โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คุณกำลัง ‘หมดไฟในการทำงาน’ หรือเปล่า? มาลองทำประเมินภาวะหมดไฟกัน!

BRIGHTTV.CO.TH

อัพเดต 30 ต.ค. 2564 เวลา 16.42 น. • เผยแพร่ 30 ต.ค. 2564 เวลา 09.42 น. • Bright Today

คุณกำลังเป็นอยู่ใช่ไหม ‘หมดไฟในการทำงาน‘ รู้สึกทำงานไม่สนุกเหมือนเมื่อก่อน ตื่นเช้ามาก็ขี้เกียจ คุณอาจจะกำลังเป็น ภาวะหมดไฟจากการทำงาน หรือ Burnout Syndrome อยู่ก็ได้นะ

โดยในปัจจุบันภาวะคุกคามคุณภาพชีวิตของคนไทย อาจไม่ใช่เพียงแค่โรคทางกายเท่านั้น แต่สภาวะความผิดปกติทางจิตใจกำลังเป็นภัยเงียบที่คุกคามคนวัยทำงานยุคนี้ ล่าสุดภาวะนี้กำลังเป็นที่กล่าวถึงในโลกออนไลน์อย่างแพร่หลาย ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะประชาชนคนทำงานรู้สึกถึงความเชื่อมโยงกับความรู้สึก “เหนื่อยล้าจากการทำงาน ไม่มีใจ หมดแรง และหมดไฟ” ที่กำลังเผชิญอยู่นั่นเอง

อาการของภาวะหมดไฟในการทำงาน เป็นอย่างไร?

แม้วันนี้เป็นวันแรกของสัปดาห์ แต่เขาเฝ้ารอว่าจะถึงวันหยุดเมื่อไหร่  ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา  เขารู้สึกเบื่อหน่ายการทำงาน โดยไม่รู้เหตุผลว่าเกิดจากอะไร  เขารู้เหน็ดเหนื่อย อ่อนล้า ไม่อยากจะทำงานกับเพื่อนร่วมงาน และขาดแรงจูงใจในเกือบทุกวัน  และเฝ้ารอว่าเมื่อไหร่จะถึงวันหยุดสุดสัปดาห์เพื่อจะได้กลับบ้าน   เขาจะงีบหลับต่อหน้าผู้ร่วมงาน (เมื่อก่อนไม่เคยงีบหลับอย่างนี้มาก่อน)  เขารู้สึกเขาไม่มีเวลาที่จะทำงานที่ล้นมือ  สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดแสดงถึงอาการของภาวะหมดไฟอย่างชัดเจน

นิยามของ ภาวะหมดไฟในการทำงาน นิยามที่นิยมใช้ได้แก่

  • ภาวการณ์อ่อนล้า ทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์  ซึ่งเกิดจากการอยู่ในสถานการณ์ที่มีความกดดันต่ออารมณ์อย่างยาวนาน
  • ภาวะของความอ่อนล้า หรือผิดหวัง อันเกิดจากผลของ วิถีการดำเนินชีวิต หรือสัมพันธ์กับการที่ไม่สามารถได้รับผลตอบแทนหรือรางวัลที่คาดหวังไว้

แม้ว่าภาวะหมดไฟในการทำงานจะไม่สามารถวินิจฉัยได้ด้วยเครื่องมือทางการแพทย์เหมือนเช่นโรคอื่นๆ แต่ก็สามารถทำได้ด้วยการใช้แบบสอบถาม “Burnout Self-Test” Burn Out Self Test ที่พัฒนาขึ้นโดย คริสติน่า มาสลัช (Christina Maslach) นักจิตวิทยาสังคมชาวอเมริกัน ซึ่งแบบสอบถามนี้ได้จัดแบ่งคำถามตามหัวข้อชี้วัดภาวะหมดไฟในการทำงานออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้

  • ความรู้สึกหมดเรี่ยวแรง เหนื่อยล้า พลังชีวิตหดหาย (Emotional Exhaustion)
  • ความรู้สึกไม่อยากทำงาน หรือมีทัศนคติเชิงลบต่องานที่ทำ (Cynicism)
  • ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง (Professional Efficacy)

คลิกที่นี่เพื่อทำแบบสอบถาม!

จะประเมินได้อย่างไรว่า มีภาวะหมดไฟจากการทำงาน?

หลังจากที่ทำแบบสอบถามด้วยตนเอง ซึ่งมีคำถามทั้งหมด 15 ข้อ โดยแต่ละข้อมีคะแนนตั้งแต่ 1-5 คะแนน (คะแนน 1 คือไม่มีเลย ส่วนคะแนน 5 คือ เกิดเป็นประจำ) เมื่อรวมคะแนนของแต่ละข้อจะสามารถแบ่งได้เป็น กลุ่มได้แก่

15-18: ไม่มีอาการของภาวะหมดไฟจากการทำงาน
19-32: มีอาการของภาวะหมดไฟจากการทำงานเล็กน้อย
33-49: มีความเสี่ยงที่จะมีภาวะหมดไฟจากการทำงาน
50-59: มีความเสี่ยงอย่างมากที่จะมีภาวะหมดไฟจากการทำงาน
60-75: มีความเสี่ยงอย่างรุนแรงที่จะมีภาวะหมดไฟจากการทำงาน

การแปรผลคะแนน (ไม่ต้องสนใจคะแนนรวมมากเกินไป แต่ให้ความสนใจในข้อที่ได้คะแนน 5 )

วิธีจัดการภาวะหมดไฟจากการทำงาน

  • กำหนดเป้าประสงค์ในการทำงานที่ชัดเจน  จะทำให้เห็นความสำเร็จจากการทำงาน
  • วิเคราะห์งาน (Job Analysis) และลำดับความสำคัญของงาน ทำให้สามารถลดการทำงานบางอย่างที่ไม่สำคัญหรือไม่จำเป็น การลด workload ทำให้สามารถจัดการภาวะหมดไฟได้
  • เป็นผู้ให้ ไม่ใช่เป็นผู้รับอย่างเดียว ทำให้เกิดรู้สึกดีๆจากการให้
  • การทำงานอย่างมีอิสระ (autonomy) ทำให้สามารถควบคุมการทำงานด้วยตัวของตัวเองได้
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • เรียนรู้ในการจัดการความเครียด

ขอบคุณข้อมูลจาก : ศ. ดร. นพ. พรชัย สิทธิศรัณย์กุล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...