อย่าผิดซ้ำสอง
คอลัมน์ : Market-think ผู้เขียน : สรกล อดุลยานนท์
ผมว่าตอนนี้นักธุรกิจส่วนใหญ่จะมุ่งความสนใจไปเรื่อง “การเมือง” มากที่สุด
เพราะเป็นเวลา 2 เดือนแล้วที่เมืองไทยยังไม่มีรัฐบาลชุดใหม่
และดูเหมือนว่าเวลาที่รอคอย “นายกฯคนใหม่” จะยืดยาวออกไปอีก
เมื่อการโหวต “นายกรัฐมนตรี” คนใหม่เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ไม่ได้รับความเห็นชอบเกินกว่ากึ่งหนึ่งของรัฐสภา
“รัฐสภา” ประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน
และสมาชิกวุฒิสภา ที่มาจากการแต่งตั้งของ คสช.
แม้ “พิธา” จะมีเสียงสนับสนุนจาก ส.ส.สูงถึง 312 เสียง
แต่ไม่อาจผ่านกำแพงกั้นของ ส.ว.ได้
เขาได้เสียงสนับสนุนจาก ส.ว.เพียงสิบกว่าคนเท่านั้นเอง
ดังนั้น จึงต้องโหวตเพื่อหานายกรัฐมนตรีคนใหม่อีกครั้งในวันที่ 19 กรกฎาคม
ถ้าไม่ได้อีกก็จะโหวตในวันที่ 20 กรกฎาคม
สิ่งที่นักธุรกิจไม่ชอบที่สุด คือ “ความไม่แน่นอน”
และการเมืองไทยอยู่ในสถานะ “ไม่แน่นอน” อย่างยิ่ง
เพราะไม่ใช่แค่เกมในสภาเท่านั้น
สถานการณ์นอกสภาก็น่าเป็นห่วง
ไม่มีใครประเมินได้ว่า “ม็อบ” ที่โกรธเกรี้ยวจากการที่เสียงของตนไม่ได้รับการเคารพจาก ส.ว. จะรุนแรงมากน้อยเพียงใด
และถ้าเกิดม็อบขึ้นเมื่อไร เศรษฐกิจไทยหนักหนาสาหัสขึ้นทันที
ตอนที่จะมีการโหวตเลือกนายกฯครั้งแรก ผมเอาเรื่องที่เคยเขียนเมื่อปลายปี 2556 มาเตือนสติวุฒิสมาชิกในรายการ The Power Game
ผมเล่าถึงเหตุการณ์ “พฤษภาทมิฬ” ที่พรรคการเมืองสนับสนุน พล.อ.สุจินดา คราประยูร เป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมคำว่า “เสียสัตย์เพื่อชาติ”
ไม่สนใจความรู้สึกของประชาชน
เหตุการณ์ครั้งนั้นนำมาสู่ความสูญเสียครั้งใหญ่ของสังคมไทย
ก่อนจะยกตัวอย่างเรื่องของ“บิล คลินตัน” อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา
สมัย “คลินตัน” ในห้องรูปไข่ ที่ทำเนียบขาว จะมีกล่องแก้วตั้งอยู่บนโต๊ะกาแฟ
ภายในกล่องบรรจุหินก้อนหนึ่งที่ “นีล อาร์มสตรอง” นำกลับมาจากดวงจันทร์ เมื่อปี 1969
ทุกครั้งที่ทีมงานของ “บิล คลินตัน” ถกเถียงกันอย่างเผ็ดร้อน
ใช้ “อารมณ์” จนเริ่มขาด “เหตุผล”
“คลินตัน” จะขัดจังหวะด้วยการชี้นิ้วไปที่กล่องแก้วแล้วบอกว่าคุณเห็นหินก้อนนั้นไหม
หินก้อนนั้นอายุตั้ง 3,600 ล้านปี
“เราทุกคนเป็นแค่ผู้ผ่านทาง เดี๋ยวก็ไปกันหมดแล้ว สงบสติอารมณ์แล้วกลับไปทำงานต่อกันดีกว่า”
เขากำลังบอกทุกคนว่าชีวิตของคนเรานั้นสั้นนัก
อย่าคิดว่าตัวเองฉลาด มีประสบการณ์เยอะ อายุมากกว่า
เมื่อเทียบกับ “ก้อนหิน” จากดวงจันทร์
คุณตัวเล็กมากเลย
อายุของคุณเป็นแค่เศษเสี้ยวของหินจากดวงจันทร์
อีกเรื่องหนึ่ง “คลินตัน” เคยเป็นผู้ว่าการรัฐอาร์คันซอส์มาก่อน แต่พ่ายแพ้ในสมัยที่สอง
ตอนที่เขาแข่งชิงตำแหน่งนี้อีกครั้ง
“คลินตัน” ทำหนังโฆษณาชุดหนึ่งเพื่อจะบอกว่าหลังการพ่ายแพ้ครั้งนั้น เขาได้เดินสายคุยกับประชาชนเพื่อค้นหาความผิดพลาดของตนเอง
ตอนจบ “คลินตัน” ทิ้งประโยคเด็ด
“ตั้งแต่ผมโตขึ้นมา พ่อไม่เคยต้องตีผม 2 ครั้งสำหรับความผิดในเรื่องเดียวกัน”
“คลินตัน” ต้องการบอกชาวอาร์คันซอส์ว่าเขาจะไม่ทำอะไรผิดพลาดซ้ำสองอย่างแน่นอน
ผมนำ 2 เรื่องนี้มาเล่าเพื่อเตือนสติวุฒิสมาชิกทุกคนว่าทุกคนเป็นแค่ “คนผ่านทาง”
เราควรเป็นผู้ใหญ่ที่เด็กให้ความเคารพ
กล้าที่จะปลูกต้นไม้ใหญ่ โดยที่เราไม่มีโอกาสได้อาศัยร่มเงาต้นไม้นั้น
และวาง “หมากตาสุดท้าย” ให้คนรุ่นหลังได้จดจำและชื่นชม
ที่สำคัญ ประวัติศาสตร์มีไว้ให้เราได้เรียนรู้
และไม่ควรทำผิดซ้ำอีกครั้ง