โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

โรงงาน EEC โต ทำยอดขายโครงการอสังหา EEC แตะ 70-90% ปล่อยเช่าเต็ม 100%

Positioningmag

อัพเดต 24 ก.พ. 2568 เวลา 04.09 น. • เผยแพร่ 24 ก.พ. 2568 เวลา 04.08 น.

ประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล ดับเบิลยู เอส วิสดอม แอนด์ โซลูชั่นส์ จำกัด (LWS)เปิดเผยว่า ความต้องการอสังหาฯ EEC (ข้อมูล ณ ม.ค.68) ขยายตัวขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนจากปัจจุบันมียอดเหลือขายโครงการที่อยู่อาศัยเพียง 75 โครงการ จำนวน 26,526 หน่วย แบ่งเป็น

  • คอนโด 27 โครงการ จำนวน 15,160 หน่วย โดยมียอดเหลือขายอาคารชุดประมาณ 4,330 หน่วย หรือคิดเป็นสัดส่วน 28.56% ของจำนวนหน่วยที่เปิดขายทั้งหมด

  • บ้าน 48 โครงการ จำนวน 11,366 หน่วย มีหน่วยเหลือขายประมาณ 4,834 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 42.5% ของจำนวนหน่วยที่เปิดขายทั้งหมด

“จากผลการสำรวจจะเห็นว่า ความต้องการที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดใน EEC มีมากกว่าบ้านพักอาศัย โดยระดับราคาคอนโดที่ได้รับความสนใจจะเป็นระดับราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท ส่วนระดับราคาบ้านที่ได้รับความสนใจและอัตราการขายได้ดีเป็นประเภททาวน์เฮ้าส์ ที่ระดับราคาไม่เกิน 4 ล้านบาท”

[caption id="attachment_1511980" align="alignnone" width="3810"]

ประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล ดับเบิลยู เอส วิสดอม แอนด์ โซลูชั่นส์ จำกัด (LWS)[/caption]

ทำเลที่มีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยประเภทอาคารชุดพักอาศัย จะอยู่ในย่านนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้

หากเปรียบเทียบจำนวนแรงงานและเงินเดือนแรงงานของแต่ละนิคมฯ พบว่า

  • นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี เป็นทำเลที่มีจำนวนแรงงานสูงสุดคือประมาณ 220,000 คน โดยเป็นกลุ่มประชากรที่มีรายได้ระหว่าง 12,000 - 120,000 บาทต่อเดือน

  • นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง ชลบุรี ที่มีจำนวนแรงงานประมาณ 25,000 คน รายได้ระหว่าง 10,000 - 80,000 บาทต่อเดือน

  • นิคมอุตสาหกรรมบางปะกง แรงงาน 30,000 คน รายได้ระหว่าง 10,000 - 65,000 บาทต่อเดือน

จำนวนแรงงานในทำเลนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ มีมากกว่าทำเล นิคมอุตสาหกรรมบางปะกง และ นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง ทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยในทำเลนี้สูงกว่า


จากผลการสำรวจโดยรอบทำเลอมตะซิตี้ พบว่า อพาร์ทเมนท์โดยรวมจำนวน 14 แห่ง มีห้องเพื่อปล่อยเช่ารวม 1,900 ห้อง เป็นห้องขนาด 25 - 28 ตารางเมตร พบว่ามีอัตราการเช่า (Occupancy Rate) อยู่ที่ 93% โดยมีอัตราการค่าเช่าอยู่ที่ 2,500 - 5,000 บาทต่อเดือน

โดยที่ 6 ใน 14 อพาร์ทเมนท์ อัตราการเช่าคือ 100% สะท้อนให้เห็นความต้องการที่อยู่อาศัยในทำเลนี้ที่มีอยู่สูงเมื่อเทียบกับทำเลอื่นๆ ในพื้นที่ EEC

จากความต้องการที่อยู่อาศัยดังกล่าว จึงเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ในการพัฒนาที่อยู่อาศัยในทำเลนี้ เพื่อตอบโจทย์กับความต้องการของผู้ซื้อ โดยเฉพาะโครงการอาคารชุดพักอาศัย

จากผลการสำรวจในเดือนมกราคมที่ผ่านมาพบว่า โครงการอาคารชุดที่สร้างเสร็จก่อนขาย เมื่อเปิดขายในระดับราคาที่ไม่เกิน 2 ล้านบาท (โดยเฉลี่ยขายที่ 900,000 - 1,200,000 บาทต่อหน่วย ขนาดห้อง 24 - 30 ตารางเมตร) สามารถสร้างยอดขายเฉลี่ยได้ 70 - 90% ของจำนวนหน่วยที่เปิดขาย

ซึ่งมีผู้ซื้อที่เป็นผู้ที่ต้องการอยู่อาศัยเองและการซื้อเพื่อการลงทุนเพื่อปล่อยเช่า ซึ่งสามารถปล่อยเช่าได้ที่ระดับราคา 5,500 - 8,000 บาทต่อหน่วย สำหรับห้องขนาด 24 - 30 ตารางเมตร หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทนเฉลี่ย 5 - 7% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากในปัจจุบัน


สอดคล้องกับรายงานของ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ระบุว่า ยอดขายและให้เช่าใหม่ของพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรม มีจำนวน 6,069 ไร่ เพิ่มขึ้น 52.7% YoY ในช่วง 9 เดือนแรกปี 2567

โดยยอดขายและให้เช่าที่ดินในนิคมฯ ยังคงอยู่ในภาคตะวันออกมากที่สุด ครอบคลุมพื้นที่ 5,481 ไร่ (สัดส่วน 90% ของยอดขายและเช่าใหม่ของพื้นที่นิคมฯ ทั่วประเทศ) เพิ่มขึ้น 55.3% YoY

สะท้อนถึงศักยภาพของภาคตะวันออกที่ยังสามารถดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนมากที่สุดเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ รองลงมา ได้แก่ ภาคกลาง (รวมกรุงเทพฯ และปริมณฑล) จำนวน 531 ไร่ (+47.5% YoY)

ส่งผลให้ยอดขายและให้เช่าสะสมในช่วง 9 เดือนแรกปี 2567 อยู่ที่ 132,430 ไร่ คิดเป็นอัตราการครอบครองพื้นที่ (Occupancy rate) ทั้งหมด 80.0% เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับสิ้นปี 2566 ที่ 75.7%


สอดคล้องกับยอดขายที่ดิน (ไร่) และรายได้ของผู้ประกอบการนิคมฯ รายใหญ่ 2 ราย (ได้แก่ AMATA และ WHA Group) รวมกันที่ปรับเพิ่มขึ้น 34.6% YoY และ 28.9% YoY ตามลำดับ

ในขณะที่มูลค่าโครงการที่ขอรับส่งเสริมการลงทุนทั่วประเทศปี 2567 อยู่ที่ 1,138.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.5% ซึ่งในจำนวนนี้เป็นการขอรับฯ ในพื้นที่ EEC เพิ่มขึ้น 36.6% คิดเป็นมูลค่า 504.9 พันล้านบาท (สัดส่วน 44% ของมูลค่าโครงการที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุนอนุมัติฯ ทั้งหมด

”จากข้อมูลการซื้อที่ดินและการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออก โดยเฉพาะในพื้นที่อมตะ ซิตี้ ในปี 2567 จะทำให้มีกำลังซื้อและความต้องการที่อยู่อาศัยของแรงงานที่จะเข้ามาทำงานเพิ่มขึ้นในช่วงปี 2568-2570 เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 5 - 10% ต่อปี “

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...