โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จุรียพร วงษ์แก้ว ขยายปลูกพลูส่ง “ไต้หวัน” ดึง “พริตตี้” ขายเคี้ยวชูกำลัง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 02 ก.พ. 2565 เวลา 06.45 น. • เผยแพร่ 28 ม.ค. 2565 เวลา 03.05 น.

สัมภาษณ์

ธุรกิจหมาก-พลูส่งตลาดต่างประเทศ แหล่งใหญ่อยู่ภาคใต้และภาคตะวันออก ถือเป็นธุรกิจที่เติบโตอย่างเงียบ ๆ ด้วยกระแสตลาดไต้หวัน อินเดีย ยุโรปตอบรับที่ดีมีโอกาสขยายตัวขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่การปลูกมีต้นทุนต่ำแทบไม่มีความเสี่ยง มีแนวโน้มเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่น่าจับตา “ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ “จุรียพร วงษ์แก้ว” เจ้าของบริษัท ใบพลู เฮอร์เบิล จำกัด หนึ่งในบริษัทส่งออกใบพลูไปตลาดไต้หวัน บอกเล่าถึงกระบวนการผลิตและธุรกิจ

ขยายเครือข่ายนับ 100 ตัน

นางสาวจุรียพร วงษ์แก้ว เจ้าของบริษัท ใบพลู เฮอร์เบิล จำกัด ให้ข้อมูลกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เป็นชาว อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี เห็นทางภาคใต้ปลูกใบพลูได้ผลดีและมีตลาดส่งออกต่างประเทศ จึงสนใจการปลูกพลูส่งออกที่ จ.จันทบุรี เพราะสภาพอากาศร้อนชื้นคล้ายกับภาคใต้ จึงเริ่มศึกษาจากเพื่อนที่ปลูกอยู่ภาคใต้ใช้เวลาเรียนรู้ กระบวนการปลูก การส่งออกอยู่ภาคใต้ 1 ปี จากนั้นกลับมาปลูกที่สวน อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี และทำธุรกิจส่งออกให้ไต้หวัน เริ่มตั้งแต่ปลูกเอง 2-3 ไร่ พร้อม ๆ กับทำในระบบเครือข่ายเพื่อขยายพื้นที่ปลูกใน อ.แก่งหางแมว อ.เขาคิชฌกูฏ อ.ท่าใหม่ และ จ.ตราดที่อยู่ใกล้เคียง

ปัจจุบันมีพื้นที่ของตนเองปลูกเป็นพืชเชิงเดี่ยว 8-9 ไร่ และพื้นที่เป็นเครือข่าย รวมประมาณ 60 ไร่ ผลผลิตประมาณ 500 กิโลกรัม/ไร่ รวมทั้งหมดประมาณ 30 ตัน ยังไม่เพียงพอกับตลาดรับซื้อต้องการขยายพื้นที่เครือข่าย 200 ไร่ ผลผลิต 100 ตัน

ซึ่งบริษัทมีแผนที่จะขยายเครือข่ายตามเป้าหมาย แต่ทำได้ค่อนข้างยากเพราะต้องเป็นเกษตรกรที่มีใจรัก สภาพพื้นที่อากาศเหมาะสม และระยะเวลาขนส่งจากพื้นที่ใกล้เคียงที่เป็นเครือข่ายเมื่อเก็บแล้วต้องนำมาทำแพ็กกิ้งที่โรงงานให้เสร็จภายใน 5-7 วัน

“พันธุ์พลูที่ปลูกใช้พันธุ์พัทลุงที่เป็นพันธุ์ไต้หวันผสมกับทางใต้ ที่ตลาดรับซื้อให้ปลูก รสชาติไม่เผ็ด หวานกว่าพลูไทย เดิมที่ซื้อมาปลูกใหม่ ๆ ราคายอดละ 30 บาท แต่ตอนนี้มีการขยายเครือข่ายปลูกกันมากขึ้นราคายอดละ 15-20 บาท ใช้เวลาปลูก 1 ปีเต็มจะให้ผลผลิตเต็มที่และเก็บผลผลิตได้นาน 10-15 ปี ทั้งนี้แปลงใบพลูที่ทำเพื่อส่งออกต้องมีใบรับรอง GAP ผลผลิตที่ได้มาตรฐานปลอดภัย”

ส่งไต้หวัน-อินเดีย-ปากีสถาน

จุรียพรกล่าวถึงตลาดรับซื้อ มีไต้หวัน อินเดีย ปากีสถานและทางยุโรป แต่ส่งออกตลาดไต้หวันเป็นหลัก เพราะมีพ่อค้าไต้หวันทางใต้มาติดต่อทำตลาดตั้งแต่แรกและผลผลิตยังไม่เพียงพอ ส่วนตลาดอินเดียมีความต้องการสูงเช่นกันเคยส่งให้บ้างระยะแรก ๆ

กระบวนการส่งออกจะมี 3 ข้อหลัก ๆ คือ 1) คุณภาพใบพลูที่ส่งออก ใบต้อง “สีเขียวสวยมันเรียบ” ลักษณะใบใบไม่บิด เบี้ยว ไม่มีลาย จุด ไม่มีสีเหลือง 2) คัดขนาด 3 ไซซ์ เล็ก 3-4 นิ้วขนาดกลาง 4-5 นิ้ว ขนาดใหญ่ 5-6.5 นิ้ว 3) การแพ็กกิ้ง ต้องจัดตามขนาด นำมาตัดขั้ว ชุบน้ำยาให้ใบสด บรรจุใส่กล่องส่งทางเครื่องบิน และบรรจุลงตะกร้าใส่ตู้คอนเทนเนอร์ส่งทางเรือ หนึ่งเดือนจะเก็บใบพลู 3 รอบ 10 วัน/ครั้ง ถ้า 500 กิโลกรัม จะใช้เวลาเก็บและแพ็กกิ้ง 3-4 วัน ถ้า 1,000 กิโลกรัม ใช้เวลา 7 วัน

“ใบพลูที่ส่งออกทางเรือจะมีบริษัทขนส่งนำตู้คอนเทนเนอร์มารวบรวมที่ จ.นครปฐมเป็นศูนย์กลางของตู้คอนเทนเนอร์บรรจุพลูของไทยเพื่อส่งออก การขนส่งทางเรือไปไต้หวันใช้เวลา 13 วัน ส่วนทางเครื่องบินส่งที่สนามบินสุวรรณภูมิจะไปลงที่เมืองไทเปใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง เฉลี่ยแล้วคือ 1 วัน ทางบริษัทตลาดไต้หวันเป็นผู้ดำเนินการเรื่องการขนส่ง ช่วงราคาใบพลูแพงจะให้ส่งทางเครื่องบิน แต่ปกติเป็นการขนส่งทางเรือรวมทั้งค่าใช้จ่าย โดยปลายทางจะกระจายให้ร้านค้าต่าง ๆ ที่ต้องไปทำแพ็กกิ้งขายให้ลูกค้า”

ไต้หวันเคี้ยวหมากพลูชูกำลัง

จุรียพรเล่าว่า พ่อค้าไต้หวันที่มารับซื้อใบพลูส่งตามร้านต่าง ๆ จะทำหมากเป็นไส้ช็อกโกแลต ดีปลีคู่กับพลูจำหน่ายเป็นคำ คำละ 20-30 บาท บรรจุกล่องราคา 250-500 บาท หรือ 1,000 บาท ผู้บริโภคจะนิยมเคี้ยวหมากกันทั้งวันเหมือนดื่มเครื่องดื่มกาแฟ ทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า และบริโภคจนเคยชินหรือติด ร้านค้าที่ขายเป็นห้องกระจกริมถนนใหญ่ ที่ผู้คนผ่านไปมา หรือไปทำงาน

กลยุทธ์การขายมีสาว ๆ แต่งตัวนุ่งน้อยห่มน้อยคอยโบกมือเรียกลูกค้า ร้านไหนขายดีรถจะติดเป็นแถวยาว กลุ่มลูกค้ากลุ่มใหญ่เป็นผู้ชาย กลุ่มวัยรุ่น วัยทำงานซึ่งมีกำลังซื้อสูง เพราะไต้หวันค่าแรงขั้นต่ำวันละ 1,500 บาท จะซื้อหมากพลูติดกระเป๋าเป็นกล่องเคี้ยวแล้วคายทั้งวัน หมากพลู 1-2 คำ เหมือนดื่มกาแฟ 3 แก้ว หรือดื่มเครื่องดื่มชูกำลัง ต่างจากอินเดีย ส่วนใหญ่ปลูกเอง และนำเข้าจากประเทศใกล้เคียงอย่างศรีลังกา เมียนมาที่รสชาติถูกใจมากกว่าและกลุ่มผู้บริโภคเป็นระดับชาวบ้านทั่ว ๆ ไปกำลังซื้อน้อยกว่าและไม่กว้างเท่าตลาดไต้หวัน

ช่วงปลาย ๆ ปีใบพลูราคาดีตรงกับฤดูหนาวของไต้หวันที่อากาศหนาวมีหิมะตกปลูกเองไม่ได้ ราคาอยู่กิโลกรัมละ 80-100 บาท ขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ จะราคาเดียวกัน ปี 2564 ช่วงสั้น ๆ เคยสูงถึง 240-250 บาท และช่วงราคาต่ำคือเดือนมิถุนายน-กันยายน ไต้หวันปลูกเองได้ ราคาเคยลดลงเหลือ 40 บาท ถ้าต่ำกว่านี้จะปลูกได้ไม่คุ้มทุน

นอกจากไต้หวันแล้ว ใบพลูยังมีตลาดอินเดีย ปากีสถาน และยุโรป ออสเตรเลียในโซนที่มีชาวอินเดีย ไต้หวันอยู่ยังมีความต้องการใบพลูจำนวนมาก แต่ยังไม่สามารถผลิตได้ทันจึงส่งเฉพาะไต้หวัน 2 บริษัท โดยมีโรงงานแพ็กกิ้ง 2 แห่ง ที่ อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี และ จ.นครปฐมมีออร์เดอร์อาทิตย์ละ 4 รอบ รอบละ 500-1,000 กิโลกรัม ตอนนี้ทำได้เพียงสัปดาห์ละ 1-2 รอบ รอบละ 500-1,000 กิโลกรัม…

ใบพลูเป็นพืชเศรษฐกิจที่น่าจับตา เพราะผลผลิตยังน้อยและมีตลาดต่างประเทศรองรับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...