‘นักกฎหมายมหาชน’ ชี้ปม ‘พีระพันธุ์’ ถือหุ้น 4 บริษัท เสี่ยงหลุดเก้าอี้ อาจสะเทือนถึงนายกฯ
The Bangkok Insight
อัพเดต 27 เม.ย. 2568 เวลา 08.51 น. • เผยแพร่ 27 เม.ย. 2568 เวลา 08.51 น. • The Bangkok Insightนักกฎหมายมหาชน "ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม" ชี้ประเด็นคุณสมบัติรัฐมนตรี "พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค" โดนยื่นเรื่องสอบ ปมถือหุ้น-เป็นกรรมการ 4 บริษัท แม้ทำสัญญาจัดการทรัพย์สินแล้ว ระบุอาจขัดรัฐธรรมนูญ เสี่ยงหลุดเก้าอี้
จากการที่นายสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ยื่นเรื่องต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ไต่สวนตรวจสอบหาข้อเท็จจริง กรณีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ถือหุ้น และเป็นกรรมการบริษัทเอกชน 4 แห่งนั้น
ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือดร.ณัฏฐ์ นักกฎหมายมหาชน แสดงความเห็นว่า เรื่องดังกล่าว เสี่ยงที่จะขัดรัฐธรรมนูญในหลายมาตรา และอาจบานปลาย โยงถึงความชอบธรรมในการตั้งคณะรัฐมนตรี ของรัฐบาลนางสาวแพทองธาร ชินวัตร และอนาคตของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.)
เนื่องจากนายพีระพันธุ์ ทำสัญญาโอนสิทธิบริหารหุ้นให้นิติบุคคลจัดการ แต่ยังไม่มีการโอนกรรมสิทธิ์หุ้นจริง ยังถือหุ้นอยู่ตามข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และยังมีสถานะเป็นกรรมการบริษัท มีอำนาจลงนาม และบริหารกิจการอยู่จริง
ซึ่งขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ และพระราชบัญญัติการจัดการหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ.2543 ที่ห้ามไม่ให้รัฐมนตรีมีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับการดำเนินธุรกิจเอกชน การถือหุ้นในธุรกิจสื่อ ส่อขาดคุณสมบัติร้ายแรง
ทั้งนี้ นายพีระพันธ์ ถือหุ้นใน 4 บริษัท ได้แก่ บริษัท รพีโสภาค จำกัด บริษัท โสภา คอลเล็คชั่นส์ จำกัด บริษัท วีพี แอโร่เทค จำกัด และบริษัท พี แอนด์ เอส แลนด์ แอนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด
บริษัทเหล่านี้มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการหนังสือพิมพ์ และสื่อมวลชน อันเป็นลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) และมาตรา 160 (6) ที่ระบุชัดเจนว่า ห้ามรัฐมนตรี หรือผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ถือหุ้นในกิจการสื่อมวลชนโดยเด็ดขาด
ข้อนี้ถือเป็นความผิดสำเร็จตั้งแต่วันยื่นสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ แม้จะลาออกจากตำแหน่งไปแล้ว ก็ไม่ลบล้างความผิด และ กกต.สามารถดำเนินการสอบสวนเอาผิดย้อนหลังได้
ข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า นายพีระพันธ์ได้รับแต่งตั้งเป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2566 และได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งต่อในรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2567
ช่วงดำรงตำแหน่งในรัฐบาลเศรษฐา ยังมีสถานะเป็นกรรมการบริษัททั้ง 4 แห่งอย่างต่อเนื่อง และเพิ่งทยอยลาออกในรัฐบาลแพทองธาร ชี้ให้เห็นว่า ขณะรับตำแหน่งรัฐมนตรีครั้งแรก ยังขัดคุณสมบัติอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ ยังพบความเชื่อมโยงกับที่ปรึกษารัฐมนตรีพลังงาน “พล.ท.เจียรนัย วงศ์สอาด” ซึ่งปรากฏชื่อเป็นกรรมการร่วมในบริษัทบางแห่ง ที่นายพีระพันธุ์ถือหุ้นอยู่ ตอกย้ำข้อสงสัยเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน และการบริหารจัดการที่อาจขัดต่อกฎหมาย
หากศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง และวินิจฉัยว่าขาดคุณสมบัติ อาจทำให้นายพีระพันธุ์ต้องพ้นจากตำแหน่งในทันที และกระทบถึงความชอบธรรมของรัฐบาลแพทองธาร ในฐานะที่เป็นผู้แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ขัดหลักจริยธรรมอย่างร้ายแรง
ไม่เพียงเท่านั้น พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) อาจเผชิญผลกระทบหนัก หากขาดแกนนำหลักในการขับเคลื่อนทางการเมืองในระยะต่อไป.
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ‘พีระพันธุ์’ ยืนยัน! ไม่ใช่รัฐมนตรีอักษรย่อ ‘พ’ รับซื้อสร้อยเพชรมรกต
- 'อุ๊งอิ๊ง' เตรียมเรียกรัฐมนตรีคุยอัปเดตนโยบาย ปัดข่าวลือปรับ 'พีระพันธุ์' พ้นเก้าอี้
- 'พลังงานไทย' ถอยหลังเข้าคลองในยุคของ 'รัฐมนตรีพีระพันธุ์'
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X: https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg