โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไทยติดท็อปทรีโลก ใช้ e-payment ชำระเงินเรียลไทม์ ธุรกรรมพุ่ง 9.7 พันล้านครั้ง

The Bangkok Insight

อัพเดต 20 มิ.ย. 2565 เวลา 03.04 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2565 เวลา 03.02 น. • The Bangkok Insight

ไทยขึ้นชั้นแนวหน้า e-payment ติดอันดับสามของโลก ชำระเงินแบบเรียลไทม์ ปี 2564 ยอดทำธุรกรรม 9,700 ล้านครั้ง

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากการสำรวจของ เอซีไอ เวิลด์ไวด์ (ACI Worldwide) ภายใต้ความร่วมมือกับโกลบอลดาต้า (GlobalData) และศูนย์วิจัยทางเศรษฐกิจและธุรกิจ (CEBR) พบว่า ในปี 2564 ประะเทศไทยมียอดการทำธุรกรรมการชำระเงินแบบเรียลไทม์ (e-payment) ถึง 9,700 ล้านครั้งในปี 2564

นอกจากนี้ ยังครองอันดับ 3 ของโลก รองจากอินเดีย (48.6 พันล้านครั้ง) และจีน (18.5 พันล้านครั้ง) อีกทั้งการชำระเงินแบบเรียลไทม์ ยังช่วยเพิ่มผลผลิตทางเศรษฐกิจคิดเป็น 2.08% ของ GDP ซึ่งอยู่อันดับที่ 2 จาก 30 ประเทศ

ขณะที่ในปี 2563 และ 2562 ประะเทศไทยมียอดการทำธุรกรรมการชำระเงินแบบเรียลไทม์ อยู่ที่ 5,240 ล้านครั้ง และ 2,570 ล้านครั้ง ตามลำดับ

สำหรับการชำระเงินแบบเรียลไทม์ในประเทศ มีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมาก และเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในประชาชนทุกช่วงวัย รวมถึงผู้ประกอบการทุกขนาด อีกทั้งโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินของไทยยังเป็นที่ยอมรับตามมาตรฐานโลก

ทั้งนี้ เป็นผบมาจากการขับเคลื่อนนโยบายการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment) นับตั้งแต่ปี 2558 ผ่านโครงการ อาทิ

1. โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

2. โครงการ พร้อมเพย์ (Prompt pay) และ QR Payment

3. Government Wallet (G-Wallet) ผ่านแอป เป๋าตัง ในโครงการคนละครึ่ง เราเที่ยวด้วยกัน ชิมช้อปใช้ การขายสลาก เป็นต้น

นอกจากนี้ การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19 ยังถือเป็นปัจจัยสำคัญของการเพิ่มขึ้นของการทำธุรกรรมแบบเรียลไทม์ด้วย

ที่ผ่านมา รัฐบาลมุ่งมั่นขับเคลื่อนนโยบาย National e-Payment อย่างต่อเนื่อง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและภาคธุรกิจ ในการทำธุรกรรมทางการเงิน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆ

ขณะเดียวกัน ยังเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน มีส่วนช่วยในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และอันดับความยาก-ง่ายในการประกอบธุรกิจ (Ease of Doing Business)

รัฐบาลขอบคุณทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน และธนาคารแห่งประเทศไทยที่ได้ร่วมมือกันอย่างเต็มที่ และภาครัฐจะยังคงเดินหน้าขยายงานบริการด้วยระบบe-Payment ให้ครอบคลุมภารกิจต่าง ๆให้มากขึ้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...