”

ในระหว่างที่พูดลมเหนือถอดรังเพลิงออกมาตรวจเช็กว่าเหลือกระสุนอีกกี่นัด ก่อนจะประกอบมันกลับเข้าไปใหม่โดยไม่ต้องมองเสียด้วยซ้ำไป

“ถ้าคนมันไม่อยากให้รู้จักตัวตนจริงๆ ของกันและกัน มันก็ไม่ควรต้องมาทำความรู้จักกันตั้งแต่แรก วันนี้กูได้บทเรียนราคาแพงมากจริงๆ ขอบใจมึงมากที่ช่วยเอาไอ้เศษสวะออกไปจากชีวิตกู ครั้งนี้ก็นับว่าเสมอกันก็แล้วกันนะ พวกมึงโกหกกู ตัวกูเองก็ไม่ได้บอกว่าจริงๆ แล้วเป็นคนยังไง” พูดมาถึงตรงนี้ลมเหนือก็เก็บอาวุธของตนเองที่ลดนกเรียบร้อย ก่อนจะหันกลับมามองหญิงชายที่หน้าซีดเซียวรอฟังทุกคำพูดของลมเหนืออย่างที่ไม่อาจโต้แย้งอะไรได้ “ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่กูรู้จักพวกมึง เป็นไปได้ถ้ามีโอกาสเจอกันข้างนอกไม่ต้องทัก ยิ่งทำเป็นไม่รู้จักกันได้ยิ่งดี เพราะกูไม่ปืนลั่น เข้าใจนะครับ”

ตบท้ายด้วยรอยยิ้มหวานที่พวกเธอควรรู้สึกว่ามันสวยและเป็นมิตร

แต่มันกลับไม่ใช่กับรอยยิ้มของอดีตคนรักและเพื่อนสนิทในครั้งนี้

เมื่อหมดธุระที่นี่ ลมเหนือก็หันหลังกลับ ออกไปเผชิญหากับสายตาหวาดระแวงของเพื่อนบ้านอดีตแฟน เห็นดังนั้นคนงามก็โค้งตัวขออภัย

“ขอโทษด้วยที่ผมทำให้ตกใจ ไม่มีเรื่องอะไรแล้วครับ ที่เหลือก็แค่สิ่งมีชีวิตสองตัวที่ติดสัดกำลังจะทำกิจกรรมกันต่อ ผมคงต้องขอตัวก่อน”

“มะ ไม่เป็นไรเลยจ้ะเรื่องพวกนี้น้าพอเข้าใจ”

เพื่อนบ้านที่รีบแจ้งตำรวจเอ่ยตอบเด็กหนุ่มที่น่าจะได้รับประสบการณ์ชีวิตที่ไม่ดีด้วยรอยยิ้มเจื่อน ด้านสามีที่ออกมาดูด้วยกันก็ยกยิ้มส่งกำลังใจให้ลมเหนือด้วยคน

คนปกติคงไม่กล้าออกมาสอดส่องสายตามองเหตุการณ์ที่มีอาวุธสงครามเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ที่พวกเขากล้านั่นก็เป็นเพราะชายชุดสูทที่มีบอดิการ์ดล้อมหน้าล้อมหลังก็ยังกอดอกมองสถานการณ์ผ่านประตูบ้านที่เปิดค้างเอาไว้ของห้องต้นเรื่อง

ดังนั้นนี่จึงเป็นที่มาของความไม่กลัวตายของสองสามีภรรยาคู่นี้นี่เอง

“ครับ งั้นผมคงต้องขอตัว ขอโทษอีกครั้งจริงๆ นะครับ”

ไม่ว่าเปล่าคนงามยังอุตส่าห์มีน้ำใจงับประตูปิดให้ทั้งคู่ด้วย และในจังหวะที่ลมเหนือกำลังจะสวนทางกับชายในชุดสูทสีดำที่มีใบหน้าฟ้าประทาน หล่อเหลายิ่งกว่าดารานักแสดงที่อยู่ในสื่อสังคมออนไลน์

ดวงตาสองคู่สบประสานกัน สิ่งที่เหนือเห็นมันมีแต่ความเรียบนิ่งที่ไร้ความรู้สึก กลิ่นอายที่อยู่รอบตัวของคนคนนี้ก็ไม่ธรรมดา

