โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ผงะไทยมี 'บ้านว่าง’ กว่า 1.3 ล้านหลัง กทม.-ปริมณฑล น่าเป็นห่วง พบ ‘คอนโด’ว่างมากสุด

MATICHON ONLINE

อัพเดต 05 มิ.ย. 2566 เวลา 02.08 น. • เผยแพร่ 04 มิ.ย. 2566 เวลา 16.14 น.

ผงะไทยมี ‘บ้านว่าง’ กว่า 1.3 ล้านหลัง กทม.-ปริมณฑล น่าเป็นห่วง พบ ‘คอนโด’ว่างมากสุด

จับสัญญาณตลาดที่อยู่อาศัยในปี 2566 เข้าสู่โหมดเฝ้าระวัง หลังยังมีปัจจัยลบหลายด้าน ทั้ง การยกเลิกการผ่อนคลายมาตรการ LTV ภาวะหนี้ครัวเรือนที่ยังสูงถึงเกือบ 90% และภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น

นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) คาดการณ์ว่าที่อยู่อาศัยเปิดตัวใหม่พื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล จะมีจำนวน 98,132 หน่วย ลดลง -10.5% มีมูลค่า 505,235 ล้านบาท ลดลง -8.2% เมื่อเทียบกับปี 2565 ซึ่งมีที่อยู่อาศัยเปิดตัวใหม่ 109,591 หน่วย มูลค่า 550,552 ล้านบาท

ด้านหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศ มีจำนวน 352,761 หน่วย ลดลง -10.2% มีมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ 1,016,838 ล้านบาท ลดลง -4.5% แบ่งเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยแนวราบจำนวน 264,571 หน่วย ลดลง -7.4% มูลค่า 753,628 ล้านบาท ลดลง -2.9% และที่อยู่อาศัยประเภทอาคารชุดคาดการณ์ว่าจะมีหน่วยการโอนกรรมสิทธิ์จำนวน 88,190 หน่วย ลดลง -17.7% มูลค่า 263,210 ล้านบาท ลดลง -8.8%

แม้การเปิดตัวใหม่และโอนกรรมสิทธิ์จะเป็นในทิศทางติดลบ ในทางกลับกันปริมาณ”บ้านว่าง”ในประเทศไทยยังมีในปริมาณที่ค่อนข้างสูง

มีข้อมูลจากนายโสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด(AREA) ระบุว่า ในปี 2565 มีบ้านว่าง คือ บ้านที่สร้างเสร็จ แต่ไม่มีคนอยู่อาศัย ในเขตกรุงเทพและปริมณฑลรวมกันถึง 617,923 หน่วย โดยเกือบทั้งหมดถูกซื้อไปแล้ว และในจำนวนนี้ 300,000 หน่วย เป็นห้องชุดที่ว่างอยู่ และห้องชุดในกรุงเทพมีอัตราว่างสูงถึง 20-25% ขณะเดียวกันตลาดปล่อยเช่าก็ไม่ค่อยได้ ขายก็ยาก

“จากตัวเลขถือว่ามีจำนวนมากทีเดียว โดยมีสัดส่วนถึง 13.3% จากบ้านทั้งหมดมีอยู่ 4,654,370 หน่วย หากยิ่งพิจารณาจากขอบเขตทั่วประเทศ ประมาณการว่าจะมีบ้านว่างรวมกันถึง 1,309,551 หน่วย จากที่อยู่อาศัยทั่วประเทศจำนวน 27,708,635 หน่วย หรือประมาณ 4.7% หากปีหนึ่งมีเปิดตัวโครงการใหม่ทั่วประเทศ 200,000 หน่วย เท่ากับว่าแทบไม่ต้องเปิดโครงการใหม่ถึงราว 6 ปีก็ยังมีที่อยู่อาศัยเพียงพอแก่ผู้สนใจซื้อ”นายโสภณกล่าว

นายโสภณกล่าวว่า การแก้ไขปัญหาบ้านว่างควรประเมินค่าทรัพย์สินบ้านเหล่านี้ตามสภาพในราคาตลาด เช่น หากเฉลี่ยหน่วยละ 2 ล้านบาท ก็เก็บภาษีปีละ 2% หรือ 40,000 บาท เพื่อกระตุ้นให้เจ้าของมาใช้สอย หรือขายเพื่อเพิ่มอุปทานในตลาดให้แก่ผู้สนใจซื้อ เมื่อมีอุปทานเข้าสู่ตลาดมากขึ้น ราคาบ้านก็จะไม่สูงจนเกินไป ความสามารถในการซื้อบ้านของประชาชนก็จะไม่ได้ผลกระทบ

“หากบ้านหลังใดไม่ได้มีการเคลื่อนไหวใดและไม่ได้เสียภาษีมานานถึง 3 ปี หากไม่สามารถหาเจ้าของได้ในขณะนั้น รัฐควรนำบ้านมาประมูลขาย นำเงินมาเสียภาษีที่ติดค้างไว้ เมื่อขายแล้วนำเงินไปฝากที่สถาบันการเงิน เพื่อให้เจ้าของ (ถ้ามี) มารับในภายหลัง จะปล่อยให้มีการเก็บทรัพย์ไว้เก็งกำไรโดยไม่เสียภาษีไม่ได้”นายโสภณกล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...