โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิเคราะห์ ‘รัตนศาสตร์’ ภาษาของหนูรัตน์ที่คืนความสุขให้ประชาชนในวันที่ดือ

becommon.co

อัพเดต 05 ส.ค. 2562 เวลา 11.25 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2562 เวลา 03.48 น. • common: Knowledge, Attitude, make it Simple

สำหรับใครที่อ่านชื่อบทความแล้วขมวดคิ้ว แสดงว่าคุณอาจจะยังไม่รู้จัก ‘หนูรัตน์’ อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังแห่งยุค

เราติดตามหนูรัตน์มาตั้งแต่ “สวัสดีค่า หนูจื้อนางสาวธิดาพร ชาวคูเวือง จื้อเล่นจื้อหนูรัตน์ อายุ 23 ปีแล้ว” มาจนถึง…

“สวัสดีค่า หนูจื้อนางสาวธิดาพร ชาวคูเวือง จื้อเล่นจื้อหนูรัตน์ อายุ 25 จะ 26 ปีแล้วนะค้า”

(photo: ธิดาพร ชาวคูเวียง)

ประโยคดังกล่าวถือได้ว่าเป็น Must-Have ในแทบทุกคลิปของ ‘หนูรัตน์’ หรือ ธิดาพร ชาวคูเวียง สาวนักแสดงและอื่นๆ (ที่บอกว่าและอื่นๆ เพราะเธอทั้งเล่นละครที่คิดบทเอง เล่นเอง ยิงเอง เจ็บเอง ทั้งอัดคลิปร้องเพลงพร้อมเต้นประกอบ ไปจนถึงรับงานกินชาบู)

นอกจากละครโฮมเมดที่เธอทำแล้ว ชื่อเสียงเธอยังโด่งดังจนได้เล่นภาพยนตร์เรื่องหลวงตามหาเฮง สงกรานต์แสบสะท้านโลกันต์ และ หอแต๋วแตก แหกต่อไม่รอแล้วนะ

(photo: ธิดาพร ชาวคูเวียง)

ผลงานของเธอมักมีพล็อตเรื่องที่เรียบง่าย และตรงไปตรงมา เป้าหมายในชีวิตอย่างหนึ่งที่เธอกล่าวเสมอ คือเธออยากมีชื่อเสียงเพื่อหาเงินไปให้พ่อแม่ เมื่อคนดูรู้ถึงเบื้องหลังความตั้งใจ พวกเขาจึงยิ่งดูละครสนุกขึ้น แถมยังเอ็นดูเธอมากขึ้นอีกด้วย

หนูรัตน์บกพร่องทางการได้ยิน ทำให้พูดไม่ค่อยชัด จนเกิดการสร้างคำใหม่เป็นภาษาตัวเองอยู่ตลอดเวลา ซึ่งภาษาแปลกๆ นี่แหละที่หลายคนให้ความสนใจและใช้ร่วมกัน รวมทั้งเผยแพร่ออกไปสู่วงกว้าง

ถ้าถามว่ากว้างประมาณไหน ก็จะตอบว่ากว้างประมาณนี้

บริการแปลภาษา: วันที่ดือ แปลว่า วันที่ดี (photo: KFC)
(photo: Akkara)

เธอนับเป็นผู้มีอิทธิพลต่อโลกไซเบอร์อย่างมากคนหนึ่ง มีผู้ติดตามบนเฟซบุ๊กกว่าแสนคน ดังขนาดมีเอฟซีไปตั้งเพจแยกชื่อเพจ ‘หนูรัตน์’ ที่มียอดติดตามกว่าแสนเช่นกัน

นอกจากนี้ยังมีคนเอาชื่อหมาของเธอมาตั้งเป็นเพจอีกด้วย (ปุ๊กกี้ ชาวคูเวียง) ซึ่งแน่นอนว่าภาษาราชการที่ใช้ในเพจเหล่านี้คือภาษาหนูรัตน์

(photo: ธิดาพร ชาวคูเวียง)

นอกจากเพจที่ผุดขึ้นมาหลายต่อหลายเพจแล้ว ยังมีอีกหนึ่งกลุ่มลับ (เอฟตี มาติมาติ) ที่ถ้าไม่ใช่แฟนคลับตัวจริงคงไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป โดยคำอธิบายของกลุ่มนี้คือ “ชมรมเรียนภาษารัตนศาสตร์ เฉพาะเอฟตี อย่ามาทำร้ายหนู” 

จากที่เล่ามาดูท่าว่ารัตนศาสตร์กำลังมาแรงมาก common จึงอยากวิเคราะห์ปรากฏการณ์นี้ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ภาษากำลังวิบัติ หรือกำลังวิวัฒน์ แล้วจะเป็นไปได้ไหมหากภาษานี้มีผู้คนนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย จนกระทั่งได้รับการบัญญัติเป็นคำศัพท์จริงๆ

(photo: ธิดาพร ชาวคูเวียง)

รัตนศาสตร์ บทที่ 1

ภาษารัตนศาสตร์เบื้องต้น

ก่อนที่จะลงรายละเอียด ขออธิบายความเป็นมาและลักษณะของภาษาหนูรัตน์อย่างคร่าวๆ ก่อน ด้วยความที่หนูรัตน์บกพร่องทางการได้ยิน ทำให้ภาษาส่วนใหญ่เพี้ยนไป ดังนี้ 

1. การเพี้ยนเชิงเสียง 

ตัวอย่าง

ลุ้ย = ลุค
เหมียน = เหมือน
ตำบือ = ตำบล
ขนมป๊อกกะแลต = ขนมช็อกโกแลต

จะเห็นว่าเสียงที่เพี้ยนไป อาจเป็นสระที่เปลี่ยน พยัญชนะ หรือไม่ก็ทั้งสอง

2. การย่อคำให้สั้นลงด้วยการตัดคำ 

ตัวอย่าง

สยามก้อน = สยามพารากอน
รูปสมัย = รูปสมัยก่อน
ส่งโลชั่น = ส่งโลเคชั่น

3. การเปลี่ยนรูปประโยค

ตัวอย่าง จากละครคนเจ้าชู้ คนหลายใจ ตอน รักกันไม่ได้ 

“ต้องกลับไปคุยกับหนูรัตน์เถอะ หนูรัตน์สงสาร”

โดยปกติหากเป็นประโยคคำสั่งโดยใช้คำว่า ‘ต้อง’ ประโยคนี้จะเขียนได้ว่า “ต้องกลับไปคุยกับหนูรัตน์” และหากเป็นประโยคขอร้องโดยใช้คำว่า ‘เถอะ’ จะได้ว่า “กลับไปคุยกับหนูรัตน์เถอะ” แต่ในกรณีนี้ดูเหมือนว่าเธอจะเอาประโยคคำสั่งและประโยคขอร้องมารวมกัน จนเกิดเป็นประโยคดังกล่าว
“ผมก็คุยเรื่องของธุระของส่วนตัวคับผม ผมก็ไม่รู้หรอก”

ประโยคนี้มีการใช้คำบุพบททั้งๆ ที่ละได้ โดยส่วนมากในภาษาพูด คนนิยมละคำบุพบทแสดงความเป็นเจ้าของเพื่อให้ประโยคกระชับ เช่น “ผมก็คุยเรื่องธุระส่วนตัวคับผม” จะเห็นว่าเมื่อไม่มีคำว่า ‘ของ’ ผู้ฟังก็ยังสามารถเข้าใจประโยคได้ นอกจากนี้หนูรัตน์ยังเลือกใส่คำว่า ‘ของ’ ที่แหวกจากระบบไวยกรณ์ปกติ ทำให้ความหมายในเชิงไวยกรณ์เปลี่ยน แต่คนไทยระดับเจ้าของภาษายังสามารถทำความเข้าใจได้

ละครคนเจ้าชู้ คนหลายใจ ตอน รักกันไม่ได้ นำแสดงโดยหนูรัตน์ (photo: ธิดาพร ชาวคูเวียง)

จากการสังเกตคร่าวๆ จนได้มา 3 ทฤษฎี จะเห็นว่าภาษาหนูรัตน์อาจเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น ความไม่รู้ (Ignorance) ความบกพร่องทางร่างกาย (ที่ทำให้ออกเสียงได้ไม่ชัด) และอื่นๆ แต่ประเด็นคือเมื่อเกิดภาษาเหล่านี้ขึ้นมา กลับกลายเป็นที่ชื่นชอบของคนบางกลุ่ม

(photo: ธิดาพร ชาวคูเวียง)

รัตนศาสตร์ บทที่ 2

ไม่มีวันวิบัติกันไม่ได้?

ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลยที่คนเราจะชอบภาษาที่ผิดเพี้ยนจากแบบแผนไปบ้าง หลายๆ ครั้งเราบังเอิญสร้างคำใหม่จากความผิดพลาด เช่น การพิมพ์คำว่า ‘เทพ’ เป็น ‘เมพ’ จนกลายเป็นกระแส หรือบางทีก็จงใจสร้างคำผิดขึ้นมาเพื่อให้แปลกตา หรือแสดงอารมณ์ เช่น ‘ใช่ไหม’ เป็น ‘ชิมิ’

การใช้ภาษาที่ไม่ถูกมาตรฐานเช่นนี้มักจะโดนต่อต้านและกล่าวขานว่า ‘ภาษาวิบัติ’ อยู่เนืองๆ แต่อันที่จริงภาษาที่ยังไม่ตายย่อมเกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นปกติ ทั้งนี้นักภาษาศาสตร์บางคนชี้ว่าคำคะนอง หรือคำแสลงดังกล่าวเป็นเพียง การเปลี่ยนแปร (Variation) เพราะไม่นานก็จะหมดความนิยมไป ต่างจาก การเปลี่ยนแปลง ที่ถาวรกว่า

นอกจากนี้ ครูทอม คำไทย ยังเคยกล่าวไว้ว่า “ภาษาวิบัติไม่มีอยู่จริง อย่างคำว่า บ่องตง จุงเบย นะครัช นะครัส ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงทางภาษา เป็นกลวิธีการสร้างคำอีกอย่างหนึ่ง การใช้คำเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่ควรจะรู้ว่าต้นแบบคือคำอะไร ต้องใช้ให้ถูกต้องตามกาลเทศะ เมื่อไหร่ควรใช้ เมื่อไหร่ไม่ควรใช้” ทำให้บางคนนิยามคำวิบัติที่มีความหมายเชิงลบเสียใหม่ว่า ‘ภาษาอุบัติ’

การใช้ภาษาเฉพาะกลุ่มที่ผิดแผกไปจากหลักการเดิมๆ อาจทำให้เรารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มที่มีบางอย่างร่วมกัน ทำให้บทสนทนามีสีสันมากขึ้น หรือรู้สึกได้ขบถเล็กๆ จากการพลิกแพลงภาษาด้วยความคิดสร้างสรรค์ และอย่างที่ครูทอมได้กล่าวไว้ ตราบใดที่เราไม่ลืมการเขียนที่ถูกต้อง และใช้ได้อย่างถูกกาลเทศะ การใช้คำแสลงพวกนี้ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนัก

คำแสลงไม่ได้ใช้เพียงเพื่อสื่อสารอย่างมีอรรถรสเท่านั้น แต่มันยังสามารถระบุได้ว่าผู้พูดเป็นคนสมัยไหน เช่น หากได้ยินใครพูดคำว่า ‘จ๊าบ’ เราคงเดาได้ว่าผู้พูดน่าจะเติบโตมาในยุค 90s 

ไม่แน่ต่อไปภาษาหนูรัตน์อาจจะเป็นหมุดปักให้กับยุค 2010s หรืออาจจะยาวนานกว่านั้นก็ได้

(photo: ธิดาพร ชาวคูเวียง)

รัตนศาสตร์ บทที่ 3

เกียม (เตรียม) จดค่ะ

จากเพจหนูรัตน์และกลุ่มเรียนภาษารัตนศาสตร์ จะเห็นได้ว่ามีคนลิสต์คำและความหมายของภาษาหนูรัตน์ออกมามากมาย หากลองเสิร์ชกูเกิลก็จะพบว่าบางคำถึงกับมีคนตั้งกระทู้ถามในเว็บไซต์พันทิปด้วย เป็นไปได้ไหมว่าคำเหล่านี้จะถูกบัญญัติลงพจนานุกรมจริงๆ เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน

คำตอบก็คือ เป็นไปได้! 

ที่เราคิดเช่นนั้นเพราะเราเจอคำว่า ‘โซแซ้ด’ ‘เวียนเฮ้ด’ ‘ลูกอีช่าง…’ ‘มคปด.’ (หมาคาบไปแดก) และอีกหลายๆ คำที่ไม่คิดว่าจะเจอในพจนานุกรม!

พจนานุกรมที่ว่านี้ คือ พจนานุกรมคำใหม่ ที่ราชบัณฑิตยสถานได้จัดทำขึ้นเพื่อรวบรวมคำที่เปลี่ยนแปลงการใช้ หรือเปลี่ยนแปลงความหมายไปจากเดิม

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สิ่งหนึ่งที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อการเปลี่ยนแปลงคือสื่อต่างๆ ซึ่งหากมีคำหรือวลีภาษาหนูรัตน์ไหนเป็นที่นิยมมากจนสื่อนำไปใช้อย่างแพร่หลาย ก็แสดงว่าคำหรือวลีดังกล่าวสามารถทำให้เรามีการสื่อสารไปในทางเดียวกัน และยิ่งเพิ่มความเป็นไปได้ที่จะบัญญัติความหมายให้เป็นเรื่องเป็นราว

โดยประเภทที่คิดว่าน่าจะเป็นไปได้ที่สุดคือการย่อคำให้สั้นลงด้วยการตัดคำ ซึ่งมีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง และไม่ได้ทำให้เสียงหรือความหมายเพี้ยนไปเท่าไร ตัวอย่างเช่น

เหลส
น. สร้อยคอหรือสร้อยข้อมือ ทําด้วยโลหะสีขาวหรือทอง ส่วนหนึ่งมีลักษณะเป็นแผ่นแบนๆ เช่น ผู้ชายหลายคนนิยม ใส่เหลส. (ตัดมาจาก อ. stainless).

(photo: ธิดาพร ชาวคูเวียง)

จากตัวอย่างจะเห็นว่าการตัดคำให้สั้นลงเช่นนี้ เป็นสิ่งที่คนไทยนิยมทำกันอยู่แล้ว ดังนั้นหากมีการใช้คำว่า ‘ส่งโลชั่น’ แทน ‘ส่งโลเคชั่น’ บ่อยเข้า คำว่า ‘โลชั่น’ ที่ตัดมาจาก location อาจจะได้รับการบัญญัติลงพจนานุกรมคำใหม่ก็ได้

(photo: ธิดาพร ชาวคูเวียง)

รัตนศาสตร์ บทที่ 4

คืนความสุข

การที่มีคนหันมาทำความรู้จักภาษาหนูรัตน์ นัยหนึ่งก็แสดงให้เห็นว่าผู้คนพยายามเข้าใจในสิ่งที่เธอพูด แม้ว่าเธอจะพูดไม่ชัดหรือเสียงเพี้ยนไป 

ความบกพร่องไม่ใช่อุปสรรคหากเราเปิดใจสื่อสารกันจริงๆ และเป็นเรื่องน่าดีใจที่หนูรัตน์สามารถสร้างความสุขให้ผู้คน ในขณะที่ผู้คนก็รับฟังและทำความเข้าใจเธอเป็นการมอบความสุขกลับไป หวังว่าทุกคนจะใช้ความบกพร่องให้เกิดผลดีต่อทั้งสองฝ่ายเช่นนี้ไปเรื่อยๆ และไม่ล้อเลียนเธอเสียๆ หายๆ 

ท้ายที่สุด สิ่งสำคัญอาจไม่ใช่ข้อสรุปที่ว่าภาษาหนูรัตน์เป็นภาษาวิบัติหรือไม่ แต่คือความจริงที่ว่า ความเปลี่ยนแปลงและความเพี้ยนแพลงของภาษานี้ ได้บำบัดความทุกข์ของคนไทยจากความตึงเครียดที่กดทับมานักต่อนัก 

และตราบใดที่ภาษายังไม่ตาย การเปลี่ยนแปลงทำนองนี้ก็จะเกิดขึ้นเรื่อยๆ เมื่อ ‘วันที่ดือ’ จบลง เราก็จะเข้าสู่วันใหม่ และบำบัดความทุกข์กันต่อไป

(photo: ธิดาพร ชาวคูเวียง)

ก่อนจากกันวันนี้ เราขอฝากโควตดีๆ จากหนูรัตน์ที่ทรงพลังไม่แพ้ไลฟ์โค้ชคนใด

“คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะทำดือได้”

 

อ้างอิง:

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...