ชีวิตใหม่ 'เทพไท' เดินหน้าขายกาแฟ เตรียมปล่อยเพลง ออกหนังสือ หนุนน้อง 4 คน ลุยการเมือง
‘เทพไท’ ย้ำจุดยืนทางการเมืองจากนี้ มีทายาทอีก 4 คน พร้อมสานต่อการเมืองชาติและท้องถิ่น
เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช จัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่บ้านพักใน ต.ช้างซ้าย อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช พร้อมระบุถึงทิศทางทางการเมืองของตนว่า หลังได้รับการพักโทษจากกรมราชทัณฑ์ต้องติดกำไล EM ที่ข้อเท้าเป็นเวลา 8 เดือนกว่า ตนต้องไปติดกำไล EM ภายใน 3 วันที่กรุงเทพมหานคร เพราะแจ้งที่อยู่ในกรุงเทพฯ สำหรับทิศทางทางการเมืองของตนจะสนับสนุนการทำการเมืองแบบสุจริต แบบสร้างสรรค์ เปิดกว้าง ไม่สังกัดพรรคไหน เพราะตนได้ออกจากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แล้ว
นายเพทไทกล่าวว่า ตน และ นายมาโนช เสนพงศ์ อดีตนายก อบจ.นครศรีธรรมราช ถูกตัดสิทธิทางการเมือง 10 ปี ไม่สามารถดำเนินงานทางการเมืองอย่างเป็นทางการได้ แต่คงจะเป็นที่ปรึกษา ให้คำปรึกษา ช่วยเหลือทีมงานและบุคคลในครอบครัว ซึ่งบ้านผมมีทั้งหมด 8 คนพี่น้อง ถูกตัดสิทธิไป 2 คน เหลือ 6 คนที่พอจะสานต่อภารกิจทางการเมืองได้ 4 คน คือ 1.ผศ.เชาวน์วัศ เสนพงศ์ อดีตนายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช ขณะนี้ยังรอการตัดสินใจของพรรค ปชป. ประเด็นการเลือกหัวหน้าพรรค หากเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายเชาวน์วัศก็อยากจะกลับพรรค ปชป.
นายเทพไทกล่าวว่า 2.นายพงศ์สินธุ์ เสนพงศ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ซึ่งเป็นผู้ช่วย ส.ส.นายธนกร วังบุญคงชนะ อีกด้วย คนที่ 3 น้องสาวคนเล็ก น้องมุก น.ส.จริยา เสนพงศ์ ขณะนี้ทำงานการเมืองภาคประชาชนเป็นเอ็นจีโอกลุ่มกรีนพีซ ซึ่งพรรคก้าวไกลสนใจอยากจะเชิญน้องมุกไปเป็นสมาชิกพรรคลงสมัครในนามพรรค แต่ติดเงื่อนไขเป็นผู้นำเอ็นจีโออยู่ก็ไม่สะดวกที่จะไปพรรคก้าวไกล ซึ่งเป็นนักศึกษารุ่นเดียวกับนายปิยบุตร แสงกนกกุล และ 4.นายครรชิต เสนพงศ์ ก็พร้อมจะเข้าไปอยู่ในพรรคก้าวไกล ซึ่งตอนนี้ก็เป็นสมาชิกพรรคก้าวไกลแล้ว ไม่ว่าจะดำเนินการอย่างไรก็เป็นสิทธิของแต่ละบุคคล
“ส่วนผมยังคงสนับสนุนการเมืองแบบสุจริต ไม่สร้างอิทธิพล ไม่ซื้อเสียง ไม่ฮั้วประมูล ไม่รับเหมา ไม่หากินกับงบประมาณแผ่นดิน พรรคไหนใครก็ได้ผมพร้อมจะสนับสนุนถ้าหากทำการเมืองโดยไม่ซื้อเสียง เพราะผมรู้สึกเบื่อหน่ายกับการเลือกตั้งที่ผ่านมา ต้องยอมรับความจริงว่ามีการซื้อเสียงกันมากที่สุดและมีการซื้อเสียงใช้เงินกันทุกพรรคยกเว้นพรรคก้าวไกล ซึ่งพรรคก้าวไกลอาจจะมีบ้าง แต่เป็นเรื่องตัวบุคคล แต่คะแนนพรรค คะแนนปาร์ตี้ลิสต์เขาไม่ได้ซื้อเลย แตกต่างจากพรรคการเมืองอื่นๆ” นายเทพไทระบุ
นายเทพไทกล่าวต่อว่า เรื่องการซื้อเสียงจะไปคาดหวังจาก กกต.ไม่ได้เลย ผมผิดหวังกับ กกต.มาก เพราะ กกต.ประกาศผลเลือกตั้ง 2566 ทั้งที่มีการซื้อเสียงกันทั่วประเทศ หน้าที่ของ กกต.ต้องกลั่นกรองว่าใครทำผิดกฎหมายก็ต้องตัดสิทธิไป ให้ใบเหลือง ใบแดง ใบส้มก็ว่าไปตามกติกา แต่คุณกลัวกระแสสังคมแล้วปล่อยผีหมด เป็นการสร้างความเสียหาย ไม่ควรจะมี กกต.ดีกว่า ควรจะยกเลิกให้ไปสู่การเลือกตั้งของกระทรวงมหาดไทยเหมือนเดิมน่าจะคุ้มกว่างบประมาณที่ให้กับ กกต.
เมื่อถามว่า มั่นใจเพียงใดว่าการเลือกตั้งนับจากนี้จะไม่มีการซื้อสิทธิขายเสียง นายเทพไทเผยว่า วันนี้จะห้ามประชาชนคงยาก เพราะได้กันทุกคน คนใต้ตาสว่างแล้ว รู้อย่างนี้ซื้อสิทธิขายเสียงกันนานแล้ว วิธีการที่ดีที่สุดคือหลังเลือกตั้งยุบสภาบ่อยๆ ทำให้นักการเมืองเข็ดขยาด จะเอาเงินจากไหนมาซื้อเสียงกัน ปีครึ่งยุบ สองปียุบ
นายเทพไพกล่าวด้วยว่า หลังจากนี้จะขายกาแฟยี่ห้อเทพไท ซึ่งกำลังออกสู่ตลาดอยู่ในขณะนี้ และเขียนหนังสือทำพ็อคเก็ตบุ๊กเขียนเรื่องราวภายในคุก 480 วัน หรือ 16 เดือน ตามที่อดีตนายกฯชวน หลีกภัย ให้คำแนะนำ และในช่วงที่ตนอยู่ในเรือนจำได้นั่งแต่งเพลงที่เกี่ยวกับชีวิตเรือนจำ 15 เพลง ซึ่งจะได้ผลิตออกสู่ตลาดต่อไป อยู่ระหว่างการประสานกับค่ายเพลง และอาจจะไปวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองทางทีวีช่องใดช่องหนึ่งเพราะมีประสบการณ์เคยทำรายการทีวีสายล่อฟ้ามาก่อน นี่คืออนาคตของตนที่จะทำหลังจากออกจากคุก
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง