โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ฟาร์มแม่นยำ" ต้นแบบพืชเศรษฐกิจจากเทคโนโลยี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 09 พ.ย. 2563 เวลา 10.00 น. • เผยแพร่ 09 พ.ย. 2563 เวลา 10.16 น.

ดีแทค ร่วมกับ มูลนิธิชัยพัฒนา และ เนคเทค ลงนามความร่วมมือนำร่องโครงการ “แปลงฟาร์มสาธิตเห็ดหลินจือ” ที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ เพื่อร่วมศึกษาวิจัย และพัฒนาพื้นที่การเกษตรที่สูงผ่านโซลูชั่น“ฟาร์มแม่นยำ” ที่ใช้เทคโนโลยี IOT และเซ็นเซอร์ครบวงจร โดยทำงานร่วมกับ Cloud Service Mobile Application ที่ดีแทคพัฒนาขึ้นมา เพื่อเป็นระบบควบคุมการเพาะปลูกแบบในโรงเรือนให้สามารถเก็บเกี่ยวได้ทุกฤดู มุ่งผนึกกำลังสร้างเป็นองค์ความรู้ด้านการเกษตรให้ชุมชนโดยรอบ และเกษตรกรที่เพาะปลูกพืชที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ

“บุญชัย เบญจรงคกุล” ประธานกรรมการ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าวสืบเนื่องจากดีแทคมีความตั้งใจจริง และความมุ่งมั่นที่จะนำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีดิจิทัล นวัตกรรม องค์ความรู้ทรัพยากรต่าง ๆ มาช่วยยกระดับสังคมไทยในมิติต่าง ๆ “โดยเฉพาะการลดความเหลื่อมล้ำ และการยกระดับมาตรฐานการดำเนินธุรกิจของประเทศไทย”

“ภาคการเกษตรจึงเป็นอีกมิติหนึ่งที่ดีแทคให้ความสำคัญมาโดยตลอด ผ่านโครงการเพื่อสังคม dtac Smart Farmer ซึ่งทำงานร่วมกับมูลนิธิสำนึกรักบ้านเกิด เริ่มตั้งแต่การส่งข้อมูลที่จำเป็นให้แก่เกษตรกร เช่น พยากรณ์อากาศ ราคาพืชผล ผ่านทาง SMS จนพัฒนามาถึงการทำแอปพลิเคชั่น Farmer Info ต่อยอดพัฒนามาเรื่อย ๆ จนมาถึงดีแทค ฟาร์มแม่นยำ ให้เป็นฟาร์มต้นแบบโดยใช้เทคโนโลยี IOT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และควบคุมคุณภาพการเพาะปลูก ซึ่งได้มีการทดลองใช้กับ 30 ฟาร์ม ใน 23 จังหวัด”

มูลนิธิชัยพัฒนา ดีแทค และเนคเทค ร่วมกันจัดทำโครงการวิจัยโรงเรือนเกษตรอัจฉริยะ กรณีศึกษาเห็ดหลินจือ ซึ่งเป็นแปลงฟาร์มวิจัย และสาธิต โดยเริ่มลงพื้นที่ศึกษาและวิจัย สำรวจสถานที่มาตั้งแต่ 1 พ.ค. 2562 จากนั้นจึงนำเทคโนโลยีไอโอที เซ็นเซอร์ และเครื่องมือตรวจวัดค่าที่จำเป็นเข้ามาประยุกต์ และศึกษาวิจัยโดยแบ่งเป็น 3 โรงเรือน คือ โรงเรือนควบคุม, โรงเรือนที่ไม่ควบคุม และโรงเรือนแบบธรรมดา ว่าได้ผลลัพธ์ออกมาแตกต่างกันอย่างไร

เนื่องจากมูลนิธิชัยพัฒนาเห็นว่า เห็ดหลินจือเป็นพืชเศรษฐกิจสำหรับส่งออกที่มีมูลค่าสูง ราคารับซื้อต่อกิโลกรัมอยู่ที่หลายหมื่นบาท ผลผลิตต่อโรงเรือนมากกว่า 100,000 บาท ดังนั้นควรดึงเทคโนโลยีให้มาช่วยในการสร้างผลผลิต

และที่ผ่านมาเห็ดหลินจือมีข้อจำกัดในการเพาะปลูก เนื่องจากเห็ดหลินจือปลูกได้เพียงแค่ 2 ฤดู คือฤดูร้อนกับฤดูฝน แต่ในฤดูหนาวไม่สามารถทำได้ เพราะอุณหภูมิเฉลี่ยที่โรงเรือนจะต่ำลงเหลือเพียง 7-10 องศา ทำให้ดอกเห็ดไม่แตกออก และสปอร์เห็ดไม่ทำงาน

ในขณะที่อุณหภูมิเหมาะสมในการเพาะปลูกอยู่ที่เฉลี่ย 15-28 องศา และเนื่องจากตัวโรงเรือนไม่สามารถเข้า-ออกได้ตลอดเวลา อาจทำให้เกิดความเสี่ยงในการปนเปื้อน จึงได้ติดกล้อง CCTV เพื่อดูความเปลี่ยนแปลงของผลผลิต และดูว่ามีศัตรูพืชเข้ามากัดกินผลผลิตหรือไม่ และแม้การทำงานในพื้นที่นั้น ทั้งเกษตรกรเอง หรือผู้เชี่ยวชาญมีความรู้ความเข้าใจอย่างมากในผลผลิต

โดยมูลนิธิชัยพัฒนาจะเป็นผู้สนับสนุนดูแล และควบคุมกระบวนการผลิตเห็ดหลินจือในโรงเรือน ตลอดระยะเวลาการผลิต 2 ปี เริ่มตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 จนถึงวันที่ 31ตุลาคม พ.ศ. 2564 โดยจะเก็บข้อมูลปริมาณผลผลิตเห็ดหลินจือ และข้อมูลความเข้มข้นของสารสำคัญของเห็ดหลินจือในการปลูกแต่ละพื้นที่การปลูก

ศึกษาต้นทุนและรายได้ในการผลิตเห็ดหลินจือ ด้วยการใช้ระบบการควบคุมโรงเรือนอัตโนมัติ เปรียบเทียบกับกระบวนการปลูกแบบเดิม ประกอบด้วย การศึกษาปริมาณผลผลิตทุกช่วงการปลูกตลอดทั้งปี รายได้จากการปลูก ปริมาณสารสำคัญ ต้นทุนการผลิต ต้นทุนอุปกรณ์ ต้นทุนค่าแรง ต้นทุนสาธารณูปโภค และต้นทุนค่าบำรุงรักษา ร่วมกับนักวิจัยเนคเทค

“ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย” ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ เนคเทค สวทช. กล่าวว่า โครงการความร่วมมือวิจัยโรงเรือนเกษตรอัจฉริยะกรณีศึกษาเห็ดหลินจือ เนคเทค สวทช. มีความตั้งใจ และมุ่งมั่นในการนำองค์ความรู้จากงานวิจัยมาพัฒนาต่อยอด พร้อมเผยแพร่และขยายผลให้เกษตรกรในพื้นที่ได้นำไปใช้ประโยชน์ โดยเป็นความร่วมมือระหว่าง 3 ฝ่าย ได้แก่ มูลนิธิชัยพัฒนา, ดีแทค และเนคเทค สวทช.

“ในส่วนของเนคเทค สวทช. ศึกษาวิจัยความเป็นไปได้ในการใช้ระบบเซ็นเซอร์เพื่อการเกษตร และระบบควบคุมอัตโนมัติในโรงเรือนที่ชื่อ HandySense มาวิเคราะห์และควบคุมสภาวะที่เหมาะสมในการปลูกเห็ดหลินจือให้ได้ประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว

ส่วนมูลนิธิชัยพัฒนาสนับสนุนองค์ความรู้เกี่ยวกับการเพาะปลูกเห็ดหลินจือ ร่วมทดสอบ และเก็บข้อมูลในพื้นที่ ขณะที่ดีแทคสนับสนุนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตให้สามารถรับส่งข้อมูลผ่าน IOT Sensor ผ่านแอปพลิเคชั่น เพื่อนำมาวิเคราะห์และสรุปผลร่วมกัน”

“ภายใต้โครงการความร่วมมือดังกล่าว มีการเริ่มติดตั้งระบบเซ็นเซอร์ และระบบควบคุมอัตโนมัติในโรงเรือนตั้งแต่ช่วงปลายปี 2562 จนมีความก้าวหน้าในการดำเนินโครงการเป็นอย่างดี อาทิ ระบบการควบคุมอุณหภูมิภายในโรงเรือนโดยระบบอัตโนมัติ ”

“ได้เลือกใช้ IR Heater เพื่อควบคุมอุณหภูมิและการกระจายของอุณหภูมิ และการออกแบบตำแหน่งในการติดตั้งระบบควบคุมอัตโนมัติภายในโรงเรือน อุณหภูมิกระจายตัวของความร้อนเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ โดยได้ผลเป็นที่น่าพอใจ และทีมวิจัยจะนำผลการทดลองที่ได้ไปปรับใช้กับการทดลองในฤดูหนาวนี้ และเปรียบเทียบผลการเจริญเติบโตต่อไป”

“การดำเนินการศึกษาวิจัยในพื้นที่ มีการเก็บข้อมูลโดยระบบ IOT Sensor แสดงผลข้อมูลผ่านแอปพลิเคชั่น พร้อมทั้งอบรมการใช้งานให้กับเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิชัยพัฒนา ณ ต.โป่งน้ำร้อน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ทั้งยังมีการประชุมติดตามความก้าวหน้าโครงการร่วมกันทั้ง 3 ฝ่ายในทุกรอบเดือน”

ทั้งนี้ ผลจากการดำเนินโครงการจะนำไปสู่การถ่ายทอดองค์ความรู้ และเทคโนโลยีในการปลูกเห็ดหลินจือให้กับเกษตรกร และผู้เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มรายได้ และสร้างความยั่งยืนให้กับประเทศต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...