โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

วัลลภ ตรีฤกษ์งาม ผ่านปี 2563 มาได้ ไม่มีอะไรยากสำหรับ "ซูซูกิ"

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 27 ม.ค. 2564 เวลา 08.04 น. • เผยแพร่ 27 ม.ค. 2564 เวลา 08.04 น.

 

สัมภาษณ์

ถือเป็นค่ายรถยนต์ 1 ใน 3 ที่สามารถฝ่าคลื่นยักษ์ของ “โควิด-19” ที่หลายคนต้องเผชิญมาได้อย่างน่าพอใจ สำหรับ ค่ายซูซูกิ สามารถปรับตัวและทำงานร่วมกับผู้แทนจำหน่าย รวมทั้งพันธมิตรต่าง ๆ อย่างรอบด้าน รวมทั้งยังสามารถจับความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด ภายใต้แนวทางของการวางกลยุทธ์การทำตลาดอย่างชัดเจน

อะไรคือความสำเร็จของปีที่ผ่านมา และปี 2564 นี้ซูซูกิจะสามารถต่อยอดความสำเร็จดังกล่าวได้อย่างไร วันนี้ “วัลลภ ตรีฤกษ์งาม” กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อไปสู่เป้าหมายอดขายที่ 3 หมื่นคันจะเป็นอย่างไร ไปติดตามกัน

Q : อะไรทำให้ซูซูกิยอดขายไม่ตก

สำหรับยอดขายรถยนต์ในปีที่ผ่านมา จะเห็นว่ายอดขายโดยรวมจะอยู่ที่ประมาณ 793,000 คัน ลดลง 21% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ดีกว่าการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ ที่มองว่าอาจจะลดลงไปถึง 25% หรือตกลงไปถึง 40% เมื่อครั้งเราต้องเผชิญกับโควิดใหม่ ๆ แต่จะเห็นว่าหลังจากประเทศไทย รัฐบาลเริ่มมีการใช้มาตรการคลายล็อกดาวน์ และต้องบอกว่าการจัดอีเวนต์อย่างงานบางกอก มอเตอร์โชว์ 2020 ได้นั้น แม้ว่าจะต้องเลื่อนออกมาหลายครั้งเป็นการสร้างความมั่นใจให้

ไม่เฉพาะแต่อุตสาหกรรมยานยนต์เท่านั้น แต่เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับทุกคน พร้อมกลับมาขับเคลื่อนธุรกิจกันต่อไป ตลาดเริ่มกลับมา สถานการณ์เริ่มผ่อนคลาย และเริ่มมีสัญญาณการเติบโต 2% ในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นผลมาจากยอดจองรถยนต์สะสม จากการจัดงานมอเตอร์โชว์ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งหากเป็นช่วงสถานการณ์ปกติ เดือนกันยายนจะเป็นเดือนที่มียอดขายไม่มากนั้นสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ จากนั้นทุกอย่างก็ค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับจนจบปี

จะเห็นว่ามีเพียงค่ายรถยนต์ 3 ค่ายเท่านั้นที่มียอดขายเติบโตเพิ่มขึ้น คือ อีซูซุโต 7% ซูซูกิโตเกือบ 7% ใกล้เคียงเอ็มจี ทั้งนี้ซูซูกิทำได้ 32,528 คัน จากปี 2562 ที่ทำได้ 29,908 คัน

โดยจะเห็นว่าสถาบันการเงินเริ่มเข้มงวดมาตั้งแต่ปลายปี 2562 และยังส่งผลสะท้อนมาต้นปี 2563 ที่ผ่านมาโดยเฉพาะรถยนต์นั่งขนาดเล็กอีโคคาร์ได้รับผลกระทบเต็ม ๆ ต่างจากรถปิกอัพที่ต้องใช้เพื่อการขนส่ง

Q : อะไรทำให้ซูซูกิซักเซส

สำหรับซูซูกิ อย่างที่บอกว่าสินค้าหลักของเราจะเป็นรถยนต์อีโคคาร์ ซึ่งสถาบันการเงินเริ่มมาตรการความเข้มงวดมาตั้งแต่ปี 2562 แล้ว แต่ซูซูกิเรายังสามารถมียอดลดน้อยกว่าตลาดโดยรวมได้

สิ่งที่ทำให้เราประสบผลสำเร็จคือ การเดินหน้าสร้างความสัมพันธ์กับสถาบันการเงิน ไฟแนนซ์อย่างต่อเนื่อง เน้นการทำงานร่วมกัน โดยเฉพาะการทำแคมเปญเพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้มากที่สุด กับอัตราการปล่อยสินเชื่อต่ำลง

อย่างในเดือนธันวาคมที่เริ่มมีสัญญาณของโควิดระลอกใหม่ เราได้ร่วมกับสถาบันการเงินและดีลเลอร์เพื่อช่วยกัน “มอนิเตอร์” ลูกค้า และเร่งเจรจากับลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าออกรถ-รับรถในเดือนธันวาคม

เนื่องจากซูซูกิต้องทำงานแข่งกับสัญญาณระบาดของโควิดรอบสอง อีกส่วนที่ทำให้ยอดซูซูกิโต คือเซเลริโอ้โตถึง 228% เนื่องจากปี 2563 ที่ผ่านมา เป็นการฉลองครบรอบ 100 ปีของซูซูกิ มอเตอร์ และบริษัทได้จัดทำรถยนต์ซูซูกิ เซเลริโอ้ราคาพิเศษ มีการปรับราคาลดลง จนปัจจุบันราคาอยู่ที่ 328,000 บาทแล้ว ยังมาเจอกับช่วงโควิดที่ลูกค้าเริ่มมองหาพาหนะในการเดินทางที่เน้นทั้งคุณภาพ ความคุ้มค่า ที่สามารถเป็นเจ้าของได้ง่าย ประหยัดน้ำมัน ซึ่งเซเลริโอ้สามารถมาตอบโจทย์ตรงนี้ได้อย่างพอดี

ปัจจุบันรถรุ่นนี้มีแบ็กออร์เดอร์ 3 เดือน มียอดจองกว่า 1,196 คัน อีกปัจจัยคือการนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ “ซูซูกิ เอ็กซ์แอล7” ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า มียอดจองถึง 3,518 คัน ส่งมอบไปแล้ว 2,560 คัน ซึ่งถือเป็นการเปิดเซ็กเมนต์ใหม่ช่วยเพิ่มยอดขาย ซึ่งเราเพิ่มทางเลือกให้กลุ่มลูกค้าอีโคคาร์ที่ขยับขยายกลุ่มขึ้นมา

และยังสามารถดึงเอาลูกค้าจากค่ายอื่นมาเป็นลูกค้าซูซูกิได้มากขึ้นด้วยลูกค้าอีโคคาร์ของเรามีซื้อเอ็กซ์แอล 7 บ้าง แต่เราได้จากยี่ห้ออื่นซึ่งมาจากบีคาร์ เครื่อง 1.5 ลิตร มาเปลี่ยนเป็นครอสโอเวอร์ เอ็กซ์แอล7 ที่ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ซึ่งมีราคา 8 แสนบาท ช่วยให้ลูกค้าผ่อนต่อเดือนได้ลดลง ซึ่งตรงนี้ช่วยลูกค้าได้ค่อนข้างมาก

Q : โควิดทำให้ลูกค้าเปลี่ยนไปแค่ไหน

แน่นอนที่สุดสิ่งที่เราได้เห็นหลังจากเกิดสถานการณ์โควิดที่ผ่านมา พบว่า พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยน และยังเปลี่ยนธุรกิจ คนหลีกเลี่ยงการใช้รถสาธารณะเพิ่มขึ้น หันมาใช้รถส่วนตัวมากขึ้น และซูซูกิได้ประโยชน์ตรงนั้น โดยคนยังเลือกรถรุ่นได้เหมาะสมกับการใช้งานจริงมากขึ้น สวิฟท์ จีแอล แม็กซ์ เอดิชั่น โดยมามองตัวกลางมากขึ้น ซื้อให้เหมาะสมกับการใช้งานมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังพบว่าออนไลน์แพลตฟอร์มมีบทบาทสูงขึ้นเรื่อย ๆ ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อรถผ่านออนไลน์เพิ่มขึ้น 20% โดยไม่เคยมาโชว์รูมเลย และยังมียอดลูกค้าที่สนใจมุ่งหวังสูงขึ้น 55% นี่เป็นตัวเลขเมื่อปี 2561 ซึ่งปัจจุบันน่าจะเพิ่มขึ้นแน่นอน

ทั้งนี้จะเห็นว่าสัดส่วนโปรแกรมพิเศษ เริ่มตั้งเเต่กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมาเริ่มที่ 7% จนจบที่ 42% ในเดือนธันวาคม หรือทั้งปีมียอดลูกค้าจากโปรแกรมพิเศษสูงถึง 36% ขณะยอดยกเลิกการจองจาก 42% เหลือแค่ 12%

Q : จะสานต่อความสำเร็จในทิศทางไหน

แน่นอนว่า ที่ผ่านมาซูซูกิทำผลงานออกมาได้ค่อนข้างน่าพอใจ และปฏิเสธไม่ได้ว่าเกิดจากความร่วมมือร่วมใจกันของหลาย ๆ ฝ่าย ทั้งพนักงาน เครือข่ายการจัดจำหน่าย ดีลเลอร์ สถาบันการเงิน ฯลฯ ที่ทุกคนช่วยกัน

ดังนั้นปีนี้เราต้องเดินหน้าสานต่อด้วยการมุ่งเน้นการขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้ 4 กลยุทธ์ เพื่อขับเคลื่อนให้บริษัทไปสู่เป้าหมายยอดขาย 30,000 คัน โต 17% ในปีนี้ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตสูงกว่ายอดขายของตลาดโดยรวมที่คาดว่าจะเติบโตเพียง 5% หรือขายที่ 840,000 คัน

เป้าหมายในปีนี้ของเรา ถือเป็นเป้าหมายบนพื้นฐานสถานการณ์เบื้องต้น ที่สถาบันการเงินไม่แพนิกเหมือนปีที่แล้ว เพราะรถยนต์ 80% ต้องใช้สินเชื่อดีขึ้น ต่างจากปีที่แล้วที่ถูกแช่แข็ง โดยใช้กลยุทธ์หลัก โดยมีแนวทางเจาะเข้าไปยังกลุ่มลูกค้าชัดเจน

ซึ่งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ ซูซูกิเตรียมเปิดตัวซูซูกิ สวิฟท์ ใหม่ โมเดล 2022 SWIFT POWER YOU UP ตั้งเป้าขายไว้ปีละ 12,000 คัน แล้วยังจะมีรถซูซูกิรุ่นพิเศษออกมาเพิ่มสีสันในตลาด ควบคู่ไปกับการเดินหน้าทำตลาดร่วมกับสถาบันการเงิน เพื่อนำเสนอแพ็กเกจทางการเงินให้เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของได้ง่าย ทั้งนี้จะเห็นว่าสัดส่วนโปรแกรมพิเศษเริ่มตั้งเเต่กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมาเริ่มที่ 7% จนจบที่ 42%

Q : ยังให้ความสำคัญกับจำนวนเน็ตเวิร์ก

สิ่งที่ซูซูกิทำมาอย่างต่อเนื่อง คือการเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งและความแข็งแรงให้กับผู้แทนจำหน่ายซูซูกิ ไม่ได้ต้องการเน้นจำนวนโชว์รูมศูนย์บริการเยอะ แต่เราต้องการสร้างคุณภาพมาตรฐาน ที่สำคัญ ดีลเลอร์ต้องอยู่ได้ เราจึงมุ่งเน้นกลยุทธ์ในการขยายเครือข่ายการจัดจำหน่าย จำนวนเยอะไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ยอดขายเยอะ

เนื่องจากนักลงทุนถ้าเยอะอาจจะไม่ได้กำไร เน้นเพิ่มเพื่อให้ครอบคลุมกับบริเวณที่ยังไปไม่ถึงมีครบ 76 จังหวัด ยกเว้นแม่ฮ่องสอนปัจจุบันมี 130 แห่ง

ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าภายใน มี.ค. 2565 มี 140 แห่ง ควบคู่การพัฒนาความเป็นเลิศด้านบริการ เราต้องการพัฒนาดีลเลอร์ที่มีอยู่ให้ดีขึ้น

สุดท้าย “วัลลภ” และ “ซูซูกิ” ยังให้ความเชื่อมั่นว่า แม้ว่าปี 2564 นี้จะหนักกว่าปีที่แล้ว แต่เชื่อว่าเมื่อผ่านปีที่แล้วมาได้ปีนี้ก็ไม่ยาก แผนงานต่าง ๆ สามารถปรับเปลี่ยนได้หมด เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...