โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“กองดัชนีSET50” ลดความเสี่ยง ‘เลือกกองทุนผิด’… ไม่พึ่ง ‘ฝีมือผจก.กองทุน’ – เน้นลง “หุ้นองค์ประกอบดัชนี” !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 11 พ.ย. 2567 เวลา 08.17 น. • เผยแพร่ 01 มี.ค. 2566 เวลา 17.01 น. • สรวิศ อิ่มบำรุง

สาระ Fund วันละนิด: วันนี้จะพามารู้จักกับ “กองทุนดัชนีSET50” ทางเลือกการลงทุนที่ง่ายกว่าในการลุย “ตลาดหุ้นไทย”
ปัจจุบันมี “กองทุนดัชนีSET50” อยู่เพียง 31 กอง มูลค่ารวมกันกว่า 5.4 หมื่นล้านบาท ทำผลตอบแทนเฉลี่ยตั้งแต่ต้นปี (ณ วันที่ 28 ก.พ. 23) ได้ -3.76% ในขณะที่ดัชนี SET50 TRI -3.51%
โดยทั้ง 31 กอง มีผลงานที่เกาะกลุ่มกันเป็นอย่างดี ตามสไตล์ของ Passive Fund ที่มุ่งสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิงซึ่งในที่นี้ก็คือดัชนี SET50 นั่นเอง จึงทำให้กองทุนที่มีผลงาน “ดีสุด-แย่สุด” ต่างกันเพียง 1.06% เท่านั้น
ดังนั้นหากคุณสนใจจะลงทุนใน “หุ้นไทย” ผ่าน “กองทุนดัชนีSET50” จะช่วยลดความเสี่ยงของการเลือกกองทุนไปได้พอสมควร ไม่ต้องมาปวดหัวเรื่องจะเลือก “กองหุ้นไทย” กองไหนดี

ที่สำคัญ ยังตอบโจทย์การสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยจากการลงทุนในหุ้นได้เป็นอย่างดีอีกด้วย เพราะขอแค่ “ผลตอบแทนเฉลี่ยเท่าตลาด” หรือที่เรียกว่า ค่า Beta” เท่านั้น
“กองทุนดัชนีSET50” มีดีที่ตรงไหน ทำไมจึงน่าสนใจนั้น ตามทีมงาน ‘Wealthythai’ ไปหาคำตอบพร้อมๆ กันได้เลย

“กองหุ้นไทย” สไตล์ Active Fund…ผลตอบแทนกองที่มีผลงาน “สูงสุด-ต่ำสุด” ต่างกันเฉลี่ย 10 -20%

“กองหุ้นไทย” ปัจจุบันมีประมาณ 495 กอง ส่วนใหญ่จะเป็นกองทุนที่เป็น Active Fund มุ่งใช้ทักษะและความสามารถของผู้จัดการกองทุนมาคัดเลือกหุ้นโดยมุ่งหวังจะสร้าง “ผลตอบแทนที่ดีกว่าตลาด” ที่เรียกว่า ค่า Alpha” นั่นเอง ซึ่งมีกองทุนให้เลือกมากมายหลายหลากในปัจจุบัน
“จนบางครั้งนักลงทุนเองก็สับสนจนไม่รู้ว่าจะเลือกกองทุนอะไรดีเช่นกัน ที่สำคัญ จากสถิติความแตกต่างของผลตอบแทนระหว่างกองที่ดีสุดและแย่สุดก็แตกต่างกันค่อนข้างมากเฉลี่ย 10-20% ซึ่งหากเลือกผิดไปในระยะยาวนั่นหมายถึงผลตอบแทนที่ตกหล่นหายไปในระหว่างทาง ซึ่งไม่น้อยเลยทีเดียว”
ถ้านึกภาพไม่ออก ลองมาดูผลงานของ “กองหุ้นไทย” ในภาพรวม ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 28 ก.ย. 23) กัน ในขณะที่ดัชนี SET TRI ติดลบ -2.41% นั้น กองหุ้นไทยที่มี ‘ผลงานดีสุด’ ทำผลตอบแทนได้ +5.47% ในขณะที่กองที่มี ‘ผลงานแย่สุด’-6.31% หรือต่างกันอยู่ 11.78% !!!

TDEX” แชมป์กลุ่ม ‘กองทุนดัชนีSET50’…ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีติดลบ -3.39%

ในขณะที่ “กองทุนดัชนีSET50” นั้น เป็นสไตล์การบริหารแบบ Passive Fund มุ่งสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิง ซึ่งก็คือดัชนี SET50 นั่นเอง เอาผลตอบแทนแค่ “เท่าตลาด” หรือเรียกว่าค่า Beta” ก็พอ ในระยะยาวการได้ผลตอบแทนเฉลี่ยเท่ากับตลาดก็ถือเป็นทางเลือกที่โอเคเลยทีเดียว (อาจจไม่ได้ชนะตลาดมาก แต่ก็จะไม่แพ้ตลาดมากด้วยเช่นกัน เป็นทางสายกลางๆ ไป)
มาดูผลงานของกลุ่ม “กองทุนดัชนีSET50” ตั้งแต่ต้นปี (ณ วันที่ 28 ก.พ. 23) กันบ้าง ทำผลตอบแทนเฉลี่ยได้ -3.76% ในขณะที่ดัชนี SET50 TRI -3.51%โดยกองทุนที่มีผลงาน ‘ดีสุด’ทำได้ -3.39% ในขณะที่กองที่มีผลงาน ‘แย่สุด’ ผลตอบแทน -4.45% หรือต่างกันเพียง 1.06% เท่านั้น !!!
“สำหรับกองทุน Top5 ที่มีผลงานดีสุด (ไม่นับรวมชนิดหน่วยลงทุนที่มีกองหลักเดียวกัน) ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน ได้แก่ 1) TDEX ผลตอบแทนติดลบ -3.39%, 2) KT-SET50-A ติดลบ -3.56%, 3) T-SET50Acc ติดลบ -3.58%, 4) PRINCIPAL SET50SSF-SSF ติดลบ -3.66% และ5) M-S50 RMF ติดลบ -3.70%”

“ไม่ใช้ฝีมือผู้จัดการกองทุน”…เน้นลงทุนใน “หุ้น” ที่เป็นองค์ประกอบดัชนี “SET50

โดยกองทุน “ไม่ได้ใช้ฝีมือผู้จัดการกองทุน” ในการเลือกหุ้น แต่จะลงทุนในหุ้นที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีSET50 เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงมากที่สุดเป็นสำคัญ
ดังนั้น “กองทุนดัชนีSET50” ค่าธรรมเนียมในการบริหารจัดการจึงต่ำกว่ากองหุ้นที่เป็น Active Fund โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 0.4 -0.5% และในบางชนิดหน่วยลงทุนเช่น ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ‘ไม่เก็บค่าธรรมเนียม’ ส่วนนี้ก็มี ซึ่ง “ค่าธรรมเนียม” ที่เรียกเก็บต่างกันนี้ก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลกระทบให้ผลตอบแทนของกองทุนกลุ่มนี้แตกต่างกันไปด้วยนั่นเอง โดยมีส่วนต่างผลตอบแทน “ต่ำสุด-สูงสุด” ในแต่ละช่วงเวลาประมาณ 1.0 – 1.6% ก็เป็นอีกปัจจัยที่นักลงทุนที่สนใจอาจจะใช้ในการพิจารณาประกอบการตัดสินใจลงทุนได้เช่นกัน

“ด้วยจุดเด่นของ ‘กองทุนดัชนีSET50’ นี้เอง ทำให้นักลงทุนสามารถลดความเสี่ยงในการเลือกกองทุนผิดไปได้พอสมควร ใช้เงินลงทุนน้อย แต่ได้กระจายลงทุนไปในหุ้นที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีSET50 ครบครัน ซึ่งเรียกได้ว่า เป็นหุ้นใหญ่ที่เป็นบริษัทชั้นนำในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมของไทยก็คงไม่ผิดนัก ไม่ว่าจะเป็น DELTA, AOT, PTT, PTTEP, SCC เป็นต้น ลงทุนไปก็อุ่นใจ หลับสบายได้ เพราะบริษัทเหล่านี้ผ่านมาแล้วไม่รู้กี่วิกฤติก็ยังยืนหยัดคู่กับตลาดหุ้นไทยมาได้”
สำหรับใครที่กำลังมองหาโอกาสเข้ามาลงทุนใน “ตลาดหุ้นไทย” อยู่ หรือลงทุนอยู่แล้วก็ตาม “กองทุนดัชนีSET50” เป็นอีกทางเลือกที่ง่ายและควรมีติดพอร์ตไว้ จะมือใหม่หรือมือเก่าเองที่ลงทุนในหุ้นโดยตรงอยู่แล้ว ก็สามารถลงทุนได้เช่นเดียวกัน ช่วยกระจายความเสี่ยงจากหุ้นรายตัวได้เช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...