เป็นบุญตา ‘ลินการ์ด’ โซโล่ครึ่งสนาม / ‘หมาป่า’ ภัยใกล้ตัวแล้ว
การที่ฤดูกาลนี้ วูลฟ์แฮมป์ตัน มีจำนวนลงสนามมากกว่าประตูที่ทำได้โจทย์ตามหลัง เวสต์แฮม 3-0 ภายใน 38 นาทีจึงเป็นอะไรที่ยากเกินไป
การทวงคืน 2 ลูกก็ถือว่าเครื่อง overload มากแล้วครับ เพราะเล่นมาทั้งซีซั่นทีมของ นูโน่ เอสปิริโต ซานโตส ยิงมากสุดก็แค่ 2 ลูกยกเว้นวันที่เสมอกับ ไบรจ์ตัน 3-3 เมื่อวันที่ 2 มกราคม
ผมเชื่อว่าทุกนัดที่ลงสนาม “หมาป่า” พยายามเล่นเหนียวและไม่เสียประตูก่อน เป็นสิ่งเดียวที่พอจะทำให้ทรงบอลไม่เสียแต่วันนี้จุดแข็งที่สุดคือแนวรับอ่อนด๋อยเกินเบอร์
แต่ละลูกที่โดนแนวรับวิ่งตามเขาไม่จนทั้งๆที่ตัวที่รายล้อมก็เยอะกว่า
อย่างไรก็ตามในความห่วยของ “หมาป่า” สิ่งนึงที่ผลักดันทำให้มันสมบูรณ์คือเราต้องยกความ “มหัศจรรย์” ของ เจสซี่ ลินการ์ด ด้วย
แข้งวัย 28 ปีตอกย้ำความร้อนแรงด้วยการโซโล่เดี่ยวในแดนตัวเองหลุดไปยิงเหนือๆใส่ รุย ปาทริซิโอ ตั้งแต่นาทีที่ 6
ประตูนี้ต่อยอดความมั่นใจของ ลินการ์ด ที่ครั้งนึงแฟนบอลเคยล้อเลียนผ่านโลกโซเชี่ยลว่าอย่ามาเสียน้ำตาเมื่อผมเอาจริงด้วยการทำแอสซิสต์ และโชว์ skill เทิร์น แบบ ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ จนนำมาสูุ่ประตูของ พาโบล ฟอร์นาลส์
นับตั้งแต่ย้ายจาก แมนฯยูไนเต็ด แบบยืมตัวเมื่อวันที่ 29 มกราคม เจสซี่ ลินการ์ด สร้าง impact ให้ เวสต์แฮม อย่างมหาศาล
แม้กระทั่ง เดวิด มอยส์ กุนซือเองก็ไม่คาดคิดหลังทำสัญญาเช่าเอามาเป็นอะไหล่แก้ขัดเท่านั้น
เพียงแค่เกม debut กับ แอสตัน วิลล่า ก็ยิงคนเดียว 2 ประตูและเมื่อรวมผลงานล่าสุดกับ วูลฟ์แฮมป์ตัน ในศึกมันเดย์ไนท์ ทำให้แข้งวัย 28 ปีลงสนาม 8 เกมยิงไป 6 และจัดไปอีก 4 แอสซิสต์
เป็นสถิติที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นของนักเตะที่เมื่อ 2-3 เดือนแทบหมดอนาคตในโลกลูกหนังไปแล้ว
เคมีของ “จิงซ์” กับ เวสต์แฮม ในจังหวะสวนกลับถือเป็นอาวุธใหม่เพราะเจ้าตัวพาบอลเลี้ยงติดเท้าราวกับ ลีโอเนล เมสซี่
ลูกแอสซิสต์ ให้ แจร์รอด โบเว่น ไม่น่าเชื่อว่าแกจะลากบอลแล้วมีผู้เล่น “หมาป่า” วิ่งตามถึง 4-5 คนจนทำให้ผมนึกถึง “บอลหญิง” ในคาบเรียนสมัยม.ปลาย
จริงๆผมไม่อยากบอกว่า “ปีศาจแดง” ใช้งานไม่เป็นแต่มันอยู่ที่ระบบทีมจะให้ใครเป็นศูนย์กลางและมีหน้าที่หลักอย่างไรมากกว่า
ดังนั้นที่ โอลด์แทรฟฟอร์ด มีตัวสร้างสรรค์และเป็นที่ฝากบอลทั้ง พอล ป็อกบา และ บรูโน่ แฟร์นานเดซ อยู่แล้วแต่ เวสต์แฮม ยังไม่มี
ลินการ์ด นี่ชัดเจนมากว่าจังหวะสวนกลับเพื่อนจะมองหาก่อนดังนั้น “จิงซ์” จะได้ทำอะไรกับบอลมากกว่าจะเป็นตัว “เคลื่อนที่”
ความมั่นใจยามได้บอลมันชัดเจนครับ ไม่มีลนลาน เสียบอลยาก
ยิ่งจับคู่กับ มิเคล อันโตนิโอ ที่ผมยกให้เป็นกองหน้าตัวเป้าที่พิงบอลเก็บบอลดีที่สุด ณ เวลานี้ด้วยแล้วทำให้ เวสต์แฮม เป็นอีกทีมที่เล่นบอลกลับได้น่ากลัวเอามากๆ
เดิมทีก่อน ลินการ์ด ย้ายมา “ขุนค้อน” จะเน้นออกปีกแล้วเปิดให้ อันโตนิโอ เข้าฮอร์ต ซึ่งหลายๆทีมจับทางได้หมดยิ่งพอหอกร่างยักษ์เจ็บหายไปเป็นเดือนผลงานก็หยุดนิ่งไปเลย
อย่างไรก็ตาม อันโตนิโอ ดันมาเจ็บท้ายครึ่งแรกทำให้ครึ่งหลัง เวสต์แฮม จึงลดความอันตรายลงและระวังหลังบ้านมากขึ้นทำให้เกมรุกหายไปเลย
ท้ายที่สุดแล้ว “เดอะ แฮมเมอร์” ชนะ 4 จาก 7 เกมหลังสุดโดย 2 เกมที่มือเปล่าเป็นการแพ้ให้ 2 ทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์ (แบบสูสี) และเสมอ อาร์เซนอล ทั้งๆที่นำก่อน 3-0
ตอนนี้ “ขุนค้อน” ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 4 เรียบร้อยแล้วทำให้ซีซั่นนี้มีมากมายถึง 6-7 ทีมที่ต้องการเค้กเพียงแค่ 2 ชิ้น (ผมขอข้าม ซิตี้ และ ยูไนเต็ด)
อย่างไรก็ตามผมมีการบ้านให้ผู้อ่านไปตามกันต่อหลังจากเกมนี้เนื่องจากการบาดเจ็บของ ดีแคลน ไรซ์ กลางห้องเครื่องที่ชิงเดี้ยงไป 1 เดือนและล่าสุด อันโตนิโอ (ไม่น่าหนัก) อาจะเป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญในระยะยาวตามขนาดทีม
ที่น่าเป็นห่วง (และควรห่วงนานแล้ว) คือ “หมาป่า” นี่แหละครับ ถ้าเรายังไม่พูดถึงโปรแกรมที่เหลือ เอาแค่ฟอร์มผมว่าทุกครั้งที่ลงสนามการจะพาตัวเองไปยังตำแหน่งทำประตูมันยากเย็นเหลือเกิน
ทุกๆครั้งที่ได้โอกาสสวยๆมันเหมือน rare item และมักลงท้ายด้วยการทำ “เสียของ” ดังนั้นอย่างที่บอกว่าการยิง 2 ประตูในเกมเดียวไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆเลยในฤดูกาลนี้
นูโน่ โกเมส เองก็เหมือนจนปัญญาเพราะแต่เดิมระบบเกมรุกใช้ ฆิมิเนส เป็น keyman ซะเป็นส่วนใหญ่
พอเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ”แผน 2” ถูกดัดแปลงไม่หนี “แผนหลัก” ซักเท่าไหร่ บอลเปิดจากริมเส้นมักไม่ได้ผล (แม้ เด็นด็องก์เคอร์ จะโขกตีไข่แตกท้ายครึ่งแรก)
ส่วน อดาม่า ตราโอเล่ ที่เป็นคนแอสซิสต์ลูกดังกล่าวก็ดูเงียบๆเนื่องจากถูกโยกไปเล่นปีกซ้ายซึ่งสไตล์ “พี่บึก” จะเป็นบอลโบราณพาบอลไปเปิดที่เส้นหลังแต่เหมือนถูกลดทอนเพราะต้องเปิดด้วยซ้ายนี่แหละครับ
ที่น่าห่วงลำดับต่อมานอกจากฟอร์มแล้ว “หมาป่า” มีโปรแกรมที่สุ่มเสี่ยงและซับซ้อนมาก จะบอกว่าดีก็ไม่เชิง
คือ 3 นัดสุดท้ายเจอของแข็งทั้ง สเปอร์ส, เอฟเวอร์ตัน และ แมนฯยูไนเต็ด
แต่ 5 นัดก่อนหน้านี้เจอทีมท้ายตารางทั้งหมดไม่ว่าจะ ฟูแล่ม, เชฟฯยูฯ, เบิร์นลีย์, เวสต์บรอม และ ไบรจ์ตัน
ถ้าบอกว่าไม่ต้องเจอทีมใหญ่ทีมอื่นอาจจะ “โล่ง” แต่ในทางกลับกันการมีโปรแกรม “ตัดแต้ม” ทีมท้ายตารางด้วยกันเยอะขนาดนี้ถ้าผลไม่เป็นใจซัก 1-2 นัด “หมาป่า” ไม่พ้นถูกลากลงมาร่วมหนีตกชั้นเพิ่มอีกทีมแน่ๆ
ตอนนี้มองอันดับในตารางดูเหมือน “ภัยยังไกลตัว” เนื่องจากห่างจากโซนแดง 9 แต้ม
ดังนั้นสุดสัปดาห์นี้มันแน่ๆครับเพราะต้องไปเยือน ฟูแล่ม ทีมตัวแปรสำคัญที่ทำให้หลายทีมกินไม่ได้นอนไม่หลับจนถึงทุกวันนี้โดยเฉพาะ นิวคาสเซิ่ล…