การลบรอยสักแต่ละวิธีมีข้อควรระวังอย่างไรบ้าง?
เชียงใหม่นิวส์
อัพเดต 22 ก.พ. 2566 เวลา 17.03 น. • เผยแพร่ 22 ก.พ. 2566 เวลา 10.03 น. • Chiang Mai Newsการลบรอยสักแต่ละวิธีมีข้อควรระวังอย่างไรบ้าง? เพื่อให้ลบได้อย่างปลอดภัย
ในอดีตการลบรอยสักค่อนข้างเป็นไปได้ยาก และหากทำได้ ก็จะเป็นการลบสีแค่บางส่วนออก และยังคงเหลือร่องรอยบางๆ ไว้บนผิวหนัง แต่ปัจจุบันวิธีการลบรอยสัก มีหลายรูปแบบด้วยกัน และผลลัพธ์ก็เป็นที่พอใจ เพราะลบรอยสักออกจนเกลี้ยง ราวกับว่าผิวหนังบริเวณนั้น ไม่เคยผ่านการสักใดๆ มาก่อน วันนี้จะมาแนะนำการลบรอยสักมีกี่แบบต่างกันอย่างไร รวมถึงข้อดี-ข้อเสีย ว่ามีอะไรบ้าง เพื่อเป็นประโยชน์และไว้พิจารณาก่อนตัดสินใจลบรอยสัก
ลบรอยสักมีกี่แบบ แต่ละแบบเหมาะกับใคร
ในปัจจุบันวิธีการลบรอยสักที่ได้รับมาตรฐาน และสามารถลบรอยสักออกได้หมดจนเกลี้ยง มี 4 วิธีดังนี้
1. ลบรอยสักด้วยการสักทับ (Tatoo camouflage)
เป็นการปรับเปลี่ยนลายสักเดิมที่ไม่ต้องการแล้ว ด้วยการสักลายใหม่ทับลงไป อาจจะต้องใช้ความเข้มของสีสักที่มากขึ้น และขนาดลายสักต้องใหญ่พอที่จะปิดทับลายเดิม
ข้อดี
- ไม่ต้องเสียเวลาลบรอยสักหลายครั้ง
ข้อเสีย
- เสี่ยงติดเชื้อหากอุปกรณ์ที่สักไม่สะอาด
- ผลลัพธ์ทั้งรูปร่างและสีของลายสักใหม่อาจไม่สวยเท่ากับตอนสักในครั้งที่ผิวหนังยังบริเวณนั้นยังไม่เคยผ่านการสักมาก่อน
เหมาะกับใคร
- ผู้ที่ชื่นชอบการสัก และต้องการสักเพิ่ม หรือสร้างลายใหม่ในตำแหน่งเดิม
2. ลบรอยสักด้วยการศัลยกรรมขัดผิวหนัง (Dermabrasion)
เป็นการใช้สารเคมีหรือสารให้ความเย็นร่วมกับยาชา ร่วมกับอุปกรณ์ขัดผิวหนัง เช่น แปรงขัด โดยทำการหมุนด้วยความเร็วบริเวณที่มีรอยสัก เพื่อขจัดเอาเม็ดสีลายสักออกไปจากชั้นผิวหนัง
ข้อดี
- สีจะหลุดออกไปพร้อมสะเก็ดแห้งกังบริเวณรอบรอยสัก
ข้อเสีย
- ผลลัพธ์ยังไม่แน่นอน
- ระหว่างที่ และหลังทำเสร็จมีอาการเจ็บปวดนานหลายวัน
เหมาะกับใคร
- ผู้ที่มีรอยสักเล็กๆ
- ผู้ที่สักมานานแล้ว จนลายมีลักษณะจาง ซีด
3. ศัลยกรรมผ่าตัดลบรอยสัก (Surgical Removal)
ลบรอยสักด้วยการใช้มีดผ่าตัดลอกผิวหนังบริเวณที่มีลายสักออกแล้วทำการเย็บผิวหนังปิด หากเป็นลายสักขนาดใหญ่ อาจต้องตัดผิวหนังส่วนอื่นมาเย็บปิด ในปัจจุบันจึงไม่ได้รับความนิยม
ข้อดี
- ผิวหนังไม่ทิ้งรอยสักไว้ให้เห็น เนื่องจากผิวหนังบริเวณนั้นถูกตัดออก
ข้อเสีย
- หลังทำเกิดรอยแผลเป็น
- ค่าใช้จ่ายสูง
เหมาะกับใคร : ผู้ที่มีรอยสักขนาดเล็กเท่านั้น
4. การลบรอยสักด้วยเลเซอร์ (Laser Surgery)
วิธีลบรอยสักด้วยการใช้งานพลังเลเซอร์ส่งไปยังผิวหนังเพื่อสลายเม็ดสีให้น้ำหมึกที่สักลายแตกตัวเล็กลง และค่อยๆ ขับออกจากร่างกายจนหมด
ข้อดี
เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังทำ
รวดเร็ว ใช้เวลาในการทำไม่นาน
ช่วยลดการติดเชื้อที่ผิวหนัง
เลเซอร์ในบางรุ่นแทบไม่มีผลข้างเคียงหลังการทำ
เลเซอร์ในบางรุ่น นอกจากลบรอยสักแล้วรักษาความผิดปกติของเม็ดสีในผิวหนังรูปแบบอื่นๆ เช่น กระ ฝ้า ปาน และรอยดำต่างๆ
ข้อเสีย
- อาจมีรอยแดงหลังทำในเลเซอร์บางรุ่น
- ต้องทำซ้ำหลายครั้ง (แล้วแต่ขนาดของลายสักและสี)
เหมาะกับใคร : ปัจจุบันเลเซอร์ลบรอยสัก เหมาะกับผู้ที่ต้องการลบรอยสักครอบคลุมเกือบทุกรูปแบบ ทั้งรอยสักขนาดเล็ก หรือใหญ่ รวมไปถึงความเข้ม ความสว่างของเม็ดสีที่ต่างระดับกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อควรระวังในการลบรอยสัก
สำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจเข้ารับการลบรอยสัก เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัยต่อร่างกายของตัวเอง ดังนั้นห้ามทำเองโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นวิธีใช้ครีมลบรอยสัก ใช้ความร้อนจี้ผิวหนัง ล้วนแล้วแต่เป็นวิธีที่ไม่มีประสิทธิภาพและส่งผลร้ายต่อสุขอนามัยผิว นำมาซึ่งการเสี่ยงติดเชื้อ ผิวพุพอง อักเสบเป็นหนอง และเกิดเป็นแผลเป็นในอนาคตได้อีกด้วย
การเตรียมตัวก่อนลบรอยสัก ต้องทำอะไรบ้าง
- ควรเว้นระยะห่าง หลังจากการสักอย่างน้อย 4 สัปดาห์
เพื่อให้แผลผิวบริเวณที่สักก่อนหน้านี้แห้งหายดี ก่อนเข้ารับการลบรอยสัก
- เข้ารับการปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนัง
เพื่อประเมินถึงลายสักที่ตัวเองต้องการลบ ทั้งเรื่องของขนาด ตำแหน่ง และระดับความลึกของสีสัก จะได้ทราบว่าตัวเองเหมาะกับการลบรอยสักแบบไหน และผลลัพธ์จะออกมาเป็นยังไง
- เช็กสุขภาพผิวหนังบริเวณที่ต้องการลบรอยสักให้พร้อม
ผิวหนังบริเวณที่ต้องการลบรอยสัก จะต้องไม่มีแผล รอยข่วน หรือมีการอักเสบฟอกช้ำก่อนเข้ารับการลบรอยสัก เพราะไม่เช่นนั้นจะเป็นการซ้ำเติมผิวหนังให้แย่กว่าเดิม
- หากเป็นผู้ที่ผิวหนังแพ้ง่าย ควรแจ้งแพทย์ก่อนเข้ารับการลบรอยสัก
เพื่อแพทย์จะได้ทำการวิเคราะห์ วางแผนการรักษาอย่างถูกวิธีและเหมาะสมกับผิวเราที่สุด
ข้อควรรู้เกี่ยวกับการลบรอยสัก มีอะไรบ้าง
- การลบรอยสักแต่ละรอยใช้ระยะเวลาไม่เท่ากัน
ขึ้นอยู่กับสี ขนาดของรอยสัก ระยะเวลาในการสักที่ผ่านมา ตำแหน่งของรอยสัก และระดับความลึกของการสัก
- การลบรอยสัก ไม่ลบรอยแผลเป็นที่เกิดจากการสักด้วย
- การลบรอยสัก อาจเกิดอาการเจ็บ บวม ระคายเคือง ผิวไหม้
- เสี่ยงติดเชื้อ หากเข้ารับการลบรอยสักที่ไม่ได้มาตรฐาน
- สีผิวบริเวณที่ลบรอยสัก อาจจะมีความไม่สม่ำเสมอเหมือนเดิม
- ปฏิบัติตามข้อห้าม และวิธีดูแลตัวเองหลังลอบรอยสักตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งคัด
สรุป
ทุกวิธีลบรอยสัก จะต้องใช้ระยะเวลาอาจจะช้าหน่อย หรือบางคนต้องเข้ารับการลบรอยสักหลายครั้งเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ไม่เหมือนการสักที่ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงก็เรียบร้อย ดังนั้นจะต้องให้เวลา และใจเย็น รวมถึงใส่ใจดูแลผิวบริเวณลบรอยสัก