สรุป Opp Day: SCGD ตั้งเป้ารายได้-EBITDA ปีนี้โต 5% อัดงบ 4 พันลบ.ขยายไลน์ผลิต-M&A
สรุป Opp Day: SCGD ตั้งเป้ารายได้-EBITDA ปีนี้โต 5% อัดงบ 4 พันลบ.ขยายไลน์ผลิต-M&A
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -28 ก.พ. 68 11:31 น.
SCGD ตั้งเป้าปี 68 รายได้ และ EBITDA เติบโต 5% รับการเติบโตทั้งจากตลาดในและต่างประเทศ โดยเฉพาะเวียดนามเติบโตโดดเด่น พร้อมใช้งบลงทุน 4 พันล้านบาท ขยายไลน์การผลิต พร้อมดีล M&A
นายสมิทธิ โกสีย์เจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารทางการเงิน บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGD เปิดเผยในงาน Opportunity Day ว่า ปี 68 รายได้คาดว่าเติบโต 5% มีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เติบโตมากกว่า 5% มาจากการเติบโตทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ โดยประเทศไทยคาดว่าจะฟื้นตัวจากการสนับสนุนนโยบายรัฐบาล เช่น สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับการซื้อ การตกแต่ง และการซ่อมแซม กระเป๋าเงินดิจิทัลต่อเนื่องระยะที่ 2 และการกลับมาของตลาดการท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่าภาพรวมการฟื้นตัวจะชัดเจนในช่วงครึ่งหลังปี 68
ด้านประเทศเวียดซึ่งเป็นตลาดหลักอันดับ 2 ของกลุ่ม SCGD คาดว่าหลัง ส.ค.68 จากการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการกำกับวัตถุประสงค์การใช้ที่ดินในภูมิภาคจะฟื้นตัวเต็มที่ โดยที่คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจเวียดนามขยายตัว 8% ซึ่งความต้องการที่อยู่อาศัยอยู่ในระดับสูง จะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของ SCGD โดยปัจจุบันบริษัทฯ อยู่ระหว่างพิจารณาเจรจาขยายโรงงานเพิ่มเติมในภาคใต้ จากเดิมที่เคยมีเพียงภาคกลางและเหนือ คาดว่ามีควาาชัดเจนในช่วงหลังปี 68
ส่วนประเทศฟิลิปปินส์ จากเงินเฟ้อต่ำลง การใช้จ่ายคาดว่าเพิ่มมากขึ้น และการเติบโตของที่อยู่อาศัยและอาคารพาณิชย์ในเมืองรอง รวมถึงในประเทศอินโดนีเซียหลังมีประธานาธิบดีคนใหม่ เริ่มมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง เกี่ยวกับการก่อสร้างที่อยู่อาศัยและสาธารณสุข ซึ่งมีผลกระทบเชิงบวก
" ปี 68 คิดว่าไทยจะเติบโตต่อเนื่อง ด้านเวียดนามเราคิดว่าจะฟื้นตัว เนื่องจากตัวกฎหมายที่ดินมีผลบังคับใช้คาดจะเกิดการฟื้นฟูขึ้นมาในช่วงครึ่งหลังของปี 68 ประกอบกับจีดีพีที่แข็งแกร่งของประเทศเขา คือเวียดนามมีกำลังซื้อ ดังนั้นเมื่อแก้ปัญหาอสังหาริมทรัพย์ มีการขายออกมา ตลาดคงฟื้นตัวกลับมา ส่วนตัวฟิลิปปินส์ อินโดนีเซียคิดว่าน่าจะฟื้นตัวตามๆ กัน เพราะฉะนั้นเป้ารายได้ปีนี้ของเรา 5% ส่วน EBITDA คิดว่าจะมากกว่า 5%" นายสมิทธิกล่าว
บริษัทวางงบลงทุนปีนี้ 4,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 2,000 ล้านบาท เพื่อใช้ขยายกำลังผลิตและปรับปรุงโรงงานเดิม และอีก 2,000 ล้านบาท เป็นงบสำหรับซื้อกิจการ (M&A) หรือการร่วมทุนกับโรงงานต่างประเทศ
ส่วนแผนเพิ่มประสิทธิภาพลดต้นทุนปีละประมาณ 280 ล้านบาท จากการติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ และโครงการชีวะมวล(การกำเนิดลมร้อนที่โรงงาน NKIE) ซึ่งบริษัทฯ ยังคงดำเนินการติดตั้งและขยายการใช้งานต่อเนื่อง คาดว่ามีโอกาสลดต้นทุนได้มากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ รวมถึงบริษัทฯ ยังมีกลยุทธ์การเพิ่มสินค้าราคาพรีเมี่ยมมาร์จิ้นสูง และการนำระบบ AI มาใช้ในกระบวนผลิต ลดความซ้ำซ้อนของงาน
รายงาน โดย ชุติมา อภิชัยสุขสกุล เรียบเรียง โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
อีเมล์. charuwan@efinancethai.comอนุมัติ โดย สุรเมธี มณีสุโข
ดูข่าวต้นฉบับ