โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

‘ดาวโจนส์’ ลดลง 155.09 จุด กังวลผลกระทบ ‘ทรัมป์’ สั่งเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ 25%

The Bangkok Insight

อัพเดต 28 มี.ค. 2568 เวลา 01.14 น. • เผยแพร่ 28 มี.ค. 2568 เวลา 01.14 น. • The Bangkok Insight

ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ของสหรัฐ ปิดซื้อขายวานนี้ (27 มี.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยที่ "ดาวโจนส์" ลดลง 155.09 จุด ยังคงถูกกดดันจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ ซึ่งได้ฉุดหุ้นกลุ่มบริษัทผลิตรถยนต์ร่วงลงอย่างหนัก

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 42,299.70 จุด ลดลง 155.09 จุด หรือ -0.37% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดที่ 5,693.31 จุด ลดลง 18.89 จุด หรือ -0.33% และดัชนีแนสแด็กปิดที่ 17,804.03 จุด ลดลง 94.98 จุด หรือ -0.53%

ดาวโจนส์

บรรยากาศการซื้อขายในตลาดได้รับผลกระทบจากการที่ประธานาธิบดีทรัมป์ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ และรถบรรทุกขนาดเล็กในอัตรา 25% จากเดิมที่ระดับ 2.5% โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 เมษายนนี้ ส่วนการเรียกเก็บภาษีชิ้นส่วนรถยนต์จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 3 เมษายน

โดยประธานาธิบดีทรัมป์คาดหวังว่ามาตรการดังกล่าว จะทำให้บริษัทรถยนต์ย้ายฐานการผลิตกลับมายังสหรัฐ ซึ่งจะช่วยสร้างงาน และสร้างรายได้ให้กับรัฐบาล รวมทั้งช่วยลดหนี้สาธารณะของประเทศ

นอกจากนี้ นักลงทุนยังวิตกกังวลเกี่ยวกับการที่ประธานาธิบดีทรัมป์ เตรียมใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ในวันที่ 2 เมษายน แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาได้ส่งสัญญาณว่า จะใช้ความยืดหยุ่นในการใช้มาตรการภาษีก็ตาม

นโยบายการค้าที่เปลี่ยนแปลงไปมาของรัฐบาลทรัมป์ สร้างความไม่แน่นอนให้กับตลาดหุ้นนิวยอร์ก

ขณะเดียวกันนักลงทุนกังวลว่ามาตรการภาษีศุลกากร จะทำให้ห่วงโซ่อุปทานตกอยู่ในภาวะชะงักงัน เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน และมีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดเงินเฟ้อและส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก

หุ้นบริษัทผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ร่วงลงอย่างหนัก โดยหุ้นเจนเนอรัล มอเตอร์ (จีเอ็ม) ดิ่งลง 7.3% หุ้นสเตลแลนทิส ร่วงลง 4.23% หุ้นฟอร์ด มอเตอร์ ร่วงลง 3.9% ส่วนหุ้นแอปทิฟ และหุ้นบอร์จวอร์เนอร์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ ร่วงลง 5.4% และ 4.7% ตามลำดับ

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐในวันนี้ (28 มี.ค.) โดยดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ เนื่องจากสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...