ทุกพื้นที่มีแต่ 'สีน้ำเงิน' หลัง "พรรคภูมิใจไทย" รีแบรนด์โลโก้พรรคสีน้ำเงินเต็มตัวไม่มีสีอื่นปน
ทุกพื้นที่มีแต่ 'สีน้ำเงิน' หลัง "พรรคภูมิใจไทย" รีแบรนด์โลโก้พรรคสีน้ำเงินเต็มตัวไม่มีสีอื่นปน ก้าวเข้าสู่ปีที่ 17 ยัน ชูสันติ สามัคคี เข้มแข็ง เทิดทูนสถาบัน
เมื่อวันที่ 6 เม.ย. พรรคภูมิใจไทย ทำบุญครบรอบวันก่อตั้งพรรคก้าวสู่ปีที่ 17 โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารพรรค รัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกพรรค เข้าร่วมพิธีทางศาสนาพุทธ และศาสนาอิสลาม ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความครึกครื้น มีพรรคการเมืองร่วมแสดงความยินดี อาทิ นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ และ นายเดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์
จากนั้น มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 มีวาระสำคัญคือ การแก้ไขข้อบังคับพรรคภูมิใจไทย และเปลี่ยนโลโก้พรรค เป็นสีน้ำเงินล้วนทั้งหมด หมายถึงการดำเนินงานทางการเมืองที่ยึดมั่นในวิถีของความเป็นไทย สื่อถึงความรักชาติ จรรโลงศาสนา และเทิดทูนปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ของคนไทยทั้งชาติ ภายในการปกครองในระะบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
จากนั้นเวลา 11.15 น. นายอนุทิน กล่าวบนเวทีถึงการเปลี่ยนตราสัญลักษณ์ของพรรคภูมิใจไทย ว่า พรรคภูมิใจไทย เป็นสถาบันทางการเมือง ที่มีอายุครบ 16 ปี ในวันนี้ มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง มีประสบการณ์การทำงานทางการเมือง และการบริหารมาแล้วทุกรูปแบบ ในทุกสถานการณ์การเมือง เป็นพรรคการเมืองฝ่ายบริหาร เป็นพรรคการเมืองฝ่ายค้าน เป็นพรรคการเมืองที่ถูกแช่แข็งในห้วงเวลาการเมืองไม่ปกติ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด พรรคภูมิใจไทยสามารถบริหารจัดการพรรค ดูแลสมาชิกพรรคและดำเนินงานทางการเมือง มาได้โดยไม่มีสะดุด ไม่มีหยุดพัก
“16 ปีที่ผ่านมา เราทำงานกันทุกวัน ไม่มีวันหยุด สมาชิกพรรคภูมิใจไทยเข้าไปทุกพื้นที่ที่ประชาชนมีปัญหา ช่วยกันแก้ไขปัญหา ดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชนสม่ำเสมอ ไม่เคยทอดทิ้งประชาชน จะมีตำแหน่งหรือไม่มีตำแหน่ง แต่เราทุกคนมีหน้าที่ เพราะเราอาสามาเป็นผู้แทนราษฎร อาสามาทำงานการเมืองเพื่อพี่น้องประชาชน ทุกลมหายใจของเราคือสำนึกในบุญคุณของประชาชน ตระหนักในความเดือดร้อนของประชาชน ทุกวันเวลาของเราคือความตั้งใจจะทำงานเพื่อตอบแทนพี่น้องประชาชน”
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า เราคิดกันแบบนี้ ทำงานกันแบบนี้ เพราะคนภูมิใจไทยเป็นแบบนี้ จึงเป็นเหตุให้พรรคภูมิใจไทย เติบโตขึ้นทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง พี่น้องประชาชนไว้ใจ เชื่อใจเรามากขึ้น จำนวน สส.ที่เพิ่มขึ้น คือคำตอบว่าการทำงานของพรรคภูมิใจไทยเป็นที่ชื่นชอบของประชาชนมากขึ้นหรือไม่ เชื่อว่าเลือกตั้งครั้งต่อไปไม่ว่าจะมีขึ้นเมื่อไร พรรคภูมิใจไทย จะเติบโตมากขึ้นกว่าปัจจุบัน จะได้รับโอกาสและความไว้วางใจจากประชาชนมากขึ้น
16 ปีที่ผ่านมา ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่เปลี่ยนแปลง ทั้งในระบบและนอกระบบ ด้วยความรุนแรง ทำให้สถานะของพรรคภูมิใจไทย เปลี่ยนแปลงไปตามที่กล่าวไว้ตอนต้น แต่สิ่งหนึ่งที่พรรคภูมิใจไทยไม่เคยเปลี่ยนแปลง และยังคงยึดมั่นเป็นอุดมการณ์สูงสุด เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจคนภูมิใจไทยไว้ได้ก็คือ ความจงรักภักดีต่อสถาบันสำคัญของชาติ ซึ่งมีความมั่นคง ไม่มีเปลี่ยนแปลงอุดมการณ์ และความจงรักภักดีต่อสถาบันสำคัญของชาติ หล่อหลอมพรรคภูมิใจไทย และสมาชิกพรรคภูมิใจไทยมาอย่างยาวนาน จนกระทั่งถูกเรียกว่า เป็นพรรคสีน้ำเงิน ซึ่งเราถือว่าเป็นการให้เกียรติต่อพรรคภูมิใจไทย และ เป็นการแสดงให้เห็นว่าพี่น้องประชาชน สื่อมวลชน ยอมรับ และสัมผัสได้ ถึงอุดมการณ์ของพรรคภูมิใจไทย และจิตวิญญาณของสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ตลอดจนองค์กรเครือข่ายที่ร่วมทำกิจกรรมทางการเมืองกับพรรคภูมิใจไทย อาทิ องค์การบริหารปกครองส่วนท้องถิ่น ต่างๆ ทั่วประเทศ
“สีน้ำเงิน หมายถึง ความสงบ ความสันติ และ ความสามัคคี สีน้ำเงิน หมายถึง ความเข้มแข็ง ความมั่นคง ความหนักแน่น และความเป็นปึกแผ่น สีน้ำเงิน หมายถึง ความมีสติ ความมีเหตุผล ความสุขุม นุ่มลึก ไร้ ริษยา ความเยือกเย็น และ ความอบอุ่น สีน้ำเงิน คือ สีบนธงชาติไทย และเป็นสัญลักษณ์ของสถาบันพระมหากษัตริย์ ความหมายของสีน้ำเงิน ถูกต้องตรงกับบุคลิกลักษณะ และอุดมการณ์ของพรรคภูมิใจไทยทุกประการ ดังนั้นที่ประชุมใหญ่พรรคภูมิใจไทยมีมติให้เปลี่ยนสีตราสัญลักษณ์ของพรรคภูมิใจไทยเป็นสีน้ำเงิน เพื่อให้สอดคล้องกับชื่อเรียก หรือฉายาที่พี่น้องประชาชน สื่อมวลชน เรียกเรา พรรคสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจ ของสมาชิกพรรคภูมิใจไทยทุกคน“
จากนี้ไปเมื่อกล่าวถึงพรรคสีน้ำเงิน ให้เป็นที่รับรู้ว่าคือพรรคภูมิใจไทย แต่เราจะไม่นำความเป็นพรรคสีน้ำเงิน ไปแบ่งแยกพี่น้องประชาชน หรือก่อให้เกิดความแตกแยก หรือสร้างสงครามสีเสื้อ สร้างความบอบช้ำ สูญเสียให้แก่พี่น้องประชาชนดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ความเป็นพรรคสีน้ำเงิน ของพรรคภูมิใจไทยจะเป็นสถาบันทางการเมืองที่เป็นหลักให้กับการเมืองไทย ก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยความมั่นคง เข้มแข็ง ด้วยความสงบ สันติ สามัคคี สร้างความเป็นปึกแผ่นให้แก่ประเทศไทย และธำรงรักษาไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ตลอดไป
ในโอกาสที่วันนี้ เป็นวันครบรอบการก่อตั้งพรรคภูมิใจไทย ครบ 16 ปี จึงขอเชิญชวนให้สมาชิกพรรคภูมิใจไทย ทุกคน ร่วมกันเปลี่ยนแปลงตราสัญลักษณ์พรรคภูมิใจไทย และร่วมกันประกาศตัวเป็นสมาชิกพรรคสีน้ำเงิน สมาชิกพรรคภูมิใจไทย ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์การทำงานเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ตามอุดมการณ์ของพรรคภูมิใจไทย คือ การธำรงรักษาไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข และ นำพาพี่น้องประชาชน ก้าวเดินเข้าสู่ยุคการเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และภัยธรรมชาติรูปแบบต่างๆ ที่จะรุนแรงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทย และคนไทย มากขึ้น ด้วยความปลอดภัย และมีความพร้อมที่จะรับมือกับทุกสถานการณ์ และทุกการเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จากนั้น นายอนุทิน ได้นำรัฐมนตรีของพรรค คณะกรรมการบริหาร สส.พรรคภูมิใจไทย ร่วมกันเปิดผ้าคลุมที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นโลโก้และสัญลักษณ์ใหม่เป็นสีน้ำเงินล้วน ไม่มีสีอื่นๆ ปนแต่อย่างใด