เปิดแผนปลงพระชนม์-ยึดราชบัลลังก์ ปลายรัชสมัย "สมเด็จพระนารายณ์มหาราช"
“แผนปลงพระชนม์” และ “ยึดราชบัลลังก์” ปลายรัชสมัย “สมเด็จพระนารายณ์มหาราช” แห่ง กรุงศรีอยุธยา
“แผนปลงพระชนม์” และ “ยึดราชบัลลังก์” ปลายรัชสมัย “สมเด็จพระนารายณ์มหาราช” ซึ่งหนังสือเล่มหนึ่ง จัดพิมพ์โดยสยามสมาคม เป็นภาษาอังกฤษชื่อ Witnesses to a Revolution : Siam 1688 แปลได้ว่า “พยานในเหตุการณ์ปฏิวัติแห่งกรุงสยาม ค.ศ. 1688” ตรงกับรัชกาลของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี มี Michael Smithies เป็นผู้แปลเอกสารต่าง ๆ ที่ไปค้นคว้ามาได้ และเป็นบรรณาธิการด้วย
ข้อมูลจากหนังสือนี้เมื่อนำมาประกอบกับข้อมูลอื่นทำให้เห็นด้านหนึ่งของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศฮอลันดาและสยาม เกี่ยวกับบทบาทชาวฮอลันดาในแผนปลงพระชนม์และยึดราชบัลลังก์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช
พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพระราชหัตถเลขา และฉบับสมเด็จพระพนรัตน์ บันทึกเหตุการณ์สวรรคตของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชไว้ว่า
“พระปีย์คนนี้เป็นบุตรขุนไกรสิทธิศักดิ์ชาวบ้านแก่น ทรงพระกรุณาเอามาเลี้ยงไว้ในพระราชวังแต่ยังเยาว์ ให้มีนางนมพี่เลี้ยงประดุจลูกหลวง และพระปีย์มีพรรณสัณฐานต่ำเตี้ย ทรงพระกรุณาเรียกว่า อ้ายเตี้ย และพระปีย์กอรปด้วยสวามิภักดิ์นอนอยู่ปลายฝ่าพระบาท คอยปฏิบัติพยุงพระองค์ลุกนั่งอยู่
ครั้นรุ่งเพลาเช้าพระปีย์ลุกออกมาบ้วนปากล้างหน้า ณ ประตูกำแพงแก้ว จึงหลวงสรศักดิ์ผู้สำเร็จราชการ ณ ที่มหาอุปราชสั่งให้ขุนพิพิธรักษาชาวที่ผลักพระปีย์ตกลงไปจากประตูกำแพงแก้ว และพระปีย์ร้องขึ้นได้คำเดียวว่า ทูลกระหม่อมแก้วช่วยด้วย พอขาดคำลง คนทั้งหลายก็กุมเอาตัวพระปีย์ไปประหารชีวิตตาย
ในขณะนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตรัสได้ทรงฟังเรื่องพระปีย์ร้องขึ้นมาดังนั้น ก็ตกพระทัย ความอาลัยในพระปีย์ ดำรัสว่า ใครทำอะไรกับอ้ายเตี้ยเล่า และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็สวรรคตในเพลาวันนั้น เป็นวันพฤหัสบดี เดือน 5 แรม 3 ค่ำ ศักราช 1044 ปีจอ จัตวาศก” [5], [6]
สาเหตุสวรรคตในที่นี้จึงเกิดจากความ “ตกพระทัย ความอาลัยในพระปีย์” ทำให้พระอาการประชวรทรุดลงและสวรรคต
สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ทรงให้เชิงอรรถเกี่ยวกับวันสวรรคตว่า
“ปีที่สมเด็จพระนารายณ์สวรรคต ตามที่จดไว้ในหนังสือพงศาวดารนี้ผิด ที่จริงอีก 6 ปี จึงสวรรคตเมื่อ ณ วันอาทิตย์ เดือน 8 ขึ้น 11 ค่ำ ปีมะโรง จุลศักราช 1050 ตรงกับวันที่ 11 กรกฎาคม คริสตศักราช 1687”[6]
วันที่สวรรคตเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปว่า คือวันที่ 11 กรกฎาคม และปีสวรรคตที่ถูกต้อง คือคริสต์ศักราช 1688 (พ.ศ. 2231) ส่วนเวลานั้นจะเห็นได้ว่ายังมีต่าง ๆ กันไป
ร่องรอยบางประการเกี่ยวกับการสวรรคตปรากฏในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพระจักรพรรดิพงศ์ (จาด) บันทึกเหตุการณ์เดียวกันนี้ต่างไปว่า
“เจ้าพระขวัญทรงพระเสลี่ยงขึ้นไปถึง พญาสุรศักดิ์สั่งให้เอาไปวัดซาก พญาสุรศักดิ์ขี่ช้างพังออกไปด้วย จึงให้พนักงานทำเสียสำเร็จแล้วก็กลับเข้ามาพระราชวังเพลาสามยาม พระราชรักษาให้เรียนถามพญาเพทราชา พญาสุรศักดิ์ว่าพร้อมหรือยัง บอกว่าพร้อมแล้ว ขุนองค์อยู่งานถอนนิ้วมือขึ้นจากพระองค์ พระโอษฐ์งับก็นิ่งไป วันเสาร์ขึ้น 5 ค่ำ เดือน 9 เพลา 10 ทุ่ม เสด็จนิพพาน” [7]
ความสำคัญ คือพระราชรักษาถามพญาเพทราชากับพญาสุรศักดิ์ (พระเพทราชาและหลวงสรศักดิ์) ว่า “พร้อมหรือยัง”
คำถามคือว่า พร้อมที่จะทำอะไร?
เมื่อได้รับคำตอบว่า “พร้อมแล้ว ขุนองค์อยู่งานถอนนิ้วมือขึ้นจากพระองค์” การถอนนิ้วมือขึ้นจากพระองค์ สันนิษฐานว่าถอนจากพระโอษฐ์ (พงศาวดารน่าจะคัดลอกพระโอษฐ์ ผิดเป็นพระองค์) เพราะเมื่อถอนนิ้วมือขึ้นแล้ว “พระโอษฐ์งับก็นิ่งไป”
คำถามคือว่า นิ้วมือของขุนองค์อยู่งานนั้นไปทำอะไรอยู่ที่พระโอษฐ์? บีบพระโอษฐ์? เพื่อ?
กระแสข่าวร่วมสมัย เกี่ยวกับการสวรรคต
“ในที่สุดพระองค์สวรรคตสองวันต่อมา เมื่อเวลา 11 โมงเช้า จากการทรงพระประชวร หรือโดยโอสถบางอย่างที่เร่งการสวรรคตของพระองค์” [8]
ฉะนั้นที่บีบพระโอษฐ์ เพื่อถวาย “โอสถบางอย่าง” ?
“พระมหากษัตริย์สวรรคตในเวลาเดียวกัน เรามีข่าวแน่นอนว่า พวกดัตช์มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมากในการปฏิวัติ โดยเฉพาะนายดาเนียล ศัลยแพทย์ ซึ่งมีพื้นเพอยู่ที่เซดาน และเป็นผู้ที่ประกาศตนเป็นศัตรูต่อศาสนาคาทอลิก และชาวฝรั่งเศส แหล่งข่าวเดียวกันบอกว่ามีคำให้การว่าได้มีการผสมยาพิษลงในพระโอสถที่ถวายพระมหากษัตริย์ ซึ่งมีส่วนอย่างยิ่งในการเร่งให้สวรรคต”
ฉะนั้น มิได้มีแต่เพียงกระแสข่าว แต่มีการระบุตัวบุคคล คือ ศัลยแพทย์ดาเนียล และว่ามีข้อมูลที่แน่ชัดที่เป็น “คำให้การ” ว่า “มีการผสมยาพิษลงในพระโอสถที่ถวายพระมหากษัตริย์ ซึ่งมีส่วนอย่างยิ่งในการเร่งให้สวรรคต”
คำให้การแผนปลงพระชนม์
“ออกขุนโรจน์ผู้นี้แถลงต่อพวกเราดังต่อไปนี้ ในวันที่ 10 มกราคม ค.ศ. 1688 ขณะอยู่ที่ละโว้ ที่บ้านของออกพระเพทราชา กัปตันชาวดัตช์ และหมอข้าหลวงดาเนียลได้มาที่บ้านของออกพระเพทราชาเวลากลางคืน และปิดประตูประชุมกันในห้อง โดยให้ข้าอยู่ในห้องใกล้ประตู และออกหลวงสรศักดิ์ ลูกออกพระเพทราชาถามกัปตันชาวดัตช์ว่า ‘เราจะดำเนินการอย่างไรสำหรับการครั้งนี้’ กัปตันชาวดัตช์ตอบผ่านดาเนียล ซึ่งทำหน้าที่ล่ามว่า ‘ท่านต้องให้ยาพิษที่แสดงผลช้า ๆ ต่อพระเจ้าอยู่หัว โดยดาเนียลจะเตรียมให้ และออกหมื่นศรีหมื่นชัย ซึ่งอยู่เฝ้าใกล้ชิดพระเจ้าอยู่หัวอยู่เสมอจะเป็นผู้ถวาย…’ “
คำให้การนี้ระบุแน่ชัดถึงวัน เวลา และสถานที่ วิธีการที่ใช้และผู้ที่เกี่ยวข้อง (โดยเฉพาะกรณีหมอดาเนียลซึ่งสอดคล้องกับกระแสข่าว) อย่างชัดเจน ในการร่วมกันวางแผนการปลงพระชนม์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งสอดคล้องกับเหตุการณ์ที่เกิดต่อมา
คำให้การแผนยึดราชบัลลังก์
1. ซ่องสุมกำลัง
“เมื่อพระเจ้าอยู่หัวทรงตกอยู่ภายใต้พิษยา ออกหมื่นศรีหมื่นชัยต้องนำพระราชลัญจกรมามอบให้ เหนือสิ่งอื่นใด ถ้าออกพระฤทธิกำแหงนำพระโอสถมาถวาย ออกหมื่นศรีหมื่นชัยจะต้องไม่ถวายพระเจ้าอยู่หัว ถวายเฉพาะที่ดาเนียลจัดให้ และต้องกีดกันไม่ให้ออกพระฤทธิกำแหงได้เข้าเฝ้า”
สมเด็จพระนารายณ์มหาราชเริ่มพระอาการประชวรประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ต่อมาไม่สามารถว่าราชการได้ ออกพระเพทราชาเริ่มมีบทบาทในการว่าราชการ และออกพระฤทธิกำแหง (คอนสแตนติน ฟอลคอน/ออกญาวิชาเยนทร์) ถูกกีดกันให้เข้าเฝ้าได้น้อยลง
2. ซุ่มโจมตีกองทหารฝรั่งเศส
“ท่านต้องคอยบอกออกพระปีย์ว่าท่านเป็นพวกด้วย และบอกให้เขารวบรวมกำลังคนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และท่านเองจะส่งญาติของท่านไปอยู่กับพระอนุชาทั้งสองของพระเจ้าอยู่หัว เมื่อท่านเห็นพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวรหนัก ท่านสามารถบอกออกพระปีย์ว่าถึงเวลาที่จะส่งทหารฝรั่งเศสร้อยคนที่อยู่ที่บางกอกมาที่นี่ โดยให้นายพลนำมา จากนั้นบอกญาติของท่านว่ามีคำสั่งพระอนุชาให้นำคน เรือพร้อมทั้งอาวุธไปซุ่มรอพวกฝรั่งเศสที่กึ่งทางมาละโว้ ท่านต้องมีคนสองพันคนซ่อนไว้ และจัดเตรียมอาหารไว้ให้พร้อม แล้วโจมตีพวกฝรั่งเศสที่ไม่รู้ตัวระหว่างกินอาหาร”
ออกพระเพทราชาและออกหลวงสรศักดิ์ออกอุบายเข้าพวกกับทั้งออกพระปีย์และพระอนุชาทั้งสองพระองค์โดยสัญญาว่าจะสนับสนุนให้ขึ้นครองราชย์หลังพระเจ้าอยู่หัวสวรรคต ทหารฝรั่งเศสได้รับคำขอจากออกญาวิชาเยนทร์ให้เดินทางจากบางกอกไปละโว้ แต่เมื่อเดินทางจากบางกอกวันที่ 13 เมษายน มาถึงอยุธยาวันที่ 14 เมษายน มีข่าวลือว่าพระเจ้าแผ่นดินสิ้นพระชนม์แล้วและกำลังเกิดความไม่สงบ ทั้งได้ถูกทักท้วงและเกลี้ยกล่อมไม่ให้เดินทางต่อไป แม้จะได้ส่งนายทหารออกไปดูเหตุการณ์ในอยุธยา และเดินทางไปสืบข่าวทั้งที่ละโว้และตลอดเส้นทางจะไม่พบเหตุการณ์ผิดปกติ ก็ยังตัดสินใจพากำลังกลับไปบางกอก ผู้บังคับการทหารฝรั่งเศสได้รับการตำหนิอย่างมากจากชาวฝรั่งเศสด้วยกัน แต่หากเดินทางต่อไปเหตุการณ์อาจเป็นไปตามแผนการที่ได้มีการเตรียมไว้ก็ได้
3. กำจัดพระราชวงศ์และออกพระฤทธิกำแหง
“ในวันเดียวกันประหารออกพระปีย์ต่อหน้าท่าน และกุมตัวออกพระฤทธิกำแหง ซึ่งเป็นผู้ที่น่าเกรงกลัวที่สุด เมื่อได้ตัวแล้วให้ประหารเสียต่อหน้าท่าน เมื่อท่านยึดพระราชวังและทุกสิ่งไว้ในครอบครองแล้ว ท่านจึงส่งคนที่ท่านไว้วางใจไปกุมตัวพระอนุชาทั้งสองทีละองค์ และเมื่อได้ตัวแล้ว ให้ประหารเสียต่อหน้าท่าน และปกปิดการสิ้นพระชนม์รวมทั้งของพระเจ้าอยู่หัวไว้”
ต่อมา ออกพระปีย์รู้ว่าถูกหลอกลวงจึงเข้าสารภาพต่อสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พระเพทราชาและหลวงสรศักดิ์รู้ว่าความแตกจึงเข้ายึดวังในวันที่ 18 พฤษภาคม พระปีย์ถูกจับและถูกประหารชีวิตเป็นคนแรก ออกพระฤทธิกำแหงหรือออกญาวิชาเยนทร์ถูกจับกุมและทรมานอยู่ระยะหนึ่งแล้วจึงถูกประหารชีวิตวันที่ 5 มิถุนายน จากนั้นสมเด็จพระนารายณ์มหาราชสิ้นพระชนม์วันที่ 11 กรกฎาคม ต่อมาพระอนุชาทั้งสองพระองค์ถูกหลอกให้ออกจากอยุธยามาละโว้และถูกจับประหารชีวิต เมื่อกำจัดเชื้อพระวงศ์แล้วพระเพทราชาขึ้นครองราชสมบัติ
4. ฆ่าทุกเชื้อชาติและศาสนาที่ไม่ใช่ชาวดัตช์
“จากนั้นสังหารชาวฝรั่งเศส บาทหลวงและชาวคริสต์ทั้งหมดที่อยู่ที่ละโว้ และส่งญาติของท่านไปที่อยุธยาพร้อมด้วยคำสั่งให้ฆ่าบาทหลวงทุกคนที่บ้านปลาเห็ด และชาวโปรตุเกสที่ค่าย และชาวคริสต์ทั้งหมดเว้นแต่เด็กเล็ก และจับชาวมาเลย์และแขกมัวร์ที่อยู่ที่บางกอกฆ่าเสีย หากพวกฝรั่งเศสต่อสู้ ข้าจะพาทุกคนที่โรงงานพร้อมทั้งชาวดัตช์ที่อาศัยอยู่รอบโรงงานไป และข้าขอรับรองต่อท่านว่า จะไม่มีชาวฝรั่งเศสแม้แต่คนเดียวที่จะหนีพ้นจากการถูกฆ่าหรือเผาตายในป้อมของเขา ยิ่งไปกว่านั้นข้าสามารถรับรองต่อท่านว่าเรือสองลำที่ผู้สำเร็จราชการปัตตาเวียสัญญาไว้พร้อมทั้งกระสุนและทหารจะมาอยู่ที่ปากน้ำอย่างแน่นอนในเดือนกันยายน”
บาทหลวงและชาวคริสต์และคนจำนวนมากถูกจับกุมแต่ไม่ได้ถูกฆ่าอย่างที่กัปตันชาวดัตช์ต้องการ ทหารฝรั่งเศสที่เดินทางกลับไปบางกอกได้ต่อสู้กับฝ่ายพระเพทราชาและหลวงสรศักดิ์อยู่เป็นเวลาหลายเดือน ก่อนที่จะมีการเจรจาตกลงให้ฝ่ายฝรั่งเศสเดินทางออกนอกประเทศไปได้ในวันที่ 2 เดือนพฤศจิกายน
โดยระหว่างการต่อสู้นั้นยังไม่พบหลักฐานว่าชาวดัตช์ได้ร่วมต่อสู้หรือไม่อย่างไร และเรือสองลำที่ผู้สำเร็จราชการปัตตาเวียสัญญาจะส่งมาที่ปากน้ำในเดือนกันยายนมาหรือไม่
ที่มา : ศิลปวัฒนธรรม