มันไม่ต่างอะไรกับคนที่มือสกปรกไม่แพ้กันอย่างตัวของเหนือเอง

มันราวกับผีเห็นผี ช่างเป็นคำนิยามที่ตรงตัวได้ดีจริงๆ

ขออย่าให้ได้วนเวียนมาเจอกับคนคนนี้อีก เพราะถ้าไม่อย่างนั้นชีวิตการทำงานของเหนือคงวุ่นวายน่าดู

แต่ดูเหมือนความปรารถนาของใครบางคนจะไม่เป็นผล

เมื่อพยัคฆ์ดันต้องตาต้องใจลูกเสือที่ห่มหนังแกะคนนี้เข้าเสียแล้ว

คล้อยหลังคนงามที่มีรูปร่างหน้าตาโดดเด่นจนเห็นครั้งเดียวก็จำได้ ดวงตาสีน้ำตาลที่เมื่อต้องแสงไฟก็วาววับราวกับอัญมณี เส้นผมสีขาวถูกมัดรวบเอาไว้อย่างดีก็แกว่งไกวตามจังหวะการก้าวเดิน ยิ่งสายตาที่มองสบกับเจ้าตัวเพียงชั่วครู่เดียว มันราวกับเวลาถูกขโมยนานนับนาที

“ลมเหนืองั้นหรอ”

ใบหน้าหล่อเหลาที่แสนเย็นชา เอ่ยรำพึงชื่อที่ได้ยินจากปากของสองเศษสวะที่อยู่ในห้อง ไม่สิคงต้องบอกว่าพวกมันทำได้ดีแล้ว

ดีมากจนน่าตกรางวัลให้เลย

เด็กหนุ่มที่ดูสมบูรณ์แบบเช่นนี้ ไม่เหมาะให้สิ่งมีชีวิตที่แทบเรียกว่ามนุษย์พวกนั้นไม่ได้มาวนเวียนอยู่รอบตัวให้เกิดความมัวหมอง เขาควรได้เจอกับคนที่เหมาะสม

“นายครับ”

“ไปสืบมาว่าเด็กคนนั้นเป็นใคร”

“ครับนาย”

บอดิการ์ดควบตำแหน่งเลขาคานรับคำสั่งตามต้องการของนายเหนือหัว ระหว่างนั้นก็ส่งสัญญาณให้ลูกน้องไปเอาข้อมูลจากกล้องวงจรปิด และการเริ่มต้นค้นหาตัวจริงของคนที่ผู้เป็นนายต้องตาก็ได้เริ่มต้นขึ้น

ไม่รู้ว่าพยัคฆ์อย่างคุณจอมทัพจะมีโอกาสต้องใจไปด้วยเลยรึเปล่า

ทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับเจ้านายของเขาแล้วจริงๆ

………

TALK.

เอาละทุกคนน้องลมเหนือของไรท์ก็แสนควบคุมอารมณ์เก่ง ต่อให้โกรธให้แค้นแค่ไหนการฆ่ากันตายก็ไม่ใช่วิธีที่ควรทำ เพราะผลกระทบที่ตามมามีไม่น้อยเลยนะ ดังนั้นแก้แค้นด้วยวิธีอื่นกันดีกว่า หุหุ นิยายเรื่องนี้มันแนวซอมบี้ที่นายเอกไม่ได้ย้อนเวลาอะไรทั้งนั้นนะคะ ปัจจุบันล้วนๆ ส่วนเรื่องที่ใช้กู มึง จะมีแค่บางช่วงเท่านั้น แบบเวลาโกรธ หรือเวลาที่ตัวร้ายมันพูดอะไรแบบนี้

ไรท์พยายามถ่ายทอดความโกรธของน้อง ผ่านบทพูดให้มากที่สุดแล้ว ได้เท่านี้แหละ เป็นไงสนุกกันไหมเอ่ย

03 ไม่หล่อจริงจำไม่ได้นะ

ตอนที่ 03 ไม่หล่อจริงจำไม่ได้นะ

ในขณะที่อีกด้านเริ่มเคลื่อนไหว ด้านลมเหนือที่เดินออกมาก็หัวเสียมากกว่าท่าทางที่แสดงออก คนงามหงุดหงิดมาก แม้ว่าอยากจะยิงทิ้งแต่เขาก็ไม่ได้อยากให้หน้าที่การงานของตนเองต้องมามัวหมองเพราะพวกมัน การมีปัญหาและข้องเกี่ยวกับคดีทั้งที่ไม่ใช่ภารกิจ มันคือหายนะของชีวิตที่นำไปสู่การติดแหง็กอยู่ในสถานที่ที่ไร้ประโยชน์

ถ้าจะให้มาติดคุก สู้ดีส่งนักโทษคดีฆ่าคนตายเข้าเหมือง ให้มันไปใช้แรงงานเป็นทาสของประเทศยังจะดีซะกว่า แต่ก็อย่างว่าที่นี่มันแดนศิวิไลซ์ ประชาธิปไตยเต็มบ้านเต็มเมือง

แต่ถึงอย่างนั้นพวกคนเลวๆ บางคนที่เงินหนา หรือแม้แต่เส้นสายมากมายก็สามารถรอดคุกรอดตาราง ออกมาใช้ชีวิตปกติทำเหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้น

หึ นี่ละสังคมในปัจจุบัน

และในจังหวะที่ลมเหนือกำลังจะเลี้ยวรถออกจากสถานที่ที่มีบ้านของไอ้เฮงซวยตั้งอยู่ด้วย เสียงเรียกเข้าที่ตั้งไว้เฉพาะคนก็ดังขึ้น ลมเหนือหยิบหูฟังขึ้นมาใส่

“เหนือพูดครับ พี่หนาวมีอะไรรึเปล่า”

[ไอ้ทอยมันทำอะไรกับเหนือรึเปล่า] เสียงเย็นที่ดังมาจากปลายสาย มันเต็มไปด้วยโกรธที่แฝงเอาไว้ซึ่งความเป็นห่วงน้องน้อยเพียงคนเดียวของตน

“ข่าวถึงหูพี่เร็วจริงๆ” เหนือหักพวงมาลัยเลี้ยวไปตามทิศทางที่ต้องการ “คนอย่างมันจะมาทำอะไรเหนือได้ ไม่ยิงทิ้งก็บุญหัวแล้ว หึ” ไม่ว่าเปล่าเจ้าตัวยังแค้นเสียงในลำคอออกมาอีกหน คนอย่างไอ้ทอยที่เลวจนกล้าจับเพื่อนเขากินลับหลัง ทำไมถึงได้ไม่เคยตรวจสอบไม่น่าตั้งกฎบ้าๆ แบบนั้นขึ้นมาเลย

กฎที่ว่าจะไว้ใจคนสำคัญทุกคนโดยไม่คิดที่จะหวาดระแวง ช่างเป็นกฎที่จะพาเหนือไปตายเข้าสักวันจริงๆ

[อย่าเสียน้ำตาให้กับคนแบบนั้นเหนือ ไอ้ทอยมันไม่เหมาะสม] ถึงแม้จะพอรู้ว่าคนคุยของน้องไม่น่าจะใช่คนดี แต่ลมหนาวต้องการให้น้องชายรู้สึกถึงมันได้ด้วยตนเอง

โชคดีที่เจ้าตัวซนของเขาเข้มแข็งมากกว่าที่เจ้าตัวคิดเอาไว้เสียอีก

“พี่ เหนือไม่ได้เสียใจที่มันนอกใจเท่ากับมารู้ว่าเพื่อนสนิทที่มีไม่กี่คนของตัวเองคิดกับเรายังไง พอมาเจอแบบนี้คงต้องค้นหัวสมองของเพื่อนที่เหลือดูสักหน่อยแล้วละ”

เหนือมีเพื่อนสนิทสามคน หนึ่งในสองก็พึ่งถูกตัดขาดไปเมื่อครู่ กลุ่มของเขามีหญิงสองชายสอง ผู้หญิงก็คือดาวและพิมพ์ ส่วนอีกคนที่เป็นผู้ชายก็คือวาโย พอมาเจอว่าดาวหักหลังเขาขนาดนี้กับพิมพ์ที่ตัวติดกับผู้หญิงคนนั้นก็ชักจะไม่แน่ใจ

แต่กับวาโยนั้นไม่น่าใช่ หมอนั้นมันดูแลเขาดีพอๆ กับที่เขาเองก็ดูแลมันดีเหมือนกัน เป็นเพื่อนที่สนิทเหนือกว่าสนิทขึ้นมาอีก

[กับวาโยคงไม่ต้องพี่ตรวจสอบไปแล้ว เด็กคนนั้นไว้ใจได้]

“หืม? ครับถ้าอย่างนั้นก็คงเหลือแค่พิมพ์” ลมเหนือหักเลี้ยวเข้าปั๊มน้ำมันเพื่อเติมเชื้อเพลิง นิ้วเรียวเคาะเป็นจังหวะในขณะที่รอให้เด็กปั๊มทำตามหน้าที่ “แต่คงไม่ต่างกันเท่าไหร่เพราะทั้งคู่ตัวติดกันมาก ไปไหนไปกันมากกว่าคนติดงานอย่างเหนือกับโยซะอีก ทำตัวอย่างกับมีเสี่ยเลี้ยง”

ไม่ใช่ไม่เคยคิด แต่เพราะขึ้นชื่อว่าเพื่อน หากไม่ร้องขอความช่วยเหลือเหนือก็ไม่อยากละลาบละล้วง ตอนบอกขอยืนเงินเหนือก็ให้ยืม แม้จะไม่เคยได้คืนเลยสักครั้งก็ตาม

แต่เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อน และเป็นคนสำคัญที่เหนือไว้วางใจจึงไม่คิดทวงถามหรือหวาดระแวง

แต่ตั้งแต่วินาทีนี้ไปคงต้องคิดใหม่แล้วละ รอดมาได้จนอายุยี่สิบเพราะกฎบ้าๆ นั้นได้ยังไง งงใจตัวเองจริงๆ

[อืม ถ้ามีอะไรให้พี่ช่วยก็บอก] น้ำเสียงของคนปลายสายดูลดความโกรธลงไปได้มาก เมื่อเห็นว่าน้องน้อยของตนดูไม่ได้อาลัยอาวรณ์เศษสวะแบบนั้นสักเท่าไหร่

ก็ดี เป็นแบบนี้ก็จะได้จัดการอะไรๆ ได้ง่ายขึ้นหน่อย

“ครับ เหนือจะบอกพี่คนแรกเลย”

สองพี่น้องส่งความห่วงใยให้กันอีกสักพักก่อนจะวางสาย ลมเหนือและลมหนาวอายุห่างกันถึงหกปีเต็ม ตอนนี้เหนืออายุยี่สิบ ลมหนาวย่อมต้องยี่สิบหก พวกเขาเหลือแค่สองคนพี่น้องกับธุรกิจที่คุณพ่อคุณแม่ทิ้งเอาไว้ให้

ชีวิตของพวกเขาคงจะสมบูรณ์แบบมากกว่านี้หากว่าท่านทั้งสองยังอยู่ด้วยกัน คุณพ่อคุณแม่เสียไปตั้งแต่ที่เหนืออายุแค่เก้าขวบปี ถูกอุบัติเหตุทางรถยนต์ช่วงชิงคนสำคัญไปอย่างที่ไม่มีวันได้หวงกลับคืนมา

เป็นช่วงเวลาที่ทุกข์ทรมานมากที่สุด แต่ตอนนั้นพี่หนาวที่เศร้าไม่แพ้กันกลับต้องลุกขึ้นมาเป็นหัวหน้าครอบครัว ทิ้งวัยเด็กที่ควรได้เที่ยวเล่น ลุกขึ้นมานั่งตำแหน่งของประธานท่ามกลางเสียงคัดค้านของญาติพี่น้อง ในตอนนั้นพี่ชายของเขาต้องทำทุกอย่างและแสดงออกว่าตนเองนั้นแข็งแกร่งมากพอ

ทั้งที่ในตอนนั้น พี่ลมหนาวก็แค่เด็กอายุ 15 เป็นแค่เด็กวัยรุ่นที่ควรได้เรียนหนังสือ

หากไม่มีกลุ่มบอดิการ์ดทั้งเก้าที่เก่งกาจที่สุดยืนอยู่ฝ่ายเดียวกันกับเด็กๆ อย่างพวกเขา ในตอนนั้นแม้แต่ชื่อทั้งสองก็คงรักษาเอาไว้ไม่ได้

เพราะพี่ต้องอยู่ท่ามกลางแสงสว่าง ต้องเป็นเป้านิ่งให้กับศัตรูเพ่งเล็ง น้องอย่างเข้าจึงเลือกที่จะเดินเข้าสู่ความมืด เป็นเงาที่คอยปกป้องธุรกิจของครอบครัว รวมถึงพี่ชายเพียงคนเดียวของตน อยู่ในเงามืดคอยจัดการกับทุกคนที่คิดเล่นงานพี่ชาย

คิดได้มาถึงตรงนี้ ภาพของชายคนหนึ่งที่เจ้าตัวพึ่งเผลอไปสบตาด้วยก็ผุดขึ้นมาในหัว หน้าหล่อๆ ที่ฟ้าประทานแบบนั้นหากอยู่ในแวดวงธุรกิจก็น่าจะจำได้ตั้งแต่แรกเห็นสิ แต่นี่กลับไม่ได้มีอยู่ในสารบบสมองน้อยๆ ของลมเหนือแม้แต่เศษเสี้ยวเดียว

แถมยังกลิ่นอายของตัวอันตรายที่รู้สึกได้จากอีกคนด้วยเล่า ไม่ใช่กลิ่นของพวกนักธุรกิจทั่วไปสักนิดเดียว

“ผู้ชายคนนั้นเป็นใครกันแน่”

ดวงตาคู่สวยเป็นประกายของความสงสัยใคร่รู้ ไหนๆ ก็ต้องตรวจสอบเพื่อนสาวที่มีแววอาจได้เป็นแค่อดีตอยู่แล้ว จะตรวจสอบใครเพิ่มเข้าไปอีกสักคนก็คงไม่เป็นไร

เขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าตัวตนจริงๆ ของผู้ชายคนนี้เป็นใครกันแน่

สายตาที่มองมาในตอนนั้นมันยังติดตาของเจ้าตัวอยู่เลย

“พอ! พึ่งเลิกกับไอ้ทอยได้ไม่นานดันมาคิดถึงผู้ชายคนอื่นซะได้ ใจง่ายเหมือนกันนะเราเนี่ย”

ลมเหนืออดส่ายหัวกับความใจง่ายของตนเองไม่ได้ ทั้งขำทั้งฉิวแต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังดีกว่าต้องมานั่งร้องไห้ฟูมฟาย

ความรักครั้งแรกหลังเรื่องที่ต้องทำเข้าที่เข้าทาง ไม่ได้เจ็บอย่างที่คิดเอาไว้แหะ เป็นประสบการณ์อกหักที่ต้องเจ็บหนักเพราะเพื่อนสนิทหักหลังซะมากกว่า

เฮ้อ.. ดีนะที่มาเจอหน้าหล่อๆ ช่วยดึงความสนใจทั้งหมดไปให้ ถ้าไม่หล่อจริงเหนือไม่มีทางจำติดตาขนาดนี้แน่ๆ นะบอกเลย

………

TALK.

ก็หน้าหล่อๆมันมีดีอะนะ ไม่ได้ใจง่ายเลยจริงๆ หุหุ เปิดตัวพระเอกแล้วนะคะ ส่วนคู่รองก็ถูกวางเอาไว้แล้วนั้นก็คือพี่ชายนายเอก แต่คู่คนพี่คือใครนั้นคงต้องมาลุ้นกันอีกที เรื่องนี้ยาวค่ะอาจมีถึง 5 เล่มได้เลย ไรท์มันคนชอบเขียนยาวๆแอบเปลี่ยนการอับนิยายจากวันเว้นวันเป็นทุกวัน ส่วนจำนวนคำถ้านำสองตอนรวมกันก็ 2500 คำ ดังนั้นแล้วจำนวนคำที่ลงเท่าเดิมจ้า

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...