โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

พบเทรนด์ จีนทิ้งลอนดอน-ปารีส ช็อปกระจายแบรนด์เนม หรูในถิ่นตนเอง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 ก.ย 2565 เวลา 04.25 น. • เผยแพร่ 05 ก.ย 2565 เวลา 15.28 น.
Christian Dior luxury goods, clothing and beauty products store in Hong Kong. (Photo by Budrul Chukrut/SOPA Images/LightRocket via Getty Images)

กำลังซื้อมหาศาลของชนชั้นกลางจีนเปลี่ยนไปอย่างไรในยุคล็อกดาวน์ โดยเฉพาะกับสินค้าแบรนด์เนม

วันที่5 กันยายน2565 เซาท์ไชนา มอร์นิง โพสต์ สื่อดังฮ่องกง เผยแพร่บทวิเคราะห์ของเดวิด ด็อดเวล ซีอีโอบริษัท Strategic Access ที่ปรึกษานโยบายการค้าและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ว่าตลาดสินค้าแบรนด์หรู หรือลักเซอรี่ในประเทศจีนยังคงคึกคัก เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบการซื้อจากลอนดอน ปารีส มาเป็นการซื้อในประเทศแทน

ตลาดสินค้าแบรนด์หรูของโลกอยู่ในกระบวนการของการเปลี่ยนแปลงพลิกผัน หลังจากการระบาดใหญ่ของโควิด-19 การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง การปฏิวัติอีคอมเมิร์ซ และเหนือสิ่งอื่นใด คือจีน

ถึงแม้นโยบายล็อกดาวน์ให้โควิดเป็นศูนย์ของจีนทำให้เศรษฐกิจจีนชะงักมาตั้งแต่ปี2563 แต่กลุ่มบริษัทBurberrys และLVMH ของโลกนี้ยังคงมั่นใจว่าจีนจะกลายเป็นตลาดสินค้าแบรนด์แนมหรูอันดับ1 ของโลกภายในปี2025 (พ.ศ.2567)

เบนแอนด์โค. (Bain & Co.) ที่ปรึกษาธุรกิจระหว่างประเทศ เผยรายงานประจำปีเกี่ยวกับตลาดสินค้าแบรนด์หรูของจีนว่า ชาวจีนที่ซื้อสินค้าแบรนด์หรูยังมีอยู่ ส่วนใหญ่ได้รับการกระตุ้นโดยdaigou-ไต้โก่ว สาว ๆ ผู้รับหิ้วสินค้าแบรนด์เนมต่าง ๆ จากลอนดอน มิลาน และปารีสมาขายในจีน

แบรนด์หรูในประเทศผงาด

กระแสที่บรรดาแบรนด์ชั้นนำอย่าง Gucci, Hermes หรือBurberry น่าจะวิตกยิ่งกว่า คือพฤติกรรมการซื้อในจีน นักช็อปหันมาช็อปสินค้าที่ประเทศจีนผลิตเอง ที่เรียกว่า กัวเชา เป็นเทรนด์แฟชั่นแบบพื้นเมือง มีความเป็นจีน บ่งบอกถึงชาติพันธุ์ที่คนรุ่นใหม่ชื่นชอบ

จากรายงานของสื่อออนไลน์ จิงเดลี-Jing Daily ซึ่งเน้นธุรกิจสินค้าหรูในประเทศ กระตุ้นให้เกิดความช่วยเหลือเกื้อกูลบริษัทในประเทศ ซึ่งใช้ผ้าฝ้ายของซินเจียงที่ถูกนานาประเทศคว่ำบาตร ด้วยข้อกล่าวหาละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อชาวมุสลิมอุยกูร์

แบรนด์ในประเทศอย่าง Anta และ Li Ning มีราคาแพงพอ ๆ กับ Nike และ Burberry ได้รับการกระตุ้นยอดขายด้วยเหตุนี้

ขณะที่ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง อุ้มชูนโยบายความเจริญอย่างสามัญ หวังช่วยลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำไปทั่วประเทศจีน ลดระดับความมั่งคั่งในกลุ่มมหาเศรษฐีระดับพันล้านดอลลาร์ เพราะความมั่งคั่งเช่นนั้นนำไปสู่การใช้จ่ายซึ่งไม่เป็นที่สังเกต เช่น การทุ่มกับการศึกษาแบบอีลิท มีการดูแลสุขภาพชั้นนำ ไปจนถึงแผนการเกษียณที่สุขสบาย

ชนชั้นกลางจีนครองยอดซื้อ

ย้อนกลับไปในปี2015 (พ.ศ. 2558) การซื้อสินค้าแบรนด์หรูในต่างประเทศ มากกว่า70% มาจากการใช้จ่ายโดยชนชั้นกลางของจีน

แต่ตั้งแต่ปี2020 (พ.ศ. 2563) ด้วยข้อจำกัดในการเดินทางของจีน จาก150 ล้านเที่ยวบิน ในปี2019 เหลือเพียง20 ล้านเที่ยวบิน ส่งผลให้การซื้อสินค้าแบรนด์เนมในต่างประเทศเหลือพียง70-75% ในปี2020

ส่วนปีก่อน การซื้อสินค้าแบรนด์เนมในต่างประเทศดีดกลับมาเพิ่มสูงกว่า90% ของการใช้จ่าย

ขณะที่นักช็อปสินค้าแบรนด์หรูของจีนลดลงอย่างมากในปารีส ฮ่องกง และลอนดอน รวมถึงเมืองบิสเตอร์ แหล่งสินค้าปลอดภาษีในอังกฤษ แต่ยอดขายสินค้าแบรนด์หรูในจีนเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะที่ไห่หนาน (ไหหลำ) ซึ่งสร้างเป็นท่าเรือปลอดภาษีในเดือนมิถุนายน2020

ยอดขายสินค้าปลอดภาษีที่ไห่หนานสูงขึ้นจาก2,190 ล้านดอลลาร์ หรือราว 8 หมื่นล้านบาท ในปี2020 เป็น9,400 ล้านดอลลาร์ หรือ 3.4 แสนล้านบาท ในปี2021 และมีแววจะไปถึง46,500 ล้านดอลลาร์ หรือ 1.7 ล้านล้านในปี2025

ย้ายจากฮ่องกงไปไห่หนาน

ผลกระทบต่อฮ่องกงจากนักช็อปสินค้าแบรนด์หรูของจีนรุนแรงมาก โดยคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวประเมินว่า ในจำนวนนักท่องเที่ยว65 ล้านคนที่บินมาฮ่องกงในปี2018 (พ.ศ. 2561) ร้อยละ78 มาจากจีน

กลุ่มนักท่องเที่ยวเหล่านี้ใช้จ่ายสินค้าสูงถึง97,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3.5 ล้านล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นสินค้าแบรนด์หรู

กระทั่งตั้งแต่ปี2020 ที่เกิดโรคระบาดโควิด นักท่องเที่ยวจากจีนได้ลดลงอย่างมาก และยอดขายแบรนด์เนมก็เหือดหายไปด้วย ซึ่งหากดูจากตัวเลขแล้ว จะพบว่ายอดที่หายไปของฮ่องกงไปปรากฏที่ไห่หนานแทน

แม้ว่าเมืองซานย่าของไห่หนานจะถูกล็อกดาวน์เมื่อเดือนที่แล้ว ทำให้นักท่องเที่ยวติดค้างนานถึงหนึ่งสัปดาห์ แต่การฟื้นตัวดูเหมือนจะกลับมารวดเร็ว เนื่องจากอนุญาตให้นักท่องเที่ยวใช้จ่ายได้ถึง15,000 เหรียญสหรัฐระหว่างการเดินทาง และยังซื้อสินค้าปลอดภาษีซ้ำได้เป็นเวลาหกเดือนหลังจากนี้

5 ปีจากนี้ไปดูไม่แน่นอน

มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมในช่วงสองปีที่ผ่านมา นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในการช็อปปิ้งออนไลน์ และกระทบต่อร้านค้าหรูหราหลายแห่ง แนวโน้มนี้จะดำเนินต่อไปหรือไม่ เมื่อมีการยกเลิกนโยบายการระบาดใหญ่นั้นยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด

แต่ เบนแอนด์โค. รายงานยอดขายออนไลน์ในปีที่ผ่านมา คิดเป็น19% ของยอดขายสินค้าแบรนด์หรู เพิ่มขึ้น56% ในปี2020 ยอดรวมเพิ่มขึ้นเป็น26%

ผู้นำแบรนด์สินค้าแบรนด์หรูระดับโลกมั่นใจว่า แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ ตามที่ เบนแอนด์โค. สรุปว่า“พื้นฐานของการบริโภคในประเทศจีนยังคงอยู่ และจีนยังคงครองความเป็นผู้บริโภคที่ดีที่สุดในโลก“

แต่ 5 ปีจากนี้ไป ความขัดแย้งระหว่างจีน สหรัฐ และยุโรป ก็ไม่แน่ชัดว่าการท่องเที่ยวของจีนจะฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วหรือไม่ หรือการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว ควบคู่ไปกับความเชื่อมั่นของประเทศจะกลับมาอย่างไร

ความนิยมที่เพิ่มขึ้นของแบรนด์ที่ผลิตในจีน แสดงให้เห็นว่า ถึงแม้ความชอบสินค้าแบรนด์หรูของจีนยังคงอยู่ เพียงแต่เปลี่ยนมานิยมของผลิตในประเทศมากขึ้น

เดวิด ดอดเวลล์ กล่าวว่า“ผมมีลางสังหรณ์ว่าวันเวลาแห่งความสุขของแบรนด์หรูระดับโลกในจีนอาจผ่านไปแล้ว และการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในกลยุทธ์จะมีความจำเป็นหากต้องรักษาการเติบโตของยอดขายไว้”

…..

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...