“จีน” เพิ่มถือทองคำต่อเนื่องเดือนที่ 6 หนุนราคาพุ่งแตะ 3,500 ดอลล์ รับมือสงครามการค้า
"จีน" เพิ่มถือทองคำต่อเนื่องเดือนที่ 6 หนุนราคาพุ่งแตะ 3,500 ดอลล์ เตรียมขยับสัดส่วนสำรองสู้ภูมิรัฐศาสตร์-เศรษฐกิจโลกผันผวน
วันที่ 7 พฤษภาคม 2568 สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ธนาคารกลางจีน (PBOC) เพิ่มการถือครองทองคำต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 ในเดือนเมษายน สะท้อนความพยายามในการเสริมความแข็งแกร่งของทุนสำรองในช่วงที่ราคาทองคำอยู่ใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และสงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐยังคงปะทุ
โดย PBOC เพิ่มการถือครองทองคำราว 70,000 ทรอยออนซ์ ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งตลอดช่วง 6 เดือนล่าสุด จีนได้ซื้อทองคำรวมเกือบ 1 ล้านออนซ์ หรือประมาณ 30 ตัน
ทั้งนี้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นทำสถิติใหม่หลายครั้งในปีนี้ โดยได้แรงหนุนจากการซื้อทองของธนาคารกลางทั่วโลก ซึ่งพยายามลดการพึ่งพาทุนสำรองในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ราคาทองพุ่งขึ้นเกือบ 30% นับตั้งแต่ต้นปี โดยมีแรงหนุนจากทั้งการลงทุนเพิ่มขึ้น ความกังวลต่อสินทรัพย์สหรัฐ และความไม่แน่นอนทางการเงินจากสงครามการค้า ทำให้ทองคำกลายเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่นักลงทุนแห่เข้าถือครอง
ในจีนเองก็มีสัญญาณว่านักลงทุนหันมาเก็งกำไรในทองคำมากขึ้น โดยปริมาณการซื้อขายในตลาดล่วงหน้าเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Futures Exchange) พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ PBOC ต้องออกโควต้านำเข้าทองคำเพิ่มเติมให้กับธนาคารพาณิชย์
พร้อมกันนี้ทางการจีนยังออกมาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจ ทั้งการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และปรับลดอัตราเงินสำรองที่ธนาคารพาณิชย์ต้องถือครอง เพื่อส่งเสริมการเติบโตและปูทางไปสู่การเจรจาการค้ากับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐในช่วงปลายสัปดาห์นี้
ข้อมูลจาก Goldman Sachs ระบุว่า ธนาคารกลางทั่วโลกได้เพิ่มการซื้อทองคำขึ้นถึง 5 เท่า ตั้งแต่ปี 2565 หลังจากที่ทรัพย์สินสำรองของรัสเซียถูกอายัด ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในพฤติกรรมการบริหารทุนสำรอง และแนวโน้มนี้ยังไม่มีวี่แววจะเปลี่ยนในระยะสั้น
ในขณะนั้น Goldman Sachs คาดว่า PBOC ถือทองอยู่ประมาณ 8% ของทุนสำรองทั้งหมด ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่อยู่ราว 20% และต่ำกว่าหลายประเทศที่พัฒนาแล้ว หากจีนมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนถือทองเป็น 20% และซื้อทองเฉลี่ยเดือนละ 40 ตัน ก็จะต้องใช้เวลาราว 3 ปี จึงจะถึงเป้าหมายดังกล่าว
ทั้งนี้ ราคาทองคำล่าสุดทำจุดสูงสุดในเดือนเมษายนที่ 3,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และยังคงปรับขึ้นทุกเดือนของปีนี้ โดยล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 3,387 ดอลลาร์
อ้างอิง : bloomberg.com