รู้จัก “สินเชื่อรวมหนี้” ฮีโร่ช่วยผ่อนหนักเป็นเบา
ขึ้นชื่อว่า “หนี้” คงไม่มีใครอยากเป็น เพราะแน่นอนว่าคำ ๆ นี้มักจะนำมาซึ่งภาระอันหนักอึ้ง ซึ่งในบางครั้งก็สร้างผลกระทบต่อชีวิตของใครหลาย ๆ คนมากกว่าที่คิด โดยมีผู้คนไม่น้อยที่มีภาระหนี้สินมากกว่าหนึ่งอย่าง และมักจะเป็นภาระหนี้สินที่มีมูลค่าค่อนข้างสูง ทำให้การเงินฝืดเคืองจนถึงขั้นกระทบกับค่าครองชีพ เนื่องจากต้องชำระหนี้ต่อเดือนในจำนวนที่ค่อนข้างสูง
แต่จะเป็นอย่างไรหากปัญหานี้สามารถจัดการได้ด้วยการ “รวมหนี้” ไว้กับสถาบันการเงินเพียงแห่งเดียวเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายต่อเดือนลง ให้สามารถบริหารจัดการด้านการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดังนั้นวันนี้ Wealthy Thai จึงจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ “สินเชื่อรวมหนี้” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับคนที่มีภาระหนี้สินค่อนข้างมาก ให้สามารถหายใจได้สะดวกอีกครั้ง
สินเชื่อรวมหนี้คืออะไร?
ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับสินเชื่อประเภทนี้กันก่อน ซึ่งชื่อก็บอกความหมายอยู่ในตัวอยู่แล้วว่าเป็นรูปแบบสินเชื่อที่รวบรวมเอาสินเชื่อหรือหนี้ประเภทต่าง ๆ จากหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นหนี้จากบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคล หรือแม้แต่สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถ มาไว้กับสถาบันทางการเงินหรือธนาคารเพียงหนึ่งแห่ง โดยเป็นการขอสินเชื่อใหม่ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าหนี้เก่า และระยะเวลาผ่อนชำระคืนที่สามารถจ่ายไหว แล้วนำเงินที่ได้จากการกู้สินเชื่อรวมหนี้นั้นไปชำระปิดหนี้เก่าที่มีทั้งหมด ซึ่งทำให้ภาระการผ่อนจ่ายต่อเดือนลดลง และมีสภาพคล่องมากขึ้น
ข้อดี-ข้อเสียของการรวมหนี้
แน่นอนว่าในการทำธุรกรรมต่าง ๆ ทางการเงินย่อมต้องมีทั้งข้อดีและข้อเสีย เช่นเดียวกับสินเชื่อรวมหนี้ที่แม้จะช่วยให้ภาระค่าใช้จ่ายลดลง แต่ก็ยังคงมีสิ่งที่จำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนการตัดสินใจทำสัญญา โดยได้หยิบยกเอาข้อดีข้อเสียของสินเชื่อประเภทนี้จากข้อมูลธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งระบุไว้ดังนี้
ข้อดี
เหลือภาระจ่ายหนี้ที่สถาบันการเงินเพียงแห่งเดียว ทำให้ไม่วุ่นวาย สับสน
มีโอกาสได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลง
จํานวนเงินที่ต้องผ่อนชําระต่อเดือนต่ำลง ทำให้ภาระรายจ่ายต่อเดือนลดลง
รู้ระยะเวลาการผ่อนหนี้ที่แน่นอน ทำให้สามารถวางแผนการเงินได้ง่ายขึ้น
ข้อเสีย
อัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อส่วนบุคคลส่วนมากจะสูงกว่าดอกเบี้ยบัตรเครดิต จากเดิมที่เคยเสียเฉลี่ยที่ 20% ต่อปี อาจต้องเสียเฉลี่ยเพิ่มเป็น 25% ต่อปี
เมื่อต้องการรวมหนี้มาจากบัตรเครดิต ยอดหนี้จะรวมทั้งเงินต้น ดอกเบี้ย และค่าปรับต่าง ๆ และเงินก้อนนี้ก็จะเป็นยอดหนี้ใหม่ที่ต้องเสียดอกเบี้ยซ้ำอีกที เท่ากับว่าต้องจ่ายดอกเบี้ย 2 ต่อ
ตัวอย่างสินเชื่อรวมหนี้จาก 3 สถาบันหลัก
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
วงเงินสูงสุด 5 เท่า ของรายได้แต่ไม่เกิน 2 ล้านบาท
อัตราดอกเบี้ย 21% - 25% ต่อปี
ระยะเวลาการผ่อนชำระ 12-60 เดือน
คุณสมบัติเบื้องต้นของผู้สมัคร
อายุ 20 - 59 ปี
พนักงานที่มีรายได้ประจำรวมต่อเดือน ตั้งแต่ 20,000 บาทขึ้นไป
เจ้าของกิจการมีรายได้รับหรือยอดขายต่อเดือนเฉลี่ยขั้นต่ำ 200,000 บาทขึ้นไป
ธนาคารยูโอบี
วงเงิน 5 เท่าของรายได้ สูงสุด 2 ล้านบาท
อัตราดอกเบี้ย 9.99% - 25% ต่อปี
แบ่งชำระเบื้องต้น 12 เดือน และนานสูงสุด 60 เดือน
คุณสมบัติเบื้องต้นของผู้สมัคร
อายุ 20 ปีขึ้นไป และไม่เกิน 60 ปี
พนักงานประจำ มีรายได้รวมต่อเดือนตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป
เจ้าของกิจการ ต้องมีการจดทะเบียนบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด และดำเนินธุรกิจประเภทเดียวกันไม่ต่ำกว่า 3 ปี
ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย
วงเงิน 5 เท่าของรายได้ หรือสูงสุดไม่เกิน 2 ล้านบาท
อัตราดอกเบี้ย 9.99% - 25% ต่อปี
ผ่อนชำระขั้นต่ำ 12 เดือน สูงสุด 72 เดือน
คุณสมบัติเบื้องต้นของผู้สมัคร
อายุ 21 - 59 ปี
พนักงานประจำ / ข้าราชการ / พนักงานรัฐวิสาหกิจ มีรายได้ประจำต่อเดือน 20,000 บาทขึ้นไป