โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ค่าระวางพุ่งรับตรุษจีน เรือขนส่ง Maersk ถูกโจมตีที่ทะเลแดงส่งท้ายปี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 ม.ค. 2567 เวลา 07.23 น. • เผยแพร่ 04 ม.ค. 2567 เวลา 07.07 น.

สรท.เผยส่งท้ายปี 2566 สายเรือ Maersk ยังถูกกลุ่มฮูตีโจมตีบริเวณทะแดง ค่าระวางเรือปรับขึ้นเฉลี่ย 250-1,100 เหรียญสหรัฐต่อตู้ ขนส่งยาวขึ้น 10-15 วัน เผยใกล้เข้าเทศกาลตรุษจีน จีนเร่งนำเข้าตู้เปล่า หวั่นดันค่าระวางเรือพุ่ง แนะ 5 ข้อเสนอเร่งแก้ไข ชี้จะมีการหารือร่วมทุกฝ่าย 11 มกราคมนี้

วันที่ 4 มกราคม 2567 นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) หรือสภาผู้ส่งออก เปิดเผยว่า จากกรณีกลุ่มฮูตีโจมตีเรือขนส่งคอนเทนเนอร์บริเวณช่องแคบ Bab al-Mandab ในทะเลแดง ในเดือนธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้สายเรือคอนเทนเนอร์หลักประกาศเปลี่ยนเส้นทางการเดินเรือจากเดิมผ่านคลองสุเอซ ไปอ้อมแหลมกู๊ดโฮป ตั้งแต่ 15 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา ส่งผลโดยตรงต่อระยะเวลาในการเดินเรือยาวนานขึ้นประมาณ 10-15 วัน ก่อให้เกิดภาระต้นทุนค่าเชื้อเพลิงในการเดินเรือตามระยะทางที่เพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายอื่นตามจํานวนวันที่เพิ่มขึ้น

ดังนั้น สายเรือจึงประกาศเรียกเก็บค่าระวางและค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่ม อาทิ เรียกเก็บค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มจากผู้ส่งสินค้าที่ต้องการส่งสินค้าไปยังตะวันออกกลาง ยุโรป และเมดิเตอร์เรเนียน นอกเหนือจากค่าระวางที่ปรับเพิ่มขึ้นในอัตรา 250-800 เหรียญสหรัฐต่อตู้ 20 ฟุต และ 500-1,100 เหรียญสหรัฐต่อตู้ 40 ฟุต หรือกรณีที่ต้องการส่งสินค้าเข้าไปยังท่าเรือในทะเลแดง จะเรียกเก็บค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มเท่ากับ 1,575 เหรียญสหรัฐต่อตู้ 20 ฟุต และ 2,700 เหรียญสหรัฐต่อตู้ 40 ฟุต เป็นต้น

สําหรับผู้ส่งสินค้าที่มีสินค้าขนส่งระหว่างทาง บรรทุกสินค้าลงเรือก่อนเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ทะเลแดง สายเรือมี 2 ทางเลือกให้กับผู้ส่งสินค้า คือ

1) ส่งสินค้ากลับต้นทาง

2) ยินยอมให้สายเรือเปลี่ยนเส้นทางอ้อมไปแหลม Good Hope ทําให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่มจากที่ตกลงไว้ในสัญญาการขนส่ง

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ประกอบกับผู้ส่งออกจีนใกล้เข้าสู่ช่วง High Season จึงมีแนวโน้มในการดึงตู้เปล่าจากทั่วโลกเข้าไปยังประเทศจีน และเสนอค่าระวางในอัตราสูง ทําให้สายเรือทยอยปรับขึ้นค่าระวางการขนส่งไปยังทุกตลาดทั่วโลก ก่อให้เกิดความกังวลว่าจะมีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจในวงกว้าง ส่งผลให้สหรัฐอเมริกาและชาติพันธมิตร มีการจัดตั้งกองกําลังทางทหารเฉพาะกิจเรียกว่า Operation Prosperity Guardian เพื่อคุ้มครองการเดินเรือพาณิชย์ในทะเลแดงและทะเลอาหรับ ส่งผลให้สายเรือมีความมั่นใจในระดับหนึ่ง และประกาศกลับมาเดินเรือในเส้นทางอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2566 สายเรือ Maersk ประกาศอัพเดตสถานการณ์ล่าสุดว่า เรือขนส่งคอนเทนเนอร์ชื่อว่า Maersk Hangzhou ถูกกลุ่มฮูตีโจมตีและพยายามเข้ายึดเรือในบริเวณทะแดง แม้ว่ากองกําลังพันธมิตรจะสามารถสกัดกั้นการโจมตีดังกล่าวได้ แต่ได้เพิ่มความกังวลต่อความปลอดภัยของเรือ ลูกเรือ และสินค้า ส่งผลให้สายเรือ Maersk ต้องประกาศหยุดเดินเรือผ่านทะเลแดงอีกอย่างน้อย 48 ชั่วโมง โดยให้เจ้าของสินค้าติดตามสถานการณ์และความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดผ่านเว็บไซต์ของสายเรือ

อย่างไรก็ดี สรท.ได้พิจารณา แนวทางดําเนินการเพื่อขอรับการสนับสนุนจากสายเรือเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อผู้ส่งออกและผู้นําเข้าของไทย ดังนี้

1.สําหรับสินค้าที่อยู่ระหว่างการขนส่ง โดยบรรทุกลงเรือก่อนการประกาศเปลี่ยนแปลงเส้นทางการเดินเรือ ขอให้สายเรือคงค่าระวางเท่าเดิมตามสัญญาการขนส่งที่ได้ตกลงไว้กับผู้ส่งสินค้า

2.สําหรับการจองระวางการขนส่งใหม่ ขอให้สายเรือเรียกเก็บค่าระวางและค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจริง ทยอยปรับขึ้นแบบขั้นบันได และแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

3.ขอให้สายเรือเจรจากับท่าเรือเพื่อขอขยายระยะเวลา Free Time ในท่าเรือเป็น 21 วัน จากปกติ 3-7 วัน เพื่อลดต้นทุนกองเก็บตู้ในท่าเรือส่วนที่เกินเวลาที่กําหนด และขยายระยะเวลาการใช้ตู้คอนเทนเนอร์เพื่อลดต้นทุน Demurrage/Detention ให้กับผู้ส่งสินค้า เนื่องจากการเดินเรือที่มีระยะทางไกลมากขึ้น อาจเกิดปัญหาการล่าช้าของเรือในท่าเรือถ่ายลํา และผู้ส่งสินค้าจําเป็นต้องเพิ่มระยะเวลาสําหรับการจัดหาบริการขนส่งทางเลือกเพื่อส่งสินค้าไปยังสถานที่ส่งมอบสินค้าเดิมหรือที่ใหม่

4.ขอให้สายเรือเพิ่มจํานวนเรือในเส้นทางเอเชีย-ยุโรปให้เพียงพอต่อปริมาณสินค้าและรักษาความถี่ในการให้บริการเท่าเดิม เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างระวางเรือ ปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ และสินค้าในตลาด ให้สินค้าสามารถส่งออกได้ตามกําหนด

5.ขอให้สายเรือแจ้งอัพเดตข้อมูลเส้นทางและระยะเวลาในการเดินเรือ ค่าระวางและค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มที่เป็นปัจจุบันให้ผู้ส่งสินค้าทราบ

ทั้งนี้ กําหนดให้มีการประชุมหารือร่วมกันระหว่างกระทรวงพาณิชย์ สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง และตัวแทนบริษัทสายเรืออีกครั้งในวันที่ 11 มกราคม 2567 เพื่อติดตามสถานการณ์ และแนวทางการช่วยเหลือผู้ส่งออก ผู้นําเข้าของไทย ตามข้อเสนอข้างต้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...