พาส่องความปัง ‘Asheville School’ โรงเรียนประจำชื่อดังในอเมริกา ที่ ‘มาร์คคริส’ เคยเรียน!
พศวีร์ มาร์คคริส ขุนพล~ สวัสดีค่าชาว Dek-D ทุกคนไหนมีใครสนใจอยากโกอินเตอร์ไปเรียนต่อมัธยมปลายที่สหรัฐอเมริกาบ้างไหมเอ่ย~ บอกเลยว่าน้องๆ มาถูกที่แล้วค่า เพราะวันนี้พี่แอลจะพาน้องๆ ไปเปิดรั้วโรงเรียนดีๆ ที่น่าสนใจมากอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งก็คือ‘Asheville School’ นั่นเองค่ะ ต้องขอเกริ่นก่อนเลยว่าเขา วิชาการดี กีฬาเด่น กิจกรรมเริด แถมเขายังมีศิษย์เก่าปังๆ อย่าง ‘มาร์คคริส’แห่งวง ‘BUS’ด้วยน้า ถ้าอยากรู้ว่าเขาจะมีความดีงามอะไรอีกล่ะก็ตามมาดูกันได้เล้ยย~
ส่องความปัง ‘Asheville School’
'Asheville School' ก่อตั้งเมื่อปี 1900 อยู่ที่เมือง Asheville รัฐ North Carolina เป็นโรงเรียนเอกชน Boarding School หรือที่เราเรียกกันว่าโรงเรียนประจำนั่นเอง แคมปัสของมีพื้นที่กว่า 300 เอเคอร์ และอยู่ท่ามกลางเทือกเขา Blue Ridge Mountains เรียกได้ว่าบรรยากาศดีสุดๆ
มีหลักสูตรการเรียนการสอนที่เข้มข้น มุ่งเน้นให้น้องๆ นักเรียนพัฒนาทักษะ การคิดวิเคราะห์ (Critical thinking) และการเขียน (Writing skills) ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในการเตรียมความพร้อมสู่การเรียนในระดับที่สูงขึ้น แถมเขายังมีเปิดสอนวิชา Advanced Placement (AP)ซึ่งเป็นหลักสูตรระดับสูงที่ออกแบบมาเพื่อให้นักเรียนมัธยมปลายได้เรียนเนื้อหาเชิงลึกในระดับมหาวิทยาลัย ด้วยความเริดนี้นี่แหละ ทำให้นักเรียนที่จบจาก Asheville School มักได้รับการ Offer จากมหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐฯ รวมถึง 'Ivy League'และมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงอื่นๆ อีกด้วยค่ะ
นอกจากความเป็นเลิศทางวิชาการแล้ว Asheville Schoolยังให้ความสำคัญกับศิลปะและการแสดง โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์ผ่านหลักสูตรที่ครอบคลุมทั้ง Visual Arts, Music, Theater และFilmไม่ว่าน้องๆ จะสนใจวาดภาพ ถ่ายภาพยนตร์ หรือแสดงละครเวที เขาก็มีสภาพแวดล้อมที่พร้อมสนับสนุนและส่งเสริมให้นักเรียนทุกคนได้พัฒนาทักษะในด้านที่ตนเองสนใจแบบจัดเต็ม!
ด้วยโลเคชันของโรงเรียนที่อยู่ท่ามกลางเทือกเขา Blue Ridge Mountainsเขาเลยมี Outdoor Education Programหรือกิจกรรมกลางแจ้งที่หลากหลายให้น้องๆ ได้เข้าร่วม เช่น Hiking, Rock Climbing และ Kayaking ซึ่งไม่เพียงช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพทางกาย แต่ยังช่วยให้น้องๆ ได้เรียนรู้การแก้ปัญหา ฝึกความอดทน และได้ซึมซับธรรมชาติไปพร้อมๆ กันอีกด้วย
ที่ Asheville Schoolเขาก็มีชื่อเสียงด้านกีฬาไม่แพ้กัน เพราะเขามีทีมนักกีฬาที่ Powerful สุดๆ ไม่ว่าจะเป็นทีม ฟุตบอล, บาสเกตบอล, ว่ายน้ำ, กอล์ฟ และขี่ม้า ที่ล้วนแล้วได้รับการซัพพอร์ตจากทางโรงเรียนแบบเต็มที่ โดยมี Athletic Training Programที่ช่วยอัปสกิลน้องๆ ให้พร้อมในการต่อยอดสู่เส้นทางนักกีฬาอาชีพ
อีกหนึ่งความพิเศษของ Asheville Schoolที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือระบบ House Systemที่เหมือนถอดมาจากแฮรี่พอตเตอร์ไม่มีผิด เมื่อเข้ามาเรียนน้องๆ จะถูกคัดสรรไปตามบ้านต่างๆ (แต่ไม่มีหมวกคัดสรรนะ 55555) เพื่อช่วยส่งเสริมการมีส่วนร่วมในกิจกรรม และพัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีม โดยนักเรียนในแต่ละบ้านจะได้ทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น การแข่งขันกีฬา งานศิลปะ หรือกิจกรรมเพื่อสังคม และจะมีอาจารย์ประจำบ้านที่คอยดูแลและให้คำปรึกษาอยู่เสมอ
พาส่องหลักสูตรที่เปิดสอน
- Asheville School เปิดสอนตั้งแต่ Grade 9 - 12 (เทียบเท่ากับชั้นมัธยม 3 - 6 ของไทย)
วิชาบังคับ (Core Courses)
- English & Literature– เน้นการอ่านวรรณกรรม วิเคราะห์เชิงลึก และพัฒนาทักษะการเขียน
- Mathematics– เรียนตั้งแต่ Algebra, Geometry ไปจนถึง Calculus และ Statistics
- Science– เรียนวิชาหลักเช่น Biology, Chemistry, Physics รวมถึงวิชาเชิงลึกอย่าง Environmental Science
- History & Social Studies– ครอบคลุม U.S. History, World History, Economics และ Political Science
- World Languages– เปิดสอนภาษาต่างประเทศ เช่น ภาษาฝรั่งเศส, ภาษาสเปน, ภาษาละติน
วิชา Advanced Placement (AP)
- AP English Literature & Composition
- AP Calculus AB & BC
- AP Biology, AP Chemistry, AP Physics
- AP U.S. History, AP World History
- AP Computer Science
Note:
- มักเปิดให้นักเรียน Grade 11-12 (ม.5-6) เป็นหลัก แต่ถ้านักเรียน Grade 10 (ม.4) มีความสามารถเพียงพอ ก็สามารถขออนุญาตเรียนได้
- นักเรียนที่เรียน AP และสอบได้คะแนนสูงอาจได้รับ เครดิตมหาวิทยาลัยหรือใช้ยื่นเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำได้
ศิลปะ & การแสดง (Arts Program)
- Theater & Drama– เรียนพื้นฐานการแสดงและการกำกับละครเวที
- Visual Arts– เรียน Drawing, Painting, Sculpture และ Digital Art
- Music– เปิดสอนทั้งวงดนตรี วงออร์เคสตรา และขับร้องประสานเสียง
- Film & Media Studies– เรียนการทำภาพยนตร์ การเล่าเรื่องผ่านภาพ
โปรแกรมพิเศษ & Outdoor Education
- Outdoor Leadership Program– Hiking, Rock Climbing, Kayaking
- Leadership Development– หลักสูตรที่ฝึกทักษะความเป็นผู้นำ ผ่านกิจกรรมและโครงการในโรงเรียน
- Athletics & Sports Training– ฟุตบอล บาสเกตบอล ว่ายน้ำ กอล์ฟ ขี่ม้า
ค่าเล่าเรียน
สำหรับนักเรียนต่างชาติ (International Students)
- ค่าเล่าเรียน $76,950 ต่อปี
- ค่าธรรมเนียมนักเรียนต่างชาติ $5,000
- ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ประมาณ $600 (สำหรับหนังสือเรียนและอุปกรณ์การเรียน)
สิ่งที่นักเรียนจะได้ (รวมในค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียมแล้ว)
- การเรียนการสอน
- ที่พัก และ อาหาร
- กิจกรรมนักเรียน
- การให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการเข้ามหาวิทยาลัย
- บริการสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
- บริการศูนย์การเรียนรู้
- คอมพิวเตอร์ MacBook Air ที่โรงเรียนจัดให้
- อุปกรณ์กีฬาส่วนใหญ่
- ประกันสุขภาพแบบครอบคลุม
- การดำเนินการ I-20 สำหรับนักเรียนต่างชาติ (เอกสาร I-20 สำหรับขอวีซ่านักเรียน, ประกันสุขภาพแบบครอบคลุม และการดูแลในช่วงวันหยุดยาว)
- การขนส่งไปยังสนามบินในช่วงปิดเทอม
- ที่พักในหอพักในช่วงวันหยุดยาว
วิธีการสมัครเบื้องต้น
ตรวจสอบคุณสมบัติและข้อกำหนด
- เป็นนักเรียนที่มีอายุประมาณ 14 - 18 ปี (มัธยม 3 - 6)
- มีผลการเรียนที่ดี
- มีผลทดสอบความสามารถทางภาษาอังกฤษ SSATและ TOEFL หรือ Duolingo
สมัครผ่านออนไลน์
- เข้าไปที่เว็บไซต์โรงเรียน
- สร้างบัญชีและกรอกข้อมูลส่วนตัว เช่น ข้อมูลการศึกษา ข้อมูลเกี่ยวกับครอบครัว และช่องทางการติดต่อ
- ส่งเอกสารที่จำเป็น เช่น ใบแสดงผลการเรียน (Transcripts) ผลคะแนนภาษาอังกฤษ
- สัมภาษณ์ (อาจต้องสัมภาษณ์ออนไลน์หรือตามกำหนดการที่โรงเรียนระบุ)
- รอการพิจารณาจากทางโรงเรียน
- ชำระค่าเล่าเรียนและธรรมเนียม
ช่วงที่เปิดรับสมัคร
Asheville School มีกำหนดการส่งใบสมัครในช่วงเวลาเดียวกันทุกปีดังนี้
- Early Decision (สมัครล่วงหน้า): 10 ธันวาคม
- Regular Decision (รอบทั่วไป): 1 กุมภาพันธ์
ปิดท้ายด้วยศิษย์เก่าสุดปัง!
และศิษย์เก่าคนนี้จะเป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจาก หนุ่มหล่อ เสียงละมุน เมนโวคอลแห่งวงการ TPOP อย่าง ‘มาร์คคริส’สมาชิกจากวง ‘BUS’ซึ่งนอกจากมาร์คจะร้องเพลงเก่งแล้ว มาร์คก็ยังมีความสามารถทางด้านศิลปะและการออกแบบอีกด้วย จนทำให้สามารถสอบติดที่ยูดังในอเมริกาอย่าง The University of Utahในสาขา Architectural Studies และปัจจุบันยังเป็นนิสิตคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ หรือ INDA ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยบอกเลยว่าโพรไฟล์ไม่ธรรมดา ทั้งเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย แต่ยังสามารถบริหารเวลาได้ดีขนาดนี้ สมกับเป็นไอดอลทางด้านการเรียนของน้องๆ บีอัสจริงๆ ค่า
………………
จบไปแล้วกับ Asheville Schoolน่าสนใจมากๆ เลยใช่ไหมล่ะคะ สำหรับใครที่กำลังสนใจอยากเรียนต่ออเมริกาก็อย่าลืมเก็บโรงเรียนนี้ไปเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการตัดสินใจด้วยน้า และครั้งหน้า Dek-D Study Abroadจะมีข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับเรียนต่อนอกอะไรมาฝากอีกก็อย่าลืมติดตามกันด้วยล่ะ!