โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นพระสนมท้ายวังผู้ร่ำรวย

นิยาย Dek-D

อัพเดต 16 ก.พ. 2567 เวลา 14.50 น. • เผยแพร่ 16 ก.พ. 2567 เวลา 14.50 น. • Project X
หม่อมฉันชอบความร่ำรวย” สตรีหน้าหนาไร้ยางอายตอบฮ่องเต้อย่างตรงไป ความรักใคร่โปรดปรานของบุรุษสวยงามแต่จับต้องไม่ได้ และไม่นานก็สลายไป แต่เงินทองจะอยู่กับเราไปจนแก่จนเฒ่า ไม่ทอดทิ้งภักดีต่อเราไปจนวันตาย

ข้อมูลเบื้องต้น

นิยายเซท #เกิดใหม่เป็นพระสนม ที่เขียนร่วมกับเพื่อน ๆ นักเขียนคุณภาพ

เกิดชาตินี้ขอเป็นพระสนมท้ายวังผู้ร่ำรวย นามปากกา Project X

เกิดชาตินี้ขอเป็นพระสนมท้ายวังเนื้อหอม นามปากกา หวางลี่อิง ณปภัช จั่นเจริญ

เกิดชาตินี้ขอเป็นพระสนมท้ายวังยั่วรัก นามปากกา Faang Fang ฟาง ฟาง นักเขียน

เกิดชาตินี้ขอเป็นพระสนมท้ายวังที่ถูกลืม นามปากกา Little Dahlia Pattama Gatethong

เสิ่นจิ้งอี้ คือพระสนมชั้นเป่าหลิน พระสนมชั้นล่างสุดของวังหลัง

“ถ้าข้าเสิ่นจิ้งอี้ จะลวนลามนักบวช ตีเด็ก ด่าคนแก่ รังแกคนดี แล้วใครจะทำไม?”

เหตุใดจึงมีพระสนมระดับล่างทำตัวเหิมเกริมเช่นนี้ได้???

หรือเสิ่นเป่าหลินเป็นที่โปรดปรานของฝ่าบาท?

หรือนางมีครอบครัวที่มีอิทธิพลในราชสำนักหนุนหลัง?

‘ใคร ๆ ต่างพากันพูดว่า ฮองเฮาคือปีศาจร้ายแห่งวังหลัง แต่คำพูดนี้ใช้กับแคว้นมู่ไม่ได้ ถึงแม้ฮองเฮาจะร้ายกาจดั่งนางมาร แต่หากจะเทียบกับเป่าหลินผู้นั้นแล้ว ยังห่างชั้นกันไกลลิบ อย่างไรฮองเฮาก็ยังยึดถือกฎธรรมเนียมอย่างเคร่งครัด แต่อันธพาลอย่างเสิ่นจิ้งอี้แค่ได้ยินเรื่องกฎธรรมเนียม ก็ผายลมใส่ แล้วนอนแคะขี้หูเสียแล้ว

มู่ซีหยวน ฮ่องเต้แคว้นมู่ ที่มีพระสนมถึงร้อยกว่านาง

ว่ากันว่า ฮ่องเต้พระองค์หนึ่ง มีพระสนมได้ถึงสามพันนาง…

ตำหนักในของแคว้นมู่ ของฮ่องเต้มู่ซีหยวน ถึงแม้จะไม่มีพระสนมถึงสามพันนาง แต่ก็มีอยู่ไม่น้อย เฉพาะพระสนมระดับล่างสุด ถึงจะมีไม่ครบทั้งแปดสิบเอ็ดหญิงงาม ตามตำแหน่งปาสืออียวี่ชี (八十一禦妻) [2] แต่ก็มีจำนวนมากกว่านิ้วมือทั้งสิบ

ระหว่างเขากับนางคุยกันด้วยเหตุผลและผลประโยชน์

“เหตุใดจึงชอบเปิดบ่อนนัก” แค่นึกภาพนางโอบซ้ายประคองขวาสองนางกำนัลคนงาม มู่ซีหยวนก็ให้ขมวดคิ้วมุ่น กลิ่นน้ำส้มโชยทะลัก

“หม่อมฉันชอบความร่ำรวย” สตรีหน้าหนาไร้ยางอายตอบฮ่องเต้อย่างตรงไปตรงมา

สำหรับเสิ่นจิ้งอี้แล้ว ความรักใคร่โปรดปรานของบุรุษเป็นดั่งจันทราในสายน้ำ สวยงามแต่จับต้องไม่ได้ และไม่นานก็สลายไป แต่เงินทองจะอยู่กับเราไปจนแก่จนเฒ่า ไม่ทอดทิ้งเรา และภักดีต่อเราไปจนวันตาย

แต่เหตุใดยามเห็นเขาเรียกผู้อื่นว่าสนมรัก นางถึงกินน้ำส้มไปเต็มท้องเล่า

ถ้าชอบแนวจิกกัด นางเอกพระเอกเก่ง และฉลาด แนะนำเรื่องนี้จ้า

ฝากกดหัวใจ และเพิ่มเข้าชั้นด้วยจ้า เรื่องนี้ตั้งใจจะอัพให้อ่านฟรีจนจบ

ขอกำลังใจหน่อยนะคะ

ตำหนักท้ายวัง

บทที่ 1 ตำหนักท้ายวัง

ดึกสงัดของบริเวณวังหลวง ทหารเฝ้าประตูยืนเฝ้าเวรยามกันอย่างหนาแน่น เกรงว่าการตรวจตราที่เข้มงวดเช่นนี้ แม้แต่แมลงวันสักตัวก็ยังบินผ่านเข้ามาไม่ได้

ทว่าบุรุษสวมชุดดำผู้หนึ่ง ปิดหน้าปิดจมูกดูก็รู้ว่าเป็นผู้บุกรุกหรือกำลังอำพรางตน กลับหลบหลีกเวรยามอันแน่นหนาไปได้อย่างง่ายดาย เหมือนกับการจัดเวรยามเหล่านี้เป็นสิ่งที่เขาคุ้นเคยราวกับกำลังเดินอยู่ที่สวนหลังบ้านของตนเองกระนั้น

เขาเลือกลอบเข้าวังทางประตูทางด้านทิศตะวันตก เหล่าองครักษ์และคนในวังต่างรู้ดีว่าเป็นประตูวังซึ่งเปลี่ยวร้างที่สุดของวังหลวง การกระโดดข้ามกำแพงวังอันสูงเสียดฟ้าในครั้งนี้ของเขาไม่ได้ง่ายดายอย่างทุกครั้งที่ผ่านมา

“อ๊าาาา…” ทันทีที่สองเท้าสัมผัสถึงพื้น เสียงร้องแสดงความเจ็บปวดก็ยังขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ แผลฉกรรจ์ที่อยู่ที่หัวไหล่ดูเหมือนจะฉีกขาด เลือดดำไหลที่ซึมออกจากบาดแผลราวกับม่านน้ำตก เป็นตัวบ่งบอกว่าอาวุธลับที่ศัตรูใช้กับเขานั้นอาบยาพิษ

แต่ถึงจะถูกพิษและเสียเลือดไปมาก ก็ไม่อาจอยู่เฉยเพื่อรอความตายกระมัง…เสียงดังในอากาศถึงจะเบาหวิวราวกับลมพัดใบไม้แห้ง แต่ผู้เยี่ยมยุทธอย่างเขาที่มีประสาทสัมผัสทั้งห้าดีกว่าคนทั่ว ๆ ไป ย่อมรู้ว่าศัตรูได้ไล่ตามมาทันแล้ว ชายหนุ่มชุดดำกัดฟันข่มความเจ็บปวด เขาสะบัดศีรษะอย่างแรงหวังจะขับไล่ความพร่าเลือนที่ดวงตา

“บัดซบ! พิษชนิดนี้ทำลายดวงตาข้า!!!” ชั่วขณะหนึ่งขณะที่คิดว่าตนเองกำลังจะหมดสติ ชายหนุ่มชุดดำล้วงมีดสั้นในอกเสื้อของตน แล้วแทงลงไปที่หน้าขาข้างหนึ่งของตนเองอย่างไม่ลังเล

“…” ความเจ็บปวดช่วยดึงรั้งสติเฮือกสุดท้ายของเขาเอาไว้ได้ ดวงตาที่พร่าเลือนมองไปที่ตำหนักที่อยู่เบื้องหน้า หากเขาจำไม่ผิด ตำหนักท้ายวังที่เงียบเหงาเปล่าเปลี่ยว ด้านซ้ายติดประตูวังทิศตะวันตก ประตูทิศนี้ไม่เป็นมงคล ใช้ขนสิ่งปฏิกูลหรือซากศพออกจากวัง ด้านขวาของตำหนัก ยังเต็ใปด้วยกลิ่นอายอัปมงคลด้วยการอยู่ติดตำหนักเย็น

นับว่าตำแหน่งที่ตั้งของตำหนักในแห่งนี้ ไม่เป็นมงคลอย่างยิ่ง ตำหนักสองชั้นอันกว้างใหญ่แห่งนี้ก็คือ ตำหนักพระสนมชั้นล่างสุด พระสนมชั้นเป่าหลิน [1]

*

เพียงก้าวเท้าแรกเข้ามาในเขตตำหนัก ชายชุดดำถึงกับต้องแหงนคอมองตัวตำหนักอีกครั้ง ชายชุดดำขมวดคิ้วมุ่น ความสงสัยฉายชัดเต็มใบหน้า

“เหตุใดตำหนักพระสนมชั้นล่างสุดแห่งนี้ จึงคึกคักเต็มไปด้วยผู้คนและเสียงดังโหวกเหวก?”

เขาแทบไม่อยากเชื่อสายตา ในวังหลังถึงกับมีบ่อนการพนัน!!!

‘ตำหนักพระสนม กลายเป็นบ่อนขนาดใหญ่ไปได้อย่างไร’

ถึงบาดแผลจะฉกรรจ์ ดวงตาทั้งสองข้างกำลังมืดบอด แต่เสียงที่ได้ยินกลับชัดเจน

ชายชุดดำมั่นใจว่า เขาไม่ได้ฟังผิดอย่างแน่นอน “แทงเสีย! แทงเสีย! ใครแทงก็เสีย! อยากหมดตัวก็รีบแทงลงมา บิดาพร้อมที่จะพาเจ้าไปสู่ความล่มจมแล้ว!!!”

ก่อนที่ชายชุดดำจะหมดสติไปในห้องนอนแห่งหนึ่ง เขาแน่ใจว่า เขาได้ยินเสียงเจ้ามือผู้แปลกประหลาด นายท่านผู้นั้นตะโกนเรียกลูกค้าเช่นนี้จริง ๆ และที่สำคัญ เจ้ามือผู้วางกล้ามใหญ่โตผู้นี้ยังเป็นสตรีอีกด้วย!

ว่ากันว่า ฮ่องเต้พระองค์หนึ่ง มีพระสนมได้ถึงสามพันนาง…

ตำหนักในของแคว้นมู่ ของฮ่องเต้มู่ซีหยวน ถึงแม้จะไม่มีพระสนมถึงสามพันนาง แต่ก็มีอยู่ไม่น้อย เฉพาะพระสนมระดับล่างสุด ถึงจะมีไม่ครบทั้งแปดสิบเอ็ดหญิงงาม ตามตำแหน่งปาสืออียวี่ชี (八十一禦妻) [2] แต่ก็มีจำนวนมากกว่านิ้วมือทั้งสิบ

ตามกฎของวังหลัง พระสนมชั้นผินขึ้นไป ถึงจะมีตำหนักเป็นของตนเอง พระสนมที่มียศต่ำกว่าชั้นผินลงมา ไม่ว่าจะเป็นซื่อฟู่หรือเป่าหลิน ล้วนแต่ต้องพักอยู่ร่วมกัน

ทว่า…ทุกสรรพสิ่งในโลกล้วนมีข้อยกเว้น ในบรรดาพระสนมเกือบหนึ่งร้อยคนของแคว้นมู่ มีเป่าหลิน พระสนมชั้นล่างสุดผู้หนึ่ง…ได้ครองตำหนักใหญ่แต่เพียงผู้เดียว

‘หากฮองเฮาเป็นพญาหงส์ เสิ่นเป่าหลินก็คงเป็นพญาแร้ง’

พญาแร้ง

เสิ่นเป่าหลิน มีชื่อว่า เสิ่นจิ้งอี้ ผู้ครอบครองตำหนักเหลียนฮวาบานค่ำ (เหลียนฮวา คือดอกบัว ปกติมักจะบานตอนเช้า แต่พญาแร้งอย่างนางกลับดียิ่งนัก กลับวันเป็นคืนกลับคืนเป็นวันอย่างโอหัง เพราะนางผู้ครอบครองตำหนักเปิดกิจการยามค่ำคืน จึงเปลี่ยนชื่อตำหนักเสียเลย

เสินจิ้งอี้เป็นพระสนมแหกธรรมเนียม!!!

แต่เดิมพระสนมชั้นเป่าหลิน ไม่มีสิทธิ์มีตำหนักส่วนตัว ตำหนักที่ประทับของพระสนมระดับล่างอย่างนาง หนึ่งตำหนักต้องพักรวมกันแปดคน ตัวตำหนักใหญ่โตประกอบด้วยแปดห้อง แบ่งเป็นชั้นล่างสี่ห้อง ชั้นบนสี่ห้อง ถึงไม่นับว่าสะดวกสบายหรือเป็นส่วนตัวมากนัก แต่อย่างไรก็เป็นพระสนมของฮ่องเต้ แต่ละห้องจึงกว้างขวางใหญ่โต พอให้สตรีหนึ่งคนพักอยู่อย่างไม่อึดอัดนัก

หลายปีมานี้ เสิ่นจิ้งอี้ครอบครองตำหนักเหลียนฮวาบานค่ำแต่เพียงผู้เดียว นางไล่พระสนมอีกเจ็ดคนไปหาที่ซุกหัวนอนใหม่ ยึดครองสองนางกำนัลและสี่ขันทีของตำหนักไว้เพียงผู้เดียว เรียกได้ว่าทำตัวเหิมเกริมอย่างไม่มีผู้ใดเปรียบ

หากกล่าวถึงเสิ่นเป่าหลิน ไม่มีใครในวังหลังไม่รู้ว่านิสัยของนางร้ายกาจ ทั้งเหิมเกริม ทั้งเหี้ยมโหด ขาดเมตตา ไร้ปราณี สามารถเรียกนางว่า อันธพาล เลยก็ว่าได้

“ถ้าข้าเสิ่นจิ้งอี้ จะลวนลามนักบวช ตีเด็ก ด่าคนแก่ รังแกคนดี แล้วใครจะทำไม?”

เหตุใดจึงมีพระสนมระดับล่างทำตัวเหิมเกริมเช่นนี้ได้???

หรือเสิ่นเป่าหลินเป็นที่โปรดปรานของฝ่าบาท?

หรือนางมีครอบครัวที่มีอิทธิพลในราชสำนักหนุนหลัง?

นางกำนัลหรือขันทีใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำงานในวังหลัง มักมีคำถามเช่นนี้อยู่เสมอ ทว่าที่พวกเขาเดามานั้น กลับไม่มีคำตอบใดถูกเลยสักข้อ…

เสิ่นเป่าหลินเข้าวังมาสามปีเต็ม ฝ่าบาทไม่เคยเรียกนางถวายงานเลยสักครั้ง แล้วจะเรียกว่าทรงโปรดปรานนางได้อย่างไร

(อ้อ..ไม่ถูกสิ มีอยู่ครั้งหนึ่ง ฝ่าบาทพลิกแผ่นป้ายเป็นชื่อนาง แต่ก่อนจะได้พลิกพิรุณห่มวสันต์มีค่ำคืนอันหอมหวานภายใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันกับฝ่าบาทคืนนั้นพระองค์บังเอิญมีราชกิจสำคัญ จำต้องเสด็จกลับไปก่อน นางจึงมีชื่ออยู่ในบัญชีพระสนมที่เคยถวายงาน และรอดพ้นจากกฎระเบียบที่ว่า ครบสามปีที่เข้าวัง พระสนมที่ไม่เคยถวายงานให้ฝ่าบาทจะถูกปลด และถูกปล่อยตัวออกจากวัง

ทางด้านครอบครัว เสิ่นเป่าหลินนับว่ามาจากครอบครัวธรรมดายิ่ง บิดาของนางเป็นเพียงอาจารย์สอนยิงธนูเล็ก ๆ ไร้ชื่อเสียงในสำนักศึกษาหลวงผู้หนึ่ง

หากนางมาจากครอบครัวใหญ่หรือมีผู้หนุนหลังจริงแล้วล่ะก็ ตอนที่คัดเลือกพระสนม นางคงได้รับแต่งตั้งเป็นพระสนมชั้นผินไปตั้งแต่แรกแล้ว ไม่ต้องมาลำบากเป็นเพียงเป่าหลิน พระสนมชั้นล่างสุดเช่นนี้หรอก

“เช่นนั้นแล้ว เหตุใดนกกระจอกตัวเล็ก ๆ อย่างนาง จึงกลายมาเป็นพญาแร้ง ผู้ทรงอิทธิพลในวังหลังได้เล่า?”

เรื่องนี้พูดไปแล้ว…ยาวเป็นอย่างยิ่ง สามปากสิบปากพูดกันสามวันสามคืนก็ไม่จบ

บ้างก็ว่า เป่าหลินผู้นี้ แรกเริ่มเดิมทีหลังจากเข้ารับคัดเลือกเป็นพระสนม ถูกส่งไปอยู่ตำหนักของพระสนมชั้นเป่าหลิน นางเริ่มจากทำการค้าเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างเช่นการรับจำนำซื้อขายเครื่องประดับ

ทุกชีวิตที่อยู่หลังกำแพงวังย่อมรู้ดี กำแพงวังอันสูงเสียดฟ้า ไม่ต่างอะไรกับกำแพงคุก หากเข้ามาในวังแล้วก็เหมือนนกถูกตัดปีกตัดหาง ไม่อาจก้าวออกจากประตูวังได้ตามใจนึก

เป็นธรรมดา หากอยากใช้ชีวิตอยู่อย่างสบายในวังหลวง ธรรมเนียมการจ่ายค่าน้ำร้อนน้ำชา ซองแดงถุงเงินย่อมไม่อาจขาด

การติดสินบนเล็ก ๆ น้อย ๆ ถึงจะทำให้การใช้ชีวิตในวังหลังราบรื่น พระสนมที่ดูสูงศักดิ์ แท้จริงแล้วมีจำนวนมากมาย เงินค่าเบี้ยหวัดรายเดือนของพวกนางไม่มากนัก แต่ที่มีเหลือเฟือ คือบรรดาผ้าไหมผ้าพับที่ได้รับพระราชทาน รวมถึงเครื่องประดับเล็ก ๆ น้อย ๆ ปิ่นทองปิ่นหยก กำไลข้อมืออะไรเหล่านั้น

ลดราคาวันสุดท้ายจ้า กดลิงก์ไปเลยงับ https://shorturl.asia/3pQdN

วังหลังช่างครึกครื้นถึงเพียงนี้

ขอบคุณทุกคนที่ช่วยกดหัวใจ กดติดตามและเพิ่มเข้าชั้นจ้า

กำลังใจมาแย้วววว

พระสนมและนางกำนัลส่วนใหญ่ ไม่สามารถออกจากวังได้ตามใจคิด การแลกเปลี่ยนสิ่งของมีค่าต่าง ๆ ให้เป็นเงิน จึงนับว่าฝืดเคือง

เสิ่นจิ้งอี้นับว่ามาถูกทางแล้ว กิจการของนางเริ่มจากรับซื้อขายและจำนำเครื่องประดับ ตลอดจนผ้าไหมผ้าพับเหล่านั้น ถึงแม้ว่านางจะให้ราคาถูกกว่าในท้องตลาด แต่ก็สะดวกเป็นอย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่ไม่สามารถออกจากวังได้ตามใจชอบ ได้เงินน้อยหน่อย แต่สะดวกรวดเร็ว แถมยังปิดเป็นความลับจึงนับได้ว่าเป็นการแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง

ต่อมาเมื่อกิจการของเสิ่นจิ้งอี้เริ่มเฟื่องฟูมากขึ้น นางทั้งรับจำนำเครื่องโถลายคราม และของมีค่า ไม่ว่าจะขายขาดหรือต้องการจำนำนางล้วนยินดีต้อนรับ

กิจการยิ่งทำยิ่งดี จึงขยายกิจการใหญ่โต ช่วยเป็นธุระช่วยซื้อของจากนอกวัง ขอเพียงจ่ายเงินให้นางมากพอ ต้องการสิ่งใด เป่าหลินผู้นี้ ล้วนแต่หามาให้ได้ทั้งสิ้น

จนมาปีนี้ เทพเจ้าแห่งเงินทองและโชคลาภดูเหมือนจะโปรดปรานนางเป็นอย่างยิ่ง เสิ่นเป่าหลินไม่เพียงทำการค้าซื้อขายแลกปลี่ยน นางยังรับขายข่าวสาร ซื้อขายแลกเปลี่ยนข่าว และสืบความลับ

ฟังถึงตรงนี้ไม่มีใครแปลกใจอีกแล้ว เหตุใดเถ้าแก่เนี้ยผู้ร่ำรวยจะซื้อตำหนักไม่ได้เล่า

‘มือซ้ายยื่นถุงเงินหนาหนักให้แก่พระสนมอีกเจ็ดคนที่เคยอยู่ร่วมในตำหนัก เท้าขวายันก้นพวกนางออกจากตำหนักอย่างไม่ยั้งมือ’

บัดนี้ตัวอันธพาลเสิ่นจิ้งอี้ จึงกลายเป็นเจ้าของตำหนักใหญ่แต่เพียงผู้เดียว

เมื่อที่ทางพร้อม เงินพร้อมคนพร้อม เสิ่นเป่าหลินจึงเปิดกิจการบ่อนการพนันอย่างใหญ่โต สี่ห้องชั้นล่างของตำหนัก ถูกนางใช้เป็นบ่อน จ้างเจ้ามือฝีมือดีซึ่งเป็นขันทีหรือทหารลาดตระเวน จ้างนางกำนัลมาปรนนิบัติแขกเหรื่อ ทั้งของว่างน้ำร้อนน้ำชาล้วนพร้อมสรรพ

หากมีคำนินทาเข้าหู พญาแร้งสาวนอกจากจะไม่ใส่ใจแล้วนางยังหัวเราะชอบใจอีกด้วย “นางเป็นแค่เป่าหลินเล็ก ๆ ผู้หนึ่ง ไม่รู้จักเจียมตัว วันใดฮองเฮาคิดจะกำจัดนาง แค่โบกพระหัตถ์เพียงครั้งเดียว ศีรษะเล็ก ๆ ของนาง ก็หลุดจากบ่าแล้ว”

“เสียก็แต่ฮองเฮากับเสิ่นเป่าหลิน เหมือนน้ำบ่อไม่ยุ่งกับน้ำคลองนะสิ” ขันทีผู้หนึ่งพูดจีบปากจีบคอ พลางค้อนนางกำนัลน้อยที่ช่างสงสัยเป็นวงเล็ก ๆ

‘ใคร ๆ ต่างพากันพูดว่า ฮองเฮาคือปีศาจร้ายแห่งวังหลัง แต่คำพูดนี้ใช้กับแคว้นมู่ไม่ได้ ถึงแม้ฮองเฮาจะร้ายกาจดั่งนางมาร แต่หากจะเทียบกับเป่าหลินผู้นั้นแล้ว ยังห่างชั้นกันไกลลิบ อย่างไรฮองเฮาก็ยังยึดถือกฎธรรมเนียมอย่างเคร่งครัด แต่อันธพาลอย่างเสิ่นจิ้งอี้แค่ได้ยินเรื่องกฎธรรมเนียม ก็ผายลมใส่ แล้วนอนแคะขี้หูเสียแล้ว

ที่ผ่านมา ใช่ว่าฮองเฮาจะไม่รู้เรื่องของเสิ่นจิ้งอี้ แต่เมื่อทั้งคู่มีผลประโยชน์ร่วมกัน งานใดต้องลุยน้ำครำหลิวฮองเฮาไม่สู้ยืมมือเสิ่นเป่าหลินไปจัดการจะไม่ดีกว่าหรือ ปิ่นทองปิ่นหยกนางมีมากมายจนใช้ไม่หมด แค่จ้างเสิ่นจิ้งอี้ลงมือ ก็ประหยัดแรงประหยัดเวลาของนางไปได้ตั้งเยอะ มิสู้นางเอาเวลาไปแย่งชิงความโปรดปราน กำจัดพระสนมที่ฝ่าบาทโปรดปราน หรือใช้เส้นสายช่วยตระกูลเดิมของตนเอง แผ่กิ่งก้านสาขาในราชสำนักเสียยังจะดีกว่า

ส่วนเสิ่นเป่าหลิน สนใจแต่เรื่องของชนชั้นล่างในวังหลัง วันวันนอกจากดีดลูกคิด กับนับก้อนเงินขาว ๆ แล้ว ก็ไม่สนใจเรื่องอื่นอีก’

“ทางที่ดี หากเจ้าอยากใช้ชีวิตอยู่ในวังให้สบาย อย่าคิดมีปัญหากับพญาแร้งผู้นั้นจะดีกว่า” ขันทีเฒ่าเอ่ยเตือนเป็นประโยคสุดท้าย ก่อนจะลอยหน้าลอยตาจากไป

*

ที่ชั้นสองของตำหนักเหลียนฮวาบานค่ำ ในห้องนอนที่มีกลิ่นสะอาดสดชื่น ไม่เข้ากับเสียงโหวกเหวกโวยวายของบ่อนการพนันเลยสักนิด

บุรุษชุดดำที่หลบซ่อนตัวอยู่หลังเตียงนอน ที่ยัดขนเป็ดเอาไว้จนฟูนุ่ม ถึงสติจะเลือนราง แต่นับว่าได้ฟังทุกอย่างตั้งแต่ต้นจนจบไม่ขาดไปแม้แต่คำเดียว

“ที่แท้วังหลังของข้า ครึกครื้นถึงเพียงนี้”

กดติดตามเราเอาไว้ อัพเมื่อไรแจ้งเตือนทันทีจ้า

[1] เป่าหลิน (寶林) ตำแหน่งสนมระดับล่างในองค์จักรพรรดิ ขั้น 6

[2] ปาสืออียวี่ชี (八十一禦妻) "แปดสิบเอ็ดสนมชั้นล่าง" มีทั้งหมด 3 ตำแหน่ง โดยกำหนดตำแหน่งละ 27 คน รวมทั้งสิ้น 81 คน

ฝากนิยายที่กำลังจัดโปรลดราคาด้วยจ้า

วันสุดท้ายแล้วน้า

กดลิงก์ไปเลยงับ https://shorturl.asia/3pQdN

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...