ศูนย์ปราบปรามโจรกรรมรถยนต์ฯ ตร.ภูธรภาค 5 จับรถหรู ‘สวมทะเบียน สวมซาก’
วันที่ 28 สิงหาคม 2562 เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ตำรวจภูธรภาค 5 (ศปจร.ภ.5) โดย พล.ต.ต.จำนงบค์ รัตนกุล รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 (รอง ผบช.ภ.5) พล.ต.ต.สุรพล เปรมบุตร ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 (ผบก.สส.บช.ภ.5) แถลงข่าว ตรวจยึดรถยนต์ผิดกฎหมาย จำนวน 14 คัน
พล.ต.ต.จำนงบค์ รัตนกุล รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 (รอง ผบช.ภ.5) เปิดเผยว่า รถยนต์ของกลาง ทั้งหมด 14 คัน มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ที่เจ้าหน้าที่ทำการตรวจยึดครั้งนี้ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มรถยนต์สวมทะเบียน โดยนำทะเบียนรถที่เกิดอุบัติเหตุชำรุดเสียหายในสภาพที่ไม่สามารถนำมาซ่อมแซมใช้งานได้ตามปกติ หรือซ่อมแล้วไม่คุ้มค่าซ่อม ไปสวมเข้ากับรถยนต์ที่ได้มาโดยผิดกฎหมาย มี 7 คัน ส่วนรถกลุ่มที่ 2 เป็นรถยนต์ที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านการเสียภาษีศุลกากร จำนวน 5 คัน และรถยนต์กลุ่มที่ 3 เป็นรถยนต์ที่นำทะเบียนรถคันอื่นมาสวมกับรถของตนเอง เพื่อใช้งานทั่วไป อีกจำนวน 2 คัน
ปัจจุบัน รถยนต์ที่ปลอม หรือสวมทะเบียน และนำมาวิ่งบนท้องถนนหลบเลี่ยงการตรวจจับความเร็วมีจำนวนมากขึ้น ถือว่าเป็นรถที่ผิดกฎหมาย รถยนต์กลุ่มนี้ เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนสอบสวนและติดตามตรวจสอบข้อมูลเพื่อดำเนินคดีกับผู้ใช้รถ ขณะที่วิธีการของกลุ่มมิจฉาชีพที่ได้รถยนต์ผิดกฎหมายมาจำนำไปดัดแปลงเลขตัวถังรถยนต์เพื่อให้ตรงกับตัวถังหรือเลขทะเบียนของซากรถยนต์ที่ซื้อมาจากบริษัทประกันตัว หรือรถยนต์ที่ชำแหละ ก่อนจะนำไปจดทะเบียนกับขนส่งทางบก หากไม่ตรวจสอบอย่างละเอียดจะไม่ทราบว่า เป็นรถยนต์ที่สวมทะเบียนมา
อย่างไรก็ตาม ประชาชนที่จะซื้อรถรถยนต์มือสองมาใช้งาน ขอให้ตรวจสอบประวัติรถอย่างละเอียด ทั้งการตรวจสอบคู่มือรถว่ามีการออกเล่มใหม่แทนเล่มเดิมที่สูญหายหรือชำรุดหรือไม่ ตรวจสอบดูว่า เป็นรถที่ประมูลมาจากบริษัทประกันภัยหรือไม่ และผู้ขายต้องเป็นผู้ที่เรารู้จัก หรือสามารถติดตามได้กรณีเกิดปัญหา และไม่ควรนำป้ายทะเบียนรถคันอื่นมาติดเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับความเร็วของเจ้าหน้าที่ตำรวจ