ตำรวจไซเบอร์ ทลายเครือข่ายเจ้าแม่เว็บพนันใจเด็ด โดนจับแล้วไม่เข็ด แถมยังกล้าถอนเงินจากเว็บฯ ขณะไปรายงานตัวที่ศาล
วันที่ 5 มีนาคม 2568 เวลา 13.00 น. ที่ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท., พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 และ พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.3 พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว ตำรวจไซเบอร์ แถลงทลายเครือข่ายเจ้าแม่เว็บพนันใจเด็ด โดนจับแล้วไม่เข็ดแถมยังกล้าถอนเงินจากเว็บฯ ขณะไปรายงานตัวที่ศาล
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบพบเว็บไซต์การพนันออนไลน์ เครือข่าย “Betflik” ประกอบด้วยเว็บไซต์จำนวน 7 เว็บไซต์ ได้ทำการลักลอบเปิดเว็บไซต์การพนันออนไลน์ เปิดให้บุคคลทั่วไปสมัครเป็นสมาชิกและเข้าเล่นพนันออนไลน์จนเกิดการเสียทรัพย์สินกันจริง จึงได้ทำการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับเว็บไซต์การพนันออนไลน์เครือข่ายดังกล่าวเรื่อยมา
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า กลุ่มบุคคลที่เป็นผู้ทำหน้าที่ถอนเงินสดจากบัญชีรับผลประโยชน์จากเว็บการพนันออนไลน์ดังกล่าว เป็นกลุ่มคนเดียวกันกับกลุ่มผู้ต้องหาที่เคยถูกดำเนินคดีในความผิดเกี่ยวกับการจัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์มาก่อน ซึ่งอยู่ระหว่างการประกันตัวเพื่อต่อสู้คดี และจากการตรวจสอบยังพบว่ากลุ่มผู้ต้องหายังได้มีการถอนเงินสดจากบัญชีรับผลประโยชน์จากเว็บการพนันออนไลน์ในขณะที่กำลังเดินทางไปรายงานตัวที่ศาลอีกด้วย
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานนำเสนอต่อศาลอาญา จนศาลอนุมัติหมายจับผู้เกี่ยวข้องกับเครือข่ายเว็บไซต์การพนันออนไลน์ดังกล่าว จำนวน 33 ราย แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มบริหาร จำนวน 7 ราย และกลุ่มที่ 2 กลุ่ม เป็นเจ้าของบัญชีรับผลประโยชน์จากเว็บการพนันออนไลน์ จำนวน 26 ราย
ซึ่งจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่าผู้ต้องหาตามหมายจับ ในกลุ่มบริหาร ซึ่งเป็นตัวการสำคัญของเครือข่ายเว็บไซต์การพนันออนไลน์ดังกล่าว พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร และ จ.เลย เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สอท.1 จึงได้สนธิกำลังกับ บก.สอท.3 ในการสืบสวนติดตามกลุ่มผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าว และรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอหมายค้นต่อศาล และระดมกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมายพร้อมกันจำนวน 13 จุด จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ทั้งหมด 9 ราย พร้อมตรวจยึดของกลาง เป็น โทรศัพท์มือถือ จำนวน 30 เครื่อง, เครื่องคอมพิวเตอร์ จำนวน 5 เครื่อง, บัตรเครดิตและบัตรเดบิต จำนวน 32 ใบ, สมุดบัญชีธนาคาร 25 เล่ม และเอกสารและหลักฐานอื่น ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จำนวนหลายรายการ
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินคดีกับกลุ่มผู้กระทำความผิดในความผิดฐาน “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นหรือทำอุบาย ล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่น หรือเข้าพนันในการเล่น ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการทำผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน” ซึ่งฐานความผิดของผู้ต้องหาแต่ละรายจะแตกต่างกันไปตามพฤติการณ์ และพยานหลักฐานในคดี
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน บก.สอท.1 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และหลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสืบสวนขยายผล เพื่อติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป