Y2K จากแฟชั่นสู่การเมือง ดึงดูดคะแนน 'คนเจน Z'
Y2K จากแฟชั่นสู่การเมือง
ดึงดูดคะแนน ‘คนเจน Z’
ฮิตติดกระแสแบบไม่ทันตั้งตัวสำหรับเทรนด์ Y2K ตั้งแต่แฟชั่นเครื่องแต่งกาย ไปจนถึงการชู 2 นิ้วถ่ายภาพโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย ทว่า สิ่งที่น่าสนใจยิ่งไปกว่านั้น คือการขยับชั้นสู่แวดวงการเมือง เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็หยิบท่า Y2K มาโพสต์โชว์สื่อในพิธีเปิดงาน ก้าวสู่ทศวรรษที่ 3 กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง เมื่อ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ขณะร่วมชมบูธต่างๆ โดยมี ทิพานันท์ ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้หันไปถามข้อมูลเมื่อนักข่าวถามถึงท่วงท่าดังกล่าว ก่อนกล่าวเสียงดังว่า Y2K ถึง 3 ครั้ง
ล่าสุดเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ วันวาเลนไทน์ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เอาบ้าง! ทำท่า Y2K จากบนรถยนต์หลังลงพื้นที่ย่านเยาวราช
ย้อนไปก่อนหน้านั้น ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก็ชวนเด็กๆ ถ่ายภาพด้วยท่า Y2K ยุค 2000 ในวันที่ลงพื้นที่บ้านหนังสือ สุเหร่าบ้านดอน ในกิจกรรมผู้ว่าฯสัญจรเขตวัฒนา เมื่อ 28 มกราคม
ที่ชัดเจนยิ่งกว่านั้น คือการที่ ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย สมาชิกสภา กทม. เขตบางซื่อ จากพรรคก้าวไกล ทำคลิปรถเมล์ Y2K มีเนื้อหากล่าวถึงรถเมล์ร้อนที่มีมาก่อนปี 2000 โดยอยู่ยาวนานมาจนถึงวันนี้
“ร้อนก็ร้อน ควันก็เยอะ แต่ไม่เป็นไร ทนได้ รถเมล์ไทย วายทูเค คือรถเมล์ไทยที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง วันนี้เราจะเปลี่ยนรถเมล์ที่ควันดำ เสียงดัง นั่งแล้วหงุดหงิดให้เป็นรถเมล์อนาคต หรือรถไฟฟ้าอีวี ภายใน 7 ปี เพื่อลดฝุ่น พีเอ็ม 2.5 ที่ปกคลุม กทม.”
พูดจบก็บอกว่า คลาสสิกอ่ะดิ ก่อนทำท่า Y2K
เรียกได้ว่า กระแสนี้รันวงการหลากหลาย จากแฟชั่นสู่การเมือง
ก่อนอื่น มาทำความเข้าใจก่อนว่า Y2K คืออะไร?
Y ย่อจาก Year ส่วน K มาจากตัวเลข 1,000 (Kilo) Y2K หมายถึง Year 2000 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่โลกหวาดหวั่นวิกฤตที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 1 มกราคม ค.ศ.2000 เนื่องจากระบบคอมพิวเตอร์ใช้การบันทึกเลขปี ค.ศ.เพียงแค่ 2 หลักท้าย เช่น 97, 98, 99 เมื่อเข้าสู่ปี 2000 ระบบจะบันทึกเป็นปี 00 ซึ่งจะกลายเป็นปี 1900 แทนที่จะเป็นปี 2000 ทว่า สุดท้ายปัญหาก็ผ่านพ้นไปได้ ต่อมาถูกใช้เรียกเทรนด์แฟชั่นในช่วงปลาย 1990s ไปจนถึงยุค 2000s ซึ่ง Elle Magazine นิตยสารชั้นนำด้านแฟชั่น ระบุว่า ด้วยการเปลี่ยนผ่านของยุค ทำให้จุดเด่นของแฟชั่น Y2K เป็นสไตล์ที่มีความสนุกสนานและเป็นอิสระอย่างไร้ขีดจำกัด
กลับมาที่ประเด็นการเมืองเรื่อง Y2K รศ.ดร.นันทนา นันทวโรภาส คณบดีวิทยาลัยสื่อสารการเมือง มหาวิทยาลัยเกริก มองว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์โพสต์ท่า Y2K นั้นน่าจะตั้งใจดึงดูดความสนใจ และปรับเปลี่ยน ลุค เพื่อการแข่งขันในฐานะนักการเมืองเต็มตัว
“ตอนนี้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนักการเมืองเต็มตัว ก็ต้องแข่งเดือดกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แล้วยังมี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เพราะฉะนั้นการที่ พล.อ.ประยุทธ์พยายามที่จะทำท่าอะไรแล้วดูเป็นที่ดึงดูดความสนใจ ตรงนี้ถือว่าเป็นการเปลี่ยนลุคของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ใช่แค่ทำท่า
ถ้าเราสังเกตดูจะเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์เปลี่ยนการแต่งกายด้วย จากเดิมจะใส่ชุดสูท บางครั้งใส่ชุดข้าราชการสีกากี หรือบางครั้งก็เป็นชุดทหาร ตอนนี้จะเห็นว่าตอนนี้เวลาลงพื้นที่จะใส่เสื้อแจ๊กเก็ต เหมือนนักการเมืองตัวจริง แสดงให้เห็นว่าท่านติดดิน ใกล้ชิดชาวบ้าน
ซึ่งตรงนี้การที่ พล.อ.ประยุทธ์แต่งตัวเปลี่ยนลุคตรงนี้ไป เพื่อให้ตัวเองนั้นเข้ามามีลักษณะที่ชาวบ้านเกิดความรู้สึกว่าเป็นคนกันเอง เป็นคนที่ใกล้ชิดชาวบ้านไม่ได้ห่างเหินเหมือนเมื่อก่อน ซึ่งถ้าไปเทียบกับการปรับลุคของ พล.อ.ประวิตร ซึ่งเราจะเห็นสื่อนำเสนอภาพเทียบกันอยู่ตลอดเวลา พล.อ.ประวิตรเวลาลงพื้นที่ จะทำตัวเป็นขวัญใจของชาวบ้าน เปลี่ยนลุคตัวเองจากคนที่เป็นคนแก่เดินไม่ค่อยไหว ไม่ค่อยพูดจา กลายเป็นคนที่ลุกขึ้นมาใส่กางเกงยีนส์ สวมรองเท้าผ้าใบ และไปเล่นกับชาวบ้าน ลูกเด็กเล็กแดงมาหอม มากอด แถมยังไปร้องเพลงทรงอย่างแบดได้อีก” รศ.ดร.นันทนาวิเคราะห์
ถามชัดๆ ว่า เจตนามุ่งเน้นโกยคะแนนกลุ่มเจน Z หรือไม่? รศ.ดร.นันทนาตอบเน้นว่า การที่ พล.อ.ประวิตรไปปรับลุคให้เป็นคนที่เข้ากับคนรุ่นใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ก็ต้องเปลี่ยนลุคบ้าง มาเล่นกับคนรุ่นใหม่บ้าง เพื่อที่จะสื่อสารว่าท่านไม่ใช่คนโบราณ ไม่ตกกระแส รู้ว่ากระแสนิยม หรือเทรนด์ที่คนนิยมคืออะไร
“พล.อ.ประยุทธ์ก็แสดงแบบนี้ได้ ทีมเขาคงบอกว่าท่านนายกฯทำแบบนี้จะดึงคะแนนนิยมจากกลุ่มคนเจน Z ได้ ซึ่งคนเจน Z เป็นคนซึ่งอยู่ในโซเชียล ถ้าเผื่อทำอะไรที่ปังๆ ไปได้ จะกลายเป็นไวรัล หรือทำให้คนเกิดเป็นกระแสขึ้นมาพูดถึง ก็เหมือนกับจะสร้างคะแนนนิยมได้
ตอนนี้ พล.อ.ประยุทธ์ก็เหมือนเป็นหัวหน้าของพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ต้องทำให้คะแนนนิยม ของตัวเองนั้นขึ้นมาเหนือใครๆ ซึ่งตรงนี้เราต้องหันกลับมามองว่าทำไม บรรดาไม่ว่าจะเป็น พล.อ.ประยุทธ์ หรือว่า พล.อ.ประวิตร พยายามที่จะมาดึงคะแนนส่วนของรุ่นใหม่ เพราะว่าถ้าเรามาดูตามเจน ตอนนี้เจน Z อายุประมาณ 11-26 ปี จะมีอยู่ประมาณ 7 ล้านคน เจน Y อายุประมาณ 27-42 ปี จะมีอยู่ประมาณ 15 ล้านคน เจน X อายุประมาณ 43-58 ปี จะมีอยู่ประมาณ 16 ล้านคน
ส่วนเจนเบบี้บูมเมอร์คือกลุ่มที่อายุเยอะ ไปจนถึง 77 ปี ก็จะมีประมาณ 11 ล้านคน ทำไมพรรคการเมืองถึงมาหาคะแนนนิยมในส่วนของเจน Z และเจน Y เพราะบรรดาพรรคการเมืองเก่า เขาจะมาจับจองที่ในใจของคนเจน X กับเจนเบบี้บูมเมอร์ไปแล้ว คนกลุ่มนี้จะมีลักษณะที่ผูกพันกับตัวเลือกเดิมที่เคยเลือกไว้ แต่คนเจน Y กับคนเจน Z เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความยืดหยุ่นมากกว่า เพราะฉะนั้นคน 2 รุ่นนี้ก็อาจที่จะเปลี่ยนตัวเลือกของเขา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนรุ่นใหม่ที่เป็นนิวโหวตเตอร์ ซึ่งปีนี้จะมีประมาณ 8 แสนคน เขายังไม่เคยเลือกใครมาก่อนเหมือนกับหัวใจเขายังว่าง เขายังไม่ได้ไปมอบความไว้วางใจกับใครทั้งหมด”
ไม่เพียงเท่านั้น นักวิชาการท่านนี้ยังมองว่า บรรดานักการเมืองทั้งหลาย ก็หันมามองถึงคนเจน Y กับเจน Z เพราะว่าคนกลุ่มนี้จะเปลี่ยนตัวเลือกได้หรือหันมามองตัวเลือกใหม่ๆ ได้
“ทุกคนเลยพยายามทำตัวเป็นคนรุ่นใหม่หมดเลย ซึ่งการกระทำหรือการสื่อสารแบบนี้ก็เป็นอะไรที่เป็นกระแส เรียกว่าเป็นกิมมิค ก็เล่นไปไม่ว่าจะเป็น Y2K หรือทรงอย่างแบด ก็ทำไป แต่ก็เป็นแค่กิมมิค คือเป็นลูกเล่น สิ่งสำคัญที่คนจะเลือกน่าจะอยู่ที่ตัวนโยบาย น่าจะอยู่ที่ผลงาน และอุดมการณ์ เพราะฉะนั้นตรงนี้ที่บรรดาลุงๆ ทั้งหลายที่พยายามมาหาคะแนนนิยมกับคนรุ่นใหม่ก็ต้องคิดให้หนักว่าเขามองเรื่องกระแสก็เป็นกิมมิค แต่ถ้าเขาจะเลือกเขาน่าจะเลือกกับความเชื่อมั่น ในแนวคิดอุดมการณ์และนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อเขามากที่สุด” รศ.ดร.นันทนาสรุป
นับเป็นอีกกระแสน่าสนใจจากท่วงท่าง่ายๆ ที่มีสัญญะไปไกลเกินกว่าที่คิด
อ่านข่าวน่าสนใจ :
- ‘อุตุฯ’ เตือน อากาศแปรปรวน อีกฉบับ 14-17 ก.พ.นี้ 44 จังหวัด เจอพายุ-ลมกระโชก-ลูกเห็บตก
- IBM ฟ้อง ‘ปฐมา จันทรักษ์’ อดีตผู้บริหาร เรียกโบนัสคืน 15 ล้าน เหตุย้ายร่วมงานบริษัทคู่แข่ง
- เช็กมติ ครม. 14 กุมภาพันธ์ แต่งตั้ง-โยกย้าย ครบทุกตำแหน่ง
- คำพูดแรก ‘เบนซ์ เดม่อน’ เมื่อถูกถามว่า เกี่ยวข้องกับเว็บ มาเก๊า888 หรือไม่