โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แผ่นดินไหว กระทบตลาดคอนโดฯ กทม. ระยะสั้น เตือนอย่าแห่เทขายต่ำกว่าทุน

The Bangkok Insight

อัพเดต 22 เม.ย. 2568 เวลา 01.43 น. • เผยแพร่ 22 เม.ย. 2568 เวลา 01.43 น. • The Bangkok Insight

ดร.โสภณ ส่องสถานการณ์แผ่นดินไหวกับตลาดคอนโดฯ กทม. คาดกระทบแค่ระยะสั้น เทียบสึนามิภูเก็ต ที่ราคาที่ดินในปัจจุบันยังพุ่งต่อเนื่อง เตือนอย่าตระหนกแห่ขายขาดทุน

ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 8.2 แมกนิจูดโดยมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา ส่งผลให้เกิดแรงสั่นสะเทือนที่รับรู้ได้ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

คอนโดฯ

เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในตลาดอาคารชุด ทำให้คนไม่เชื่อมั่นในที่อยู่อาศัยประเภทนี้ และทำให้ราคาตกจริงหรือ

ในขณะนี้มีการเผยแพร่คลิปต่าง ๆ มากมาย ทำให้เกิดความหวาดกลัวเป็นอย่างมาก แต่เชื่อว่า การขาดความเชื่อมั่นในตลาดอาคารชุดคงไม่เกิดขึ้นจริง และราคาก็คงไม่ได้ตกต่ำดังอ้าง เรื่องนี้ผู้เกี่ยวข้องไม่พึงตระหนกจนเกินเหตุ (Panic) มาลองดูเหตุผลประกอบและโปรดพิจารณาด้วยวิจารณญาณ

อย่างกรณี สึนามิภูเก็ต ที่มีผู้เสียชีวิตถึง 5,400 และบาดเจ็บอีกประมาณ 8,000 คน ในตอนนั้นหลายคนก็ไม่กล้าไปเที่ยวภูเก็ตยังเชื่อว่าราคาที่ดินจะตกต่ำ แต่ ดร.โสภณก็ได้ไปสำรวจในปีถัดไปและพบว่า ราคาที่ดินในฝั่งตะวันตกแถบทะเลอันดามันแทบไม่ขึ้นในหนึ่งปีที่ผ่านมาแต่ฝั่งตะวันออกราคาที่ดินยังขึ้นตามปกติ

จากการสำรวจต่อเนื่องทุกปีเป็นเวลา 20 ปีตั้งแต่ 2547 ถึง 2567 ปรากฏว่าราคาที่ดินตามหาดต่าง ๆ ของโดยเฉลี่ยในภูเก็ตเพิ่มขึ้นปีละ 10% ดังนั้น จึงไม่ควรตกใจจนเกินไป

หลายคนเชื่อว่าในกรุงเทพมหานคร ราคาห้องชุดจะตกต่ำหรือไม่มีคนกล้าซื้ออีกต่อไป ข้อนี้พึงพิจารณาจากกรณีแผ่นดินไหวที่ประเทศเนปาลเมื่อปี 2558 ดร.โสภณ ได้ไปสำรวจตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงกาฐมาณฑุ เมื่อปีดังกล่าว และไปสำรวจซ้ำในอีกสามปีถัดมาพบว่า ขนาดว่ามีแผ่นดินไหวใหญ่กว่าที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร ก็เพียงทำให้ราคาห้องชุดหยุดชะงักไปปีหนึ่ง

หลังจากนั้นราคาก็ยังเพิ่มขึ้นตามปกติเช่นเดียวกับที่อาศัยแนวราบ อาคารชุดที่เป็นอาคารสูงล้วนไม่พังลงมา ยกเว้นโครงการเดียวเท่านั้นที่ขออนุญาตก่อสร้าง 14 ชั้น แต่ก่อสร้างจริงถึง 18 ชั้น ที่ไม่สามารถซ่อมแซมได้ อาคารชุดอื่นยังแข็งแรงอยู่จนถึงปัจจุบัน

ดร.โสภณ พรโชคชัย

การตกใจกลัวจนรีบขายห้องชุด เช่น ขายครึ่งราคา จะทำให้ผู้ขายได้รับความเสียหายทางการเงินอย่างหนัก ทั้งที่ อาคารชุดอาจไม่ได้รับความเสียหายจริง เพราะเชื่อว่าอาคารชุดแทบทั้งหมดไม่ได้รับความเสียหาย หรือมีความเสียหายเพียงเล็กน้อยซึ่งสามารถซ่อมแซมได้

แต่ในอีกทางหนึ่งหากเกิดความปริวิตกหนัก และมีการเทขายในราคาถูกก็อาจเป็นโอกาสทองสำหรับการลงทุนซื้อในราคาที่ต่ำกว่าความเป็นจริงมากของนักลงทุนก็เป็นไปได้

ประชาชนจึงไม่ควรตื่นตระหนกกับเรื่องแผ่นดินไหว หลายประเทศที่อยู่ในแนววงแหวนแห่งไฟ (Ring of Fire) ที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อยกว่าไทยเป็นอย่างมาก ก็มีการสร้างอาคารชุดเป็นตึกสูงใหญ่มากมายเช่นกัน เช่น สหรัฐ ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน

หรือแม้ในประเทศที่มีความเจริญทางเศรษฐกิจ และเทคโนโลยีน้อยกว่าไทย เช่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซียก็ตาม ประชาชนจึงไม่ควรหลงขายทรัพย์สินในราคาถูกๆ หากอาคารไม่ได้รับการยืนยันว่าไม่ปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการซ่อมแซม หรือในระหว่างที่ยังเกิดกระแสความกลัวกันอยู่นี้ ก็อาจมีคนขายลดราคาลงเป็นอย่างมาก คาดว่าในช่วง 1 ปีแรก สถานการณ์อาจจะย่ำแย่ลง และในขณะนี้ยอดจองและยอดซื้อห้องชุดจะมีลดน้อยลง มีคนยกเลิกการจองซื้อแล้ว แต่หลังจากผ่านไประยะหนึ่ง สถานการณ์ จะค่อย ๆ คลี่คลายเพราะอาคารส่วนใหญ่ไม่ได้รับผลกระทบ ไม่มีการเสียหายหนักแต่อย่างใด

มีบางท่านเกรงว่าถ้ามีแผ่นดินไหวอีก อาคารต่าง ๆ จะทนทานได้หรือไม่ ในความเป็นจริงข้อกำหนดในการก่อสร้างในกรณีประเทศไทย ถือว่าเข้มงวดพอสมควร อาคารต่าง ๆ จึงแทบไม่เสียหายใดๆ และแม้เกิดขึ้นใหม่อีก ก็คงไม่ได้ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญแต่อย่างใด กรณีกระจกแตก หรือพื้น-ผนังแตกร้าวต่าง ๆ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ สามารถซ่อมแซมได้ หรือแม้แต่ความเสียหายด้านโครงการที่ไม่รุนแรงนัก ก็ยังสามารถซ่อมแซมได้เช่นกัน

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเมื่อเกิดแผ่นดินไหว และเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ หากเกิดขึ้นอีก (ที่ทำเพราะความไม่รู้) ได้แก่ การแห่ออกมานอกอาคาร เช่น ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ บนถนนต่าง ๆ

ทั้งนี้เพราะถ้าอาคารพังลงมาจริง ๆ ตามผู้ที่ไม่รู้ความจริง (แบบในภาพยนตร์ Sci Fi) คนที่เดินอยู่บนถนนก็คงไม่รอด หรือระหว่างวิ่ง อาจพบเจอกรณีเศษอิฐหินหรือกระจกตกใส่ทำให้บาดเจ็บและเสียชีวิตได้ ยิ่งในกรณีโรงพยาบาล ที่พาคนไข้ป่วยหนักออกมา ยิ่งเป็นสิ่งที่ไม่สมควรเป็นอย่างยิ่ง และอาจทำให้คนไข้ทรุดหนัก

แม้เราจะไม่ใช่วิศวกรโครงสร้างที่มีความรอบรู้ประสบการณ์ เราก็ควรเข้าใจว่าอาคารต่างๆ หากเกิดกรณีแผ่นดินไหวรุนแรง ก็คงไม่พังราบลงมาแบบในภาพยนตร์ ผู้คนก็ยังสามารถอพยพออกมาในภายหลัง (แต่ด้วยความตกใจจึงวิ่งออกมาแต่แรก)

นอกจากนี้ มาตรฐานการก่อสร้างของไทยและมากหลายประเทศทั่วโลกก็มีการป้องกันความปลอดภัยไว้แล้ว เช่น น้ำหนักบรรทุก เป็นต้น การกลัวจนเกินเหตุจึงเป็นสิ่งที่ไม่สมควรและอาจทำให้ชีวิตและทรัพย์สินเสียหายได้

โดยสรุปแล้ว ราคาห้องชุดคงไม่ตกต่ำลง เพียงแต่ในช่วงแรกอาจมีบ้าง แต่ก็จะกลับไปสู่ภาวะปกติได้ในที่สุด เพราะการอยู่อาศัยในอาคารชุดในใจกลางเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตของคนเมืองอยู่แล้ว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...