โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดบันทึกของ 'แพม' จุดเริ่มต้นเล็กๆ ของเด็กแลกเปลี่ยน จนกลายมาเป็นไอดอลที่จีน!

Dek-D.com

อัพเดต 03 ก.พ. 2565 เวลา 03.37 น. • เผยแพร่ 31 ม.ค. 2565 เวลา 09.50 น. • DEK-D.com
คุยกับ “แพม-เปมิกา สุขสวี” (สวีเจียหลิน ,徐嘉琳) อดีตศิลปินไทยค่าย MBO ในเครือ GMM Grammy ที่ไปแข่งบนเวที The Coming One : Girls จนในที่สุดก็ได้เดบิวต์เป็นศิลปินวง SiS เกิร์ลกรุปของจีน!

สวัสดีค่ะชาว Dek-Dวันก่อนเรามีโอกาสได้พูดคุยกับสาวไทยเสียงดีความสามารถล้น อย่าง “แพม-เปมิกา สุขสวี”​หรือชื่อจีนคือ สวีเจียหลิน (徐嘉琳) อดีตศิลปินไทยค่าย MBO ในเครือ GMM Grammy ที่ไปแข่งและเข้ารอบ 9 คนสุดท้ายในรายการประกวดร้องเพลงของจีน The Coming One : Girlsในเวลาต่อมาแพมก็ได้โกอินเตอร์ เดบิวต์เป็นศิลปินวงSiS เกิร์ลกรุปของจีนสังกัด Wajijiwa Entertainment ตั้งแต่ก่อนจนหลังเดบิวต์ก็มีผลงานเพลงไทยและจีนให้แฟนๆ ติดตามกันตลอดเลยค่ะ // สดใสมากกก~

และวันนี้เราจะพาไปเปิดบันทึกสุด Exclusive ที่เล่าย้อนไปจุดเริ่มต้นสมัยเป็น "เด็กแลกเปลี่ยน" ที่ทำให้ตกหลุมรักประเทศจีนเต็มๆ ก่อนจะก้าวสู่เส้นทางเด็กฝึก ไอดอล และปิดท้ายด้วยอัปเดตชีวิตศิลปินอิสระในปัจจุบัน มาอ่านพร้อมกับเปิดเพลงเพราะๆ คลอเบาๆ ไปด้วยกันนะคะ :)

“ย้อนไปเมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว แพมในวัย 15 คือเด็กแลกเปลี่ยนที่ภาษาแทบเป็นศูนย์”

แพมได้ไปแลกเปลี่ยน 9 เดือนที่‘เจียมู่ซือ’ (Jia Mu Si, 佳木斯市) เมืองชนบทเล็กๆ ทางตอนเหนือของจีนและอยู่ติดประเทศรัสเซีย อากาศหนาวมากถึงขั้นติดลบ 20 องศาเลยค่ะ ตอนนั้นได้เจอช่วงเวลาที่สมบุกสมบัน ได้บริหารจัดการชีวิตตัวเอง บางช่วงในฤดูหนาวก็ได้แบกน้ำฝ่าหิมะเดินกลับหอพักกับเพื่อนด้วย

นักเรียนจะได้สวมเครื่องแบบเป็นเสื้อแขนยาวกางเกงขายาวเหมือนกันหมดทั้งชายหญิง และได้เรียนหนังสือติดกัน 10 วัน แล้วหยุด 4 วันเป็นแบบนี้ไปตลอด 9 เดือน (สลับอยู่ระหว่างหอพักกับบ้านโฮสต์) ทุกวันที่มีเรียนจะเริ่มต้นด้วยการตื่นมาวิ่งออกกำลังกาย เคารพธงชาติ และเข้าเรียนประมาณ 7 โมงครึ่ง อัดแน่นด้วยคาบภาษาและวัฒนธรรมจีนทั้งหมด ทั้งไวยากรณ์ ฝึกพูด เขียนพู่กันจีน รำพัดจีน ฯลฯ ตอนครูสอนจะพูดช้าๆ เน้นให้นักเรียนเข้าใจทุกคน ส่วนหนังสือที่ใช้เรียนจะหนามากพอๆ กับปึกกระดาษเอสี่ 1 รีมเลยค่ะ

ช่วงแรกคนในโรงเรียนและโฮสต์มัมพยายามใช้ภาษามือคุยกับเราตลอด เพราะแพมพูดได้แค่ “หนีห่าว” “เหล่าซือ” ฟังครูสอนไม่รู้เรื่องเลย แต่การมาอยู่สภาพแวดล้อมที่ surrounded ด้วยคนพูดภาษาจีน 24 ชั่วโมงแบบนี้แล้วยังไงก็ต้องคุยรู้เรื่อง ต้องฝึกให้ได้ ถ้าไม่เข้าใจก็จดเรื่อยๆ จนวันนึงแพมก็ฟังออกพูดได้ แล้วยังสอบ HSK 5 ผ่านก่อนกลับจากแลกเปลี่ยนด้วย

หนึ่งในความทรงจำที่อบอุ่นมากคือโฮสต์ค่ะ เดินทางถึงวันแรกโฮสต์แม่ถึงกับนวดขาให้ เข้ามากอดและบอกเราว่า‘Everything will be alright.’ตลอดเวลาที่อยู่จีน แพมได้กินอาหารอร่อยหลายอย่าง แต่ที่อร่อยสุดคืออาหารบ้านโฮสต์นี่แหละ เราเคยไปชอปปิงวัตถุดิบกลับมาทำหม้อไฟจีนด้วยกัน และโฮสต์มัมยังสอน “ทำเกี๊ยว” ตั้งแต่ปั้นแป้ง ใส่ไส้ จับจีบเกี๊ยว ตกเย็นมานั่งต้มกินกับน้ำสูตรพิเศษของเขา จนเกี๊ยวกลายเป็นเมนูจีนหนึ่งเดียวที่แพมทำเป็น

// เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมาก~ ตอนนี้ไม่รู้ว่าไอดี WeChat ของโฮสต์แม่หายไปไหน แต่ตั้งใจว่าจะต้องหาโอกาสไปเยี่ยมอีกให้ได้เลยค่ะ

“แพมวิ่งตามความฝันที่อยากเป็นนักร้องมาตั้งแต่เด็ก”

ในที่สุดก็ได้เป็นศิลปิน MBO ในเครือ GMM Grammy และมีโอกาสได้ออดิชันเพื่อแข่งในรายการประกวดร้องเพลงของจีนที่ชื่อ The Coming One : Girls ตอนนั้นมีเวลาเตรียมตัววันเดียว เลยฝึกเต้น GOODBYE BABYของ Miss A และร้องเพลงที่แต่งเองเป็นสามภาษา คือไทย จีน อังกฤษ และเล่นกีตาร์ไปพร้อมกัน หลังจากนั้นก็ยังได้ไปออดิชันอีกหลายรอบ สนุกและตื่นเต้นมากๆ ค่ะ ได้เจอคนจีนเยอะ แต่ละคนเก่งๆ ทั้งนั้น

สุดท้ายไม่ได้ไปแข่งเพราะติดงานค่ะ คิดว่าคงตุ้บแล้ว แต่ผ่านไปปีนึงมีทีมงานติดต่อมาถามว่า “เราสนใจไปจีนมั้ย?”ตอนนั้นตอบตกลงทันทีแบบไม่ลังเลเลย มีเวลาเตรียมตัวไม่ถึงเดือน แล้วไปแข่งด้วยเอนเนอร์จี้เต็มร้อย (ไม่คิดเลยว่าจะมีโอกาสใส่ชุดปังๆ ไปแรปภาษาไทยบนเวทีที่ใหญ่ขนาดนั้นมาก่อน!) หลังจากแข่งเสร็จก็ติดเข้ารอบ 9 คนสุดท้าย แล้วทางค่ายจีน Wajijiwa Entertainment ก็ติดต่อมาชวนแพมไปทำวง Girl group ซึ่งก็คือวง SiS นั่นเอง

ตอนนั้นแพมตัดสินใจหนักมากเพราะเป็นการออกจากเซฟโซนครั้งใหญ่ เราต้องห่างจากครอบครัว และลาออกจากคณะวารสารศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ แต่สุดท้ายก็คว้าโอกาสแล้วมาเริ่มต้นชีวิตเด็กฝึกที่จีนค่ะ

SiSเกิร์ลกรุปที่เป็นการรวมตัวของ 3 สาวเสียงดีจากเวที The Coming One : Girls รายการแข่งขันประกวดร้องเพลงอันโด่งดังของประเทศจีน ที่ "Pam MBO" ได้เข้าร่วมแข่งขันและเข้าสู่รอบ 9 คนสุดท้ายเมื่อกลางปี 2019 โดยวง SiS มีศิลปินทั้งหมด 3 คน คือ Nono, Veegee และ Pam จากค่าย MBO ในเครือ Gmm Grammy ซึ่งได้เดบิวต์ปล่อยซิงเกิลแรก "My Dear" เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2020

“ช่วงเวลาของการเป็นเด็กฝึก 3 เดือน คือชีวิตที่สนุกและใช่ที่สุด!”

แต่ละวันต้องตื่น 8 โมงเช้ามาออกกำลังกาย เริ่มเรียนประมาณ 8-9 โมงจนถึงช่วงค่ำๆ กินอาหารคลีนทุกมื้อ ได้เรียนรู้ตั้งแต่การเต้นพื้นฐาน ฟิตเนส การยืดหยุ่นร่างกาย วิธีให้สัมภาษณ์ และคลาสที่ชอบสุดๆ คือ “Acting” ฝึกเดินบนส้นสูงให้สวย หรืออินเนอร์เวลามองกล้อง (แพมชอบมากค่ะ ได้ฝึกจิกกล้องแตก! 555)และยังได้ฝึกอะไรหลายอย่างที่ช่วยบูสต์ความมั่นใจ แถมได้ฝึกวินัยจริงจัง นอกจากนี้คนจีนจะเข้มงวดเรื่องเวลามาก ห้ามสายเด็ดขาด และจะมีผู้ใหญ่มาดูเรา Test พร้อมกับให้คำแนะนำอย่างตรงไปตรงมาเพื่อให้เราพัฒนาเต็มที่

และด้วยความที่ SiS คือวงประสานเสียง เราต้องฝึกฝนตลอดและเรียนรู้ทฤษฎีดนตรีเพื่อให้คุ้นชินกับตัวโน้ต ต้องรู้ว่าโน้ตตัวนี้จะประสานเสียงกับตัวอะไรได้บ้าง ลงรายละเอียดและเก็บเทคนิคที่ไม่เคยเรียนรู้มาก่อน เช่น การร้องเพลงจะมีเสียง Head voice กับ Chest voice การร้องให้เสียงอยู่ที่หัว จมูก อก หรือทำให้เสียงออกจากท้องเพื่อให้มีลมและพลังมากขึ้น

เราต้องฝึกออกเสียง จำเนื้อร้องและทำนอง สุดท้ายคือใส่ความรู้สึกลงไป เหมือนเป็นอาหารที่มีความละเอียดอ่อน ต้องใช้สมาธิในการใส่เครื่องปรุง บางครั้งมีเวลาจำเพลงแค่ 2-3 วันเท่านั้น

ในการร้องเพลงภาษาจีน“การออกเสียงให้ชัด” คือสิ่งที่ท้าทายที่สุด ภาษาจีนจะมีวรรณยุกต์ 4 เสียง และที่ยากกว่านั้นคือการออกเสียง z c s zh ch sh ให้แตกต่างกัน ถ้าเป็นเมื่อก่อนแพมต้องเขียนตัว pinyin ลงบนกระดาษเนื้อเพลงเต็มไปหมด แต่พยายามฝึกเรื่อยๆ จนแทบไม่ต้องเขียนลงในกระดาษแล้วค่ะ

เรื่องธรรมเนียมไม่ต้องปรับตัวมากมายเพราะเพื่อนเป็นสายลุยเหมือนกัน นอกจากต้องเรียนรู้ภาษา และคอยอัปเดตข่าวสารตลอดเวลาเพื่อให้คุยกับเขาให้รู้เรื่อง ช่วงแรกแพมตาม “เวยป๋อ” (weibo) ไม่ทันว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้น เลยใช้วิธีติดตามและส่อง Hot Search บนแอปทุกวันเลยค่ะ

ตอนแรกแพมเป็นคนเข้มงวดกับงานมาก แต่ช่วงเวลา 3 เดือนในรายการ The Coming One แพมเริ่มยืดหยุ่นเป็นและปรับตัวจนกลมกลืนกับเพื่อนอีกสองคน เวลาเราอยู่ด้วยกันแล้วมีความสุขมากค่ะ‘Veegee’จะใจกว้างและให้เพื่อนเต็มร้อย ส่วน‘Nono’ จะเป็นแนวรักนะไม่แสดงออก ทุกวันนี้ยังคงเม้าท์มอยกัน ไม่ได้หายจากกันไปไหน

การได้เต้นและร้องเพลงซ้ำทุกวันเป็น routine และเฮฮาปาจิงโกะกับเพื่อนแบบนี้ คือชีวิตที่สนุกและลงตัวมากสำหรับแพม เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขียนไดอารี่จนสมุดหมดเล่มเลยค่ะ!

“ตอนอยู่บนเวที แพมมีหลายความรู้สึกผสมกัน”

บางครั้งก็เครียด กดดันตัวเองว่าจะทำได้ดีพอมั้ย แต่ก็แวบนึงก็รู้สึกทนไม่ไหว อยากรีบขึ้นเวทีไปโชว์ของแล้ววว ยิ่งโมเมนต์ที่ยืนบนเวทีแล้วดนตรีขึ้น จุดนั้นคือต้องทำให้ได้ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม เราไม่มีโอกาสถอยแล้วนะ มันจะ วึ้ยยยย! อ่ะ งั้นร้องเลยสิ

ตู้ม ว้าววว พอวันไหนทำได้ดีก็ใจฟูสุดๆ เลยค่ะ!

พอตอนหลังเรารู้แล้วว่าจะไม่พาตัวเองขึ้นไปด้วยความรู้สึกคาดหวัง และปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ทำให้ดีที่สุดตามที่ตั้งใจซ้อมมาค่ะ

“เหมือนเป็นเรื่องมหัศจรรย์เลยค่ะ

การที่เราทำในสิ่งที่รัก แล้วมีคนมารักในสิ่งที่เราทำ”

ตั้งแต่ตอนที่เห็นคะแนนโหวตในรายการ The Coming Girls พุ่งสูงขึ้น เราซึ้งใจจนบอกไม่ถูก แพมคิดตลอดว่า“แฟนคลับเป็นเหมือนแม่”เพราะแม่รักลูกตั้งแต่ลูกยังอยู่ในท้อง เหมือนเราที่รักกันตั้งแต่ยังไม่เจอหน้า คอยส่งกำลังใจให้ในวันที่เศร้า และทำให้เดินหน้าต่อได้ในวันที่เราคิดว่าตัวเองไม่ไหวแล้ว อาจมาในรูปแบบข้อความที่บอกว่า “เราเฝ้ามองเธออยู่ตลอดนะ”บางคนเขียนยาวเป็นพารากราฟ บางคนก็แปล google translate เป็นภาษาไทยมาให้เลย

ม่ว่าจะเป็นแฟนคลับคนไทย คนจีน หรือจากประเทศไหน พวกเขาคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้แพมอยากมีชีวิตต่อ และทำให้รู้ว่าตัวเองเป็นคนโชคดีแค่ไหนที่ได้รับความรักเหล่านี้ คิดถึงขึ้นมาตอนไหนน้ำตาก็ไหลตลอดเลยค่ะ :)

หนึ่งในกฎสำคัญของไอดอลจีนคือห้ามรับของขวัญราคาแพงจากแฟนคลับรับได้แค่ของขวัญเล็กๆ น้อยๆ อย่างจดหมาย ดอกไม้ พัด ตุ๊กตา ฯลฯ เพื่อไม่ให้เกิดความรู้สึกไม่เท่าเทียมกันในกลุ่มแฟนคลับ // วันเกิดปีที่แล้วของแพม มีแฟนคลับรวมเงินกันซื้อโฆษณาเป็นวิดีโอใหญ่มากด้วย~

“มิตรภาพไท่กั๋วไลน์คือครอบครัวที่อบอุ่น”

เรานัดทำอาหารไทยกินกันตลอด เวลาเศร้าๆ เราก็มีโทรหาเนเน่ (BonBon Girls)หรือบางคนไม่เคยเจอก็ได้ทักทายกันในกลุ่มแชต // ก่อนกลับไทยเนเน่พุ่งเข้ามาหาเราเลย ส่วนพี่ SUNNEE (Rocket Girls)ก็เข้ามาเขกหัวเบาๆ แล้วบอกให้เรารักตัวเองมากๆ ด้วย

แพมยังคิดถึงทุกคนเสมอ และรอปาร์ตี้อาหารไทยอยู่นะคะ หวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้นแล้วได้กลับไปหาทุกคนที่ประเทศจีน ภาวนาให้คิวตรงกันหน่อยเถอะ!

“โลกนี้ดีกับแพมมาก ดีใจที่ตัวเองยังไม่ยอมแพ้ไปซะก่อน”

ปีนี้บอกลาซึมเศร้าแล้ว ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตดีขึ้นมากกกกก แล้วเรายังได้ส่งพลังให้คนที่ติดตามแพมได้ฮึดเหมือนกันด้วยค่ะ! :)

สิ่งที่ฉุดขึ้นมาจากจุดที่เคยเกือบยอมแพ้ให้กับชีวิต คือคำพูดของ “พี่แพร”พี่สาวแท้ๆ ของแพมเอง เขาบอกว่า “ไม่เป็นไรเลยนะที่แพมจะรู้สึกไม่โอเค แพมจะเป็นอะไรก็ได้ จะระเบิดทุกอย่างใส่พี่แพรเลยก็ได้ พี่จะรับไว้เอง ไม่ต้องกดดันตัวเองให้ถึงที่สุด ไม่ว่ายังไงครอบครัวก็รักในสิ่งที่แพมเป็น” อยากถือโอกาสนี้ขอบคุณพี่แพรที่เป็นไอดอลทั้งเรื่องความสามารถและทัศนคติ แพมเองก็เริ่มร้องเพลงและวาดรูปเพราะเห็นพี่เขาทำมานี่แหละ~

และแพมยังใช้ชีวิตและทำงานด้วยคติที่ว่า “เมื่อไหร่ก็ตามที่แพสชันหรือความเชื่อหมดลง วินัยและความอดทนต้องมาแทนที่ จะทิ้งขว้างแค่เพราะเราหมดความรู้สึกไม่ได้ แต่ถ้าความอดทนหมดลง สิ่งสุดท้ายที่ต้องงัดขึ้นมาคือความรับผิดชอบ เราต้องสู้ต่อเพราะสิ่งที่เราทำยังส่งผลต่อหลายๆ คน”

อยากถือโอกาสนี้ ส่งต่อกำลังใจให้ทุกคนไม่รู้สึกโดดเดี่ยวนะคะ

“การที่เรารู้สึกไม่โอเคไม่ใช่เรื่องที่ผิด ไม่ได้เป็น Negative Energy เพราะเราก็คือคนนึงที่มีช่วงเวลาแย่ๆ แล้วต้องผ่านไปให้ได้เหมือนกัน”

นอกจากนี้แพมยังอยากขอบคุณทั้งค่าย MBO ที่ฝึกฝนและเปิดโอกาสให้แพมได้ทำเพลงและเล่นซีรีส์ ส่วนค่าย Wajijiwa ก็ทำให้แพมยิ่งเติบโตไปอีก พี่ๆ ทั้งสองค่ายดูแลเราดีจนเหมือนเป็นพี่สาวพี่ชาย รักทั้งแพมและสิ่งที่แพมชอบ จนรู้สึกอยากจะขอบคุณตลอดไปเลยค่ะ

Ps. แพมวางแผนตั้งแต่อยู่จีนแล้วว่าอยากทำเครื่องประดับแฮนด์เมดขาย จนตอนนี้ได้เปิดร้านเล็กๆ ในอินสตาแกรมที่ชื่อ “have a little heart”สร้อยคอกับสร้อยข้อมือทุกเส้นจะมีหัวใจเล็กและใหญ่ เพราะแพมต้องการส่งหัวใจให้ทุกคนไม่รู้สึกโดดเดี่ยว ของทุกชิ้นจะถูกส่งไปพร้อมกับการ์ดที่เขียนเองทุกใบ (ปกติจะลงสินค้าทุกวันจันทร์และพฤหัสบดี เวลา 6 โมงเย็น จะมีบอกล่วงหน้าพร้อมคอนเซปต์รอบนั้น ลองเข้าไปเยี่ยมชมร้านของแพมได้นะคะ)

ช่องทางติดตามแพม

  • Youtube: pamigax
  • Twitter: @MigaPam
  • Instagram: pamigax
  • Instagram ร้านเครื่องประดับ: havealittle.heart
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...