โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อินโดนีเซีย ปั้นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ดึงต่างชาติ ลดพึ่งพา “บาหลี”

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 เม.ย. 2566 เวลา 23.33 น. • เผยแพร่ 12 เม.ย. 2566 เวลา 23.33 น.

จุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปยัง “อินโดนีเซีย” คงหนีไม่พ้น “เกาะบาหลี” พื้นที่พักตากอากาศซึ่งเต็มไปด้วยแหล่งวัฒนธรรมอันโดดเด่นและมีชื่อเสียงระดับโลก แต่การกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวที่เกาะแห่งนี้กลับสร้างปัญหาต่าง ๆ ตามมา รัฐบาลอินโดนีเซียจึงพยายามผลักดัน 5 สถานที่ท่องเที่ยวให้เป็นทางเลือกใหม่สำหรับนักท่องเที่ยว ให้กระจายตัวไปทั่วประเทศ

นิกเคอิ เอเชีย รายงานว่า รัฐบาลอินโดนีเซียได้กำหนดให้สถานที่ท่องเที่ยว 5 แห่งทั่วประเทศเป็น “จุดหมายปลายทางสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีความสำคัญสูงสุด” ซึ่งจะได้รับการส่งเสริมในด้านต่าง ๆ เพื่อพัฒนาให้พื้นที่เหล่านี้มีศักยภาพไม่แพ้บาหลี

“ลาบวน บาโจ” เมืองท่าที่มีภูเขาและชายหาดสวยงาม และยังเป็นประตูสู่เกาะโกโมโดที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปเยี่ยมชมมังกรโกโมโดที่ใกล้สูญพันธุ์ เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่อินโดนีเซียตั้งเป้ายกระดับให้เป็นจุดหมายปลายทางสำคัญ

ประธานาธิบดี “โจโก วิโดโด” ได้โพสต์ทวิตเตอร์ระบุว่า “รัฐบาลจะใช้โอกาสในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่อินโดนีเซียจะเป็นเจ้าภาพปีนี้ ในการส่งเสริม “ลาบวน บาโจ” ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่มีความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ”

ก่อนหน้านี้รัฐบาลอินโดนีเซียเคยมีแผนจะใช้ลาบวน บาโจ เป็นสถานที่จัดการประชุมสุดยอดผู้นำ “จี 20” ในปี 2022 แต่ต้องล้มเลิกไปด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยและความไม่พร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะสนามบิน ถนน และที่พักในลาบวน บาโจ ที่ยังมีคุณภาพด้อยกว่าบาหลี

นอกจากลาบวน บาโจแล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีก 4 แห่งที่ได้รับการส่งเสริมคือ “ทะเลสาบโตบา” ทะเลสาบธรรมชาติทางตอนเหนือของเกาะสุมาตรา “ยอกยาการ์ตา” เมืองศูนย์กลางของวัฒนธรรมชวา “มันดาลิกา” เมืองชายฝั่งที่มีชื่อเสียงด้านสนามแข่งรถ และเมืองท่องเที่ยวดำน้ำอย่าง “ลิกูปัง”

รัฐบาลอินโดนีเซียมีแผนจัดสรรงบประมาณระหว่างปี 2020-2024 รวม 18.9 ล้านล้านรูเปียห์ เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน จัดแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยว รวมถึงการยกระดับทักษะบุคลากรในสถานที่ท่องเที่ยว 5 แห่งนี้

จุดหมายปลายทางทั้ง 5 แห่งนี้สะท้อนให้เห็นความพยายามกระจายความมั่งคั่งไปยังส่วนอื่น ๆ ของประเทศ และลดการพึ่งพาบาหลีในฐานะแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมเพียงแห่งเดียว ซึ่งการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวในบาหลีก็สร้างปัญหาตามมาหลายด้าน

ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า “วายัน กอสเตอร์” ผู้ว่าการจังหวัดบาหลี ประกาศแผนออกกฎใหม่ เพื่อปราบปรามนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาทำงานอย่างผิดกฎหมาย รวมถึงกลุ่ม “digital nomad” ที่ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ซึ่งสร้างความยากลำบากในการตรวจสอบ

ปี 2019 อินโดนีเซียมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 16.1 ล้านคน โดยเกือบ 40% เป็นผู้มาเยือนบาหลี สะท้อนถึงความล้มเหลวในการกระจายปริมาณนักท่องเที่ยวไปยังส่วนอื่น ๆ ของประเทศ

ข้อมูล “สภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก” ระบุว่า ปี 2019 ภาคท่องเที่ยวมีสัดส่วนในจีดีพีของอินโดนีเซียราว 5.6%ซึ่งอยู่ในระดับต่ำ หากเทียบกับประเทศอื่นในอาเซียนอย่างไทยที่ 20.3% และเวียดนามที่ 7%

การพัฒนาและนำเสนอจุดหมายปลายทางใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวนี้ จึงเป็นความพยายามของรัฐบาลอินโดนีเซียในการยกระดับการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นการเติบโตเศรษฐกิจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